ตอนที่ 975
บทที่ 975 คุณชาย เราควรลงมือยัง
October 21, 2026
หยุนถิงหันกลับมามอง แต่เห็นหรันจู๋ซีไม่ได้ขยับ จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย “เสี่ยวเหยียน เจ้าตาฝาดไปหรือเปล่า”
“ไม่หรอก ท่านแม่ ข้าก็ไม่ได้เป็นคนโง่” จวินเสี่ยวเหยียนโต้กลับ และเอื้อมมือไปตบขาของหรันจู๋ซีอีกครั้ง
หรันจู๋ซีรู้สึกเจ็บมากจนกัดฟัน ถ้าตอนนี้ เขาขยับ มันก็เท่ากับกินปูนร้อนท้องไม่ใช่หรือ
หยุนถิงสังเกตอย่างละเอียด แต่ก็ไม่เห็นหรันจู๋ซีตอบสนองเลย “เสี่ยวเหยียน เจ้าแน่ใจว่าเมื่อครู่เจ้าไม่ได้ตาฝาดหรือ”
“ท่านแม่ ข้าไม่ได้ตาฝาดจริงๆ” จวินเสี่ยวเหยียนทำหน้ามุ่ย รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก จ้องมองหรันจู๋ซีด้วยสายตาดุร้ายปราดหนึ่ง แล้วก็ตบขาของเขาอีก
“แน่นอนแล้วว่าแม่เชื่อเจ้า แต่บางทีคนเราจะสั่นสะท้านเนื่องจากได้รักการกระตุ้นบางอย่างที่จากภายนอก แต่สติไม่ได้ฟื้นขึ้นมาตามไปด้วย ของเขาอาจจะเป็นกรณีเช่นนี้” หยุนถิงอธิบาย
“ท่านแม่ ดูสิ เขาตื่นขึ้นแล้ว” จวินเสี่ยวเหยียนพูด
หรันจู๋ซีลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง เขามองไปรอบๆ และในที่สุดสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ร่างของหยุนถิง “คุณหนู ทำไมถึงเป็นเจ้าอีก”
“ก่อนหน้านี้เจ้าหมดสติในโรงเตี๊ยม และถูกข้าเห็นเข้าจึงได้พาเจ้ากลับมา ตอนนี้เจ้าตื่นแล้ว ข้าอยากรู้เรื่องที่มาของจี้หยกนี้บนร่างกายของเจ้านั้น” หยุนถิงถามตรงประเด็น
หรันจู๋ซีมองจี้หยกที่ช่วงเอวตามจิตใต้สำนึก “ที่เป็นจี้หยกที่พ่อของข้ามอบให้ข้า เป็นมรดกตกทอดของตระกูลข้าด้วย เจ้าถามทำไมหรือ”
“ไม่มีอะไรหรอก แค่ถามเฉยๆ เจ้านามสกุลอะไร” หยุนถิงเอ่ยขึ้น
“ข้าสกุลกู้ ข้าใช้สกุลของแม่ แม่ข้าสกุลกู้” หรันจู๋ซีตอบ
ใบหน้าของหยุนถิงจริงจังขึ้นมาทันที “เจ้าเคยได้ยินคนที่ชื่อว่ากู้เยว่หลัวไหม”
หรันจู๋ซีตัวแข็งไปชั่วขณะ “เจ้ารู้จักชื่อนี้ได้อย่างไร มันเป็นสิ่งต้องห้ามของตระกูลข้า และถูกห้ามเอ่ยถึงนางด้วย อีกอย่าง นางเสียชีวิตตั้งนานแล้วด้วย
ได้ยินว่านางได้หนีตามผู้ชายที่นางชอบไปในตอนนั้น แล้วก็ถูกผู้ชายคนนั้นหักหลัง และยังถูกศัตรูที่รักทำร้ายอีก สุดท้ายนางยังนำภัยพิบัติมาสู่ทั่วตระกูลด้วย
แม้ว่าไม่มีคนเล่าถึงเรื่องนี้ แต่ทุกๆปี แม่ของข้าก็จะนำตะกร้าที่ใส่กระดาษเงินทองไปเผาที่ภูเขา ท่านแม่ไม่เคยบอกว่าคือเผาให้ใคร แต่ข้าเคยแอบตามไปที่ภูเขาและได้ยินท่านแม่เอ่ยถึงกู้เยว่หลัว
ข้าแอบเปิดแผนผังวงศ์ตระกูลถึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วนางกับแม่ของข้าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน และไม่คาดคิดมาก่อนว่านางยังเป็นป้าของข้าด้วย
หยุนถิงฟังแล้วรู้สึกประหลาดใจ ใบหน้าของนางเคร่งขรึมมากขึ้น
“ทำไมท่านถึงรู้ว่ามีคนชื่อกู้เยว่หลัว” หรันจู๋ซีถามด้วยความอยากรู้
“เคยได้ยินเท่านั้นเอง เจ้าอ่อนแอเกินไป ช่วงสองสามวันข้างหน้าก็พักฟื้นร่างกายอยู่ที่นี่เถอะ ข้าจะสั่งคนต้มยามาให้” หยุนถิงพูดจบก็ลุกขึ้นและจากไป จวินเสี่ยวเหยียนก็เดินตามไปด้วย
“ขอบคุณ” หรันจู๋ซีเห็นพวกนางเดินจากไป และดึงขากางเกงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาเห็นมีจุดสีแดงเล็กๆสองสามจุดอยู่บนขา ก็รู้สึกทั้งแปลกใจและตกใจ
นึกไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวที่มีอายุสี่ขวบก็รู้จักวิธีเลี้ยงกู่แล้ว ช่างเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ
จวินหย่วนโยวที่รออู่ที่ด้านนอกเห็นหยุนถิงเดินออกมาก็รีบเดินเข้าไปหา “เจ้าคงเหนื่อยแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ”
“ได้!”
“ทำไมท่านพ่อไม่ถามข้าสักหน่อยนะ ข้าก็เหนื่อยมากเลย” จวินเสี่ยวเหยียนเอ่ยขึ้น
จวินหย่วนโยวยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ยื่นมือข้างหนึ่งอุ้มจวินเสี่ยวเหยียนขึ้นมา มืออีกข้างหนึ่งจับงมือของหยุนถิงก็เดินไปยังห้องโถงด้านหน้าแล้ว
“ได้สอบสวนอะไรมาหรือยัง” โม่เหลิ่งเหยียนถาม
“เขาบอกว่าแม่ของข้าคือป้าของเขา แต่ข้าไม่ได้ระบุตัวตนกับเขา” หยุนถิงตอบ
“ทำไมหรือ”
“ซวนอ๋องรู้จักองค์หญิงหนานชวนไหม” หยุนถิงถาม
“รู้จัก ทำไมถึงพูดถึงนาง” โม่เหลิ่งเหยียนงง
“ดูสิ ข้าถามว่าท่านรู้จักองค์หญิงหนานชวนหรือไม่ ท่านก็แค่ตอบข้าว่ารู้จักหรือไม่รู้จัก แล้วก็จะย้อนถามข้า แต่เขากลับเป็นฝ่ายที่พูดไม่หยุด