ตอนที่ 990
บทที่ 990 ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ
October 21, 2026
เวินเฉียนจิ่วไม่ได้ตื่นตระหนกและหวาดกลัว ตรงกันข้ามกลับเต็มไปด้วยความเฉยเมย “ด้วยความสามารถของจวินซื่อจื่อกับซื่อจื่อเฟย จะจัดการตระกูลเวินหนึ่งปีเพียงพอแล้ว”
หยุนถิงได้ยินความเศร้าโศกและสิ้นหวังจากน้ำเสียงของเขา ในนาทีนี้หยุนถิงถึงกับรู้สึกเห็นอกเห็นใจเขาเล็กน้อย หยิบขวดเครื่องเคลือบออกมาจากกระเป๋าที่พกติดตัวตลอด “ยาโอสถพวกนี้ขวดละหนึ่งเม็ด วันละสามครั้ง ข้าค่อยช่วยเจ้าฝังเข็ม เวลาประมาณหนึ่งเดือนพิษในร่างกายของเจ้าก็จะถูกกำจัดออกไป แต่ความเสียหายที่เกิดจากร่างกายกลับไม่สามารถรักษาให้หายได้ ทำได้เพียงบรรเทาความเจ็บปวดให้เจ้าชั่วคราวเท่านั้น”
“เช่นนี้ก็ดีมากแล้ว ขอบคุณซื่อจื่อเฟยมาก” เวินเฉียนจิ่วกล่าวขอบคุณ
เวินเฉียนจิ่วกินยาโอสถทันที หยุนถิงช่วยเขาฝังเข็มเสร็จแล้วถึงได้จากไป จวินหย่วนโยวไม่ได้พูดอะไรเลย ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตู
หลังจากที่หยุนถิงฝังเข็มเสร็จแล้ว จวินหย่วนโยวถึงพานางจากไป
กลับไปถึงห้อง หยุนถิงเอ่ยปาก “ท่านพี่ ท่านว่าบรรพจารย์ตระกูลเวินคนนี้อยู่ที่ไหน?”
“ในเมื่อคุณชายรองตระกูลกล่าวเช่นนี้ เขาต้องอยู่รอบตัวอย่างแน่นอน หรือไม่ก็อยู่ในลานนี้ เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเจ้าห้ามออกไปจากสายตาของข้า” เวินจวินหย่วนโยววิเคราะห์
“ตกลง เช่นนั้นเรามานัดหมายสัญญาณลับกัน เช่นนี้ถ้าหากบรรพจารย์คนนั้นปลอมตัวเป็นท่านกับข้า เราก็จะสามารถมองออก!” หยุนถิงเสนอแนะ
“เจ้าเป็นคนกำหนดเลย” จวินหย่วนโยวเห็นด้วย
“เช่นนั้นข้าต้องคิดเอาไว้หลายๆอัน ท่านพี่ข้าบอกว่าชอบท่าน ท่านต้องบอกว่าข้ารักเจ้ามากกว่า ต้องการค่อยๆแก่เฒ่าไปพร้อมกับข้า ข้ากินห่านย่างฝูหรง เช่นนั้นท่านต้องตอบว่าได้ แต่ว่าจะกินพระกระโดดกำแพง ข้าบอกว่าวันนี้อากาศดีจริงๆ ท่านก็บอกว่าเหมาะกับการนอน------”
หยุนถิงกล่าวอย่างจริงจัง จวินหย่วนโยวก็ฟังอย่างจริงจัง ทั้งสองคนยังฝึกซ้อมกันหลายรอบ ก่อนที่จะเข้านอน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เวินเหลียงหยาก็มาที่ลานของหยุนถิง “จวินซื่อจื่อ ซื่อจื่อเฟยถ้าอย่างไรวันนี้ข้าพาพวกท่านไปขี่ม้าดีไหม วันนี้อากาศดีมากจริงๆ?”
จวินหย่วนโยวมองเขาอย่างเย็นชาครู่หนึ่ง “ไม่ไป!”
มุมปากของเวินเหลียงหยากระตุกขึ้นมา “ทำไมล่ะ ขี่ม้าสนุกจะตาย ท่านพ่อซื้อม้ามาใหม่อีกแล้ว เดิมทีคิดเอาไว้ว่าอยากจะพาพวกท่านไปดูสักหน่อย”
ก่อนหน้านี้เวินเหลียงหยารับปากจะให้ม้ากับเขาหนึ่งหมื่นตัว จวินหย่วนโยวส่งพวกมันออกไปผ่านฐานลับของจวนซื่อจื่อแล้ว ตอนนี้ย่อมไม่มีความสนใจแล้ว
“ไม่สนใจ!” จวินหย่วนโยวปฏิเสธโดยไม่แม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ
การขี่ม้ามันอันตราย ถ้าหากมีคนแอบทำอะไรกับม้าล่ะ จวินหย่วนโยวย่อมไม่อนุญาตให้เกินอุบัติเหตุใดๆทั้งสิ้น
“เช่นนั้นข้าไปเดินเล่นกับพวกท่านเป็นอย่างไร เอาแต่อุดอู้อยู่ในบ้านมันน่าเบื่อจะตาย พวกท่านมาที่ด่านชายแดนหลายวันแล้วยังไม่เคยออกไปเที่ยวเลยใช่ไหม” เวินเหลียงหยาเสนอแนะ
“คุณชายสามอยากให้พวกเราออกไปเช่นนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” หยุนถิงมองเจตนาของเขาออก กล่าวถามขึ้นมา
“ปิดบังซื่อจื่อเฟยไม่ได้จริงๆ พี่ใหญ่ของข้าจะให้ข้าเรียนหนังสือเขียนอักษรให้ได้ ข้าไม่ชอบเรื่องพวกนี้จริงๆ ดังนั้นจึงคิดว่าอยู่เป็นเพื่อนพวกท่านก็จะสามารถหนีรอดไปได้” เวินเหลียงหยาตอบไปตามความจริง
“ช่างไม่ประจวบเหมาะจริงๆ วันนี้ข้ากับซื่อจื่อไม่อยากไปไหนทั้งนั้น” หยุนถิงปฏิเสธไปโดยตรง
“ก็ได้ พวกท่านก็ถือว่าข้าไม่เคยมาแล้วกัน” เวินเหลียงหยาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก้าวเท้าก็จากไป
หยุนถิงกับจวินหย่วนโยวล้วนไม่ได้สนใจ ทั้งคู่ตากแดดในลานต่อไป หลายวันติดต่อกันพวกเขาก็ไม่พบความผิดปกติ อาหารที่ส่งมา ก็ยังคงเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการเช่นเดิม
แต่ว่าหยุนถิงก็ไม่ได้กินมันเลย หยิบอาหารออกมาจากมิติโดยตรง และอาหารของตระกูลเวินล้วนถูกนางเททิ้งในถังขยะของมิติ แถมยังกำชับลูกทั้งสองที่อยู่ในมิติโดยเฉพาะว่าห้ามไปแตะต้องมัน
ทุกครั้งที่บ่าวรับใช้เข้ามาเก็บจาน จานล้วนว่างเปล่าตลอด แถมในเรือนและในลานก็ไม่พบเศษอาหารเหลือ ทุกคนย่อมไม่สงสัยนางอยู่แล้ว
“ท่านพี่ ท่านว่านี่มันก็หลายวันแล้ว บรรพจารย์คนนี้ยังไม่ปรากฏตัวอีก ต้องกำลังคิดวางแผนร้ายอะไรอยู่แน่นอน” หยุนถิงกระซิบ
“หลายวันมานี้ข้าให้หลงยีและคนอื่นๆคอยสังเกตการณ์ในที่ลับ ในลานไม่ได้มีความผิดปกติอะไร” จวินหย่วนโยวตอบ