ตอนที่ 131
บทที่ 131 ชายหน้าบากที่น่าหวาดกลัว
October 21, 2026
“อะไรนะ?” ดวงตาของเจ้าอ้วนเบิกกว้างมองเย่ชิงหยู่ พลางเอ่ยถาม “เธอว่าอะไรนะ? สามีของเธอ? เธอมีผัวแล้ว?”
เย่ชิงหยู่จ้องเจ้าอ้วน หอบหายใจหนัก เธอกัดฟัน พูดอย่างโกรธเคืองว่า “ไม่ใช่แค่ฉันมีสามีนะ สามีของฉันเป็นทหาร ถ้าหากเขารู้ว่าพวกนายรังแกฉันละก็ พวกแกทั้งหมดจะไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว เมื่อก่อนเขาก็เคยฆ่าคนอื่นเพื่อฉัน คนที่รังแกฉันคนล่าสุดก็ตายไปแล้ว”
ตั้งแต่โบราณมา โจรพวกนี้ล้วนแต่หวาดกลัวคนที่เป็นทหารและตำรวจ เย่ชิงหยู่พูดไปแบบนั้นก็น่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง
อีกอย่างนะ ที่จริงแล้วฟางเหยียนก็เคยฆ่าคนมาก่อน!
เดิมคิดว่าทำแบบนี้ก็จะสามารถข่มขู่คนหลายคนได้ ใครจะไปรู้ว่าเจ้าอ้วนจะยิ่งเบิกบานเข้าไปใหญ่ หัวเราะฮ่า ๆ ๆ ออกมาพลางเอ่ยว่า “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ทำเสียราวกับว่าจะมีใครที่ไม่เคยฆ่าคนอย่างไรอย่างนั้นแหละ พวกเราเนี่ย มีใครที่มือไม่เปื้อนเลือดบ้าง!”
“ถ้าหากผัวเธอกล้ามา อย่างมากพวกเราก็แค่ฆ่าเขาเสีย!”
คำพูดของเจ้าอ้วนยิ่งทำให้ใจของเย่ชิงหยู่จมดิ่งลงไป ไม่ผิด คนพวกนี้มีใครที่มือไม่เปื้อนเลือดบ้าง มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าใหญ่ แน่นอนว่าต้องหลีกเลี่ยงการฆ่าคนไม่ได้!
ถ้าเทียบเรื่องความเลวร้ายแล้ว คนพวกนี้เลวร้ายยิ่งกว่าฟางเหยียนมากจริง ๆ!
เห็นเย่ชิงหยู่ไม่พูดอะไร เจ้าอ้วนก็พูดต่อว่า “ในเมื่อผัวของเธอเป็นทหาร งั้นเธอก็ต้องเป็นแม่หม้ายอย่างแน่นอน วันนี้ฉันจะช่วยเธอกำจัดความต้องการแทนผัวของเธอเอง!”
ว่าแล้วเจ้าอ้วนก็จะลงมือทำเรื่องที่ไม่อาจบรรยายได้ เย่ชิงหยู่เห็นการกระทำที่บ้าบิ่นนี้ก็ลุกลี้ลุกลนขึ้นมา ถ้าหากว่าเธอไม่ได้โดนมัดอยู่ก็ยังสามารถต่อต้านได้บ้าง แต่เธอในตอนนี้ แม้แต่โอกาสที่จะฆ่าตัวตายก็ยังไม่มีเลย
สิ้นหวัง! เย่ชิงหยู่ในตอนนี้เพียงใช้สายตาที่สิ้นหวังมองเจ้าอ้วน
แต่ว่า ในนาทีวิกฤตนี้ ชายในชุดจงซานที่มีใบหน้าไร้ความรู้สึกก็เอ่ยอย่างเย็นชาว่า “พี่อ้วน พอได้แล้ว!”
“พี่ใหญ่!” เจ้าอ้วนขมวดคิ้วพลางเอ่ยว่า “ผมไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม? นี่เป็นถึงคนที่คุณหนูใหญ่สั่งให้พวกเราจัดการเชียวนะ หรือว่ายังไม่ให้ทำ? พี่จะไม่ทำก็ได้นะ แต่พี่จะมาขัดขวางผมไม่ได้!”
สีหน้าของชายหน้าบากเปลี่ยนไป เอ่ยถามว่า “แกพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง? แกอยากตาย?”
คำพูดของชายหน้าบากแสดงออกถึงความมืดมนน่าหวาดกลัว พี่อ้วนถูกคำพูดนี้ข่มขู่จนสะอึกขึ้นมาพักหนึ่ง จากนั้นก็มองชายหน้าบากอย่างทำตัวไม่ถูกแล้วเอ่ยว่า “พี่จะไม่ไว้หน้าผมสักนิดเลยเหรอ?”
ชายหน้าบากไม่สนใจเขาอีก แต่เขาก็ไม่กล้าทำอะไรอีก เขาเพียงแค่ผละจากเรือนร่างของเย่ชิงหยู่อย่างอาลัยอาวรณ์
ในตอนนี้เอง ชายหน้าบากเพียงแค่เงยหน้ามองไปรอบ ๆ เขาขมวดคิ้วแน่นจนเป็นเส้นสามเส้นอยู่ตรงหว่างคิ้ว ชัดเจนแล้วว่ามองอะไรบางอย่างออก เขาเงียบอยู่สักพัก จากนั้นก็เอ่ยกับท้องฟ้าอันว่างเปล่าว่า “ออกมาเถอะ ในเมื่อมาแล้ว ทำไมจะต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่อีก?!”
พี่อ้วนและเจ้าผอมล้วนเงยหน้าขึ้นมองตรวจไปรอบ ๆ
ชั่วแวบเดียว คนในห้องสามคนก็กระวนกระวายขึ้นมาเพราะคำพูดประโยคเดียวของชายหน้าบาก
เย่ชิงหยู่ราวกับคว้าเอาเชือกช่วยชีวิตไว้ได้ ในใจแอบคิดว่าใช่ฟางเหยียนไหม? ฟางเหยียนมาช่วยชีวิตตนแล้วใช่ไหม?
มองหาไปรอบ ๆ ไปรอบหนึ่ง เจ้าอ้วนก็เอ่ยถามขึ้นว่า “ลูกพี่ มีคนที่ไหนกัน? ประสาทพี่อ่อนไหวไปหรือเปล่า!”
เพิ่งจะสิ้นเสียง เงาดำร่างหนึ่งก็กระโดดลงมาจากชั้นสอง ถีบเข้าไปบนร่างของพี่อ้วนตรง ๆ รูปร่างของพี่อ้วนกำยำมาก แต่โดนชายคนนั้นถีบเข้าหนึ่งทีก็กลิ้งไปสองตลบราวกับลูกบอล
พี่อ้วนลุกขึ้นมาอย่างลุกลี้ลุกลน ในสายตาของเขาประทับภาพผู้ชายสวมชุดเครื่องแบบทหารเก่า ๆ ขาด ๆ คนหนึ่ง ชายคนนั้นตัดผมสั้นทั้งศีรษะ ในมือกุมด้ามดาบโค้งเอาไว้ ใบหน้าไร้ความรู้สึก ในดวงตากลับเต็มไปด้วยรังสีสังหาร
เขาใช้ร่างกายบังอยู่ตรงหน้าของเย่ชิงหยู่ ปกป้องเย่ชิงหยู่ราวกับเป็นผู้พิทักษ์