ตอนที่ 50
บทที่ 50 เพลงดาบโลกันตร์
October 22, 2026
บทที่ 50 เพลงดาบโลกันตร์ ProjectZyphon “ข้าแข็งแกร่งกว่านายของเจ้า และไม่มีทางหักหลังสหายของตนเด็ดขาด เจ้าจะได้เป็นคนใหม่ อ้อ ไม่สิ เป็นเสือดาวตัวใหม่ คอไม่ต้องมีโซ่ล่าม ทั้งยังจะได้ฐานะที่ถูกกฎหมาย ไม่ต้องเป็นโจรป่าอีกต่อไป สามารถเข้าออกเมืองท่องไปในป่าเขาลำเนาไพรได้อย่างอิสระ…”
หลี่มู่ย่อตัวลง โน้มเข้าไปใกล้ พูดเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงจริงใจยิ่ง
เขาเชื่อว่าเสือดำตัวนี้ฟังเข้าใจ
“โฮก…” มันคำรามต่อ
ดูเหมือนมันฟังคำของเขาเข้าใจ แต่ก็ยังคงขัดขืนและต่อต้าน
หลี่มู่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “บ้าเอ๊ย ไม่เคยได้ยินเลยว่าสัตว์ตระกูลแมวมีประเภทที่จงรักภักดีแบบนี้ด้วย หรือเป็นเพราะเราหล่อไม่พอเลยเป็นทาสตักขี้แมวไม่ได้?”
สุดท้ายหลี่มู่ยอมแพ้ ล้มเลิกแผนที่จะบังคับเอา ‘เสือดำลายเบญจมาศ’ ตัวโตกลับไปค่อยๆ ฝึกฝน
“ไม่อยากติดตามข้า ข้าก็ไม่บังคับเจ้า ข้าจะรักษาบาดแผลให้ รอจนเจ้าฟื้นตัวดีแล้วก็ไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระในป่าเขาขาวพิสุทธิ์ แต่ห้ามทำร้ายคนในอำเภอ มิฉะนั้นแล้วข้าจะลงมือถลกหนังสังหารเจ้าด้วยตัวเอง” หลี่มู่ที่ถูกปฏิเสธรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก แต่ยังรักษามาดเอาไว้
เขาหมุนตัวเดินมายังถนน
“ฝูงหนูสกปรก ยังจะซ่อนตัวอยู่อีกทำไม ไสหัวออกมาซะ” หลี่มู่ตวาด
ผู้ดูแลสองแห่งค่ายลมโชยและลิ่วล้อบางคนที่เหลือรอดเดินออกมาช้าๆ ทีละคนจากในป่าหลังก้อนหิน สีหน้าหวาดกลัว มองหลี่มู่เหมือนกับมองมัจจุราชจากนรก แต่ละคนขาอ่อน พากันคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุบ
“นายท่านไว้ชีวิตพวกเราด้วย”
“พวกเราล้วนถูกอู่เปียวขู่บังคับให้มาที่นี่”
“นับจากนี้พวกเราจะกลับตัวกลับใจเป็นคนใหม่”
“เหนือผู้น้อยขึ้นไปมีแม่ผู้ชราอายุแปดสิบ ล่างลงมามีบุตรสาวอายุสามปี ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถิด…”
พวกลิ่วล้อแต่ละคนตัวสั่นงันงก พร่ำรำพันต่างๆ นานาพลางอ้อนวอน
ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากจะหนี
แต่หลังเห็นขั้นตอนที่หลี่มู่สังหารอู่เปียวบนหน้าผาเมื่อครู่ ก็ได้สัมผัสความเร็วดุจสายฟ้าอันน่าตกใจ ราวกับที่หลังมีปีกโบยบิน เมื่ออยู่ต่อหน้าความเร็วเช่นนี้ ต่อให้พวกเขาพยายามสุดชีวิตก็ยากจะหนีพ้นไปได้
หากหนีไป ได้ตายอย่างแน่นอน
แต่หากไม่หนีและอ้อนวอน บางทีอาจจะยังมีหวัง
เป็นโจรป่ามาหลายปีขนาดนี้ พวกเขารู้จุดนี้ดี
และทางเลือกของพวกเขาก็บังเกิดผลจริงๆ
หลี่มู่แต่เดิมจิตสังหารคุกรุ่น คิดจะจัดการภัยร้ายค่ายลมโชยพวกนี้ให้สิ้นซาก
แต่เขาเป็นพวกใจอ่อน เมื่อเห็นคนกลุ่มนี้คุกเข่าคำนับ ในใจก็ค่อนข้างลังเล เขาชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้น “ใครมียาสมานแผล? ใครรักษาเป็น? ไปรักษาบาดแผลให้เสือตัวนั้นสักหน่อย…”
“ใต้เท้า ข้าทำได้…”
“ข้ามียาสมานแผล”
“ปกติผู้น้อยเป็นคนให้อาหารเสือดำตัวนี้…”
พวกลิ่วล้อที่รีบร้อนเสนอตัวทำงานได้ยินดังนั้น ก็เฮละโลเข้าไปเหมือนหมาป่าแย่งอาหาร
เพียงไม่นาน ‘เสือดำลายเบญจมาศ’ ก็ถูกกรอกยาสมานแผล
กระดูกขาที่หักของมันมัดแผ่นไม้ดามไว้ง่ายๆ คงที่ยิ่งกว่าเดิมแล้ว แผลเลือดออกบนร่างก็เย็บปิดเรียบร้อย
ต้องยอมรับเลยว่า ลิ่วล้อโจรป่าพวกนี้เหนือกว่าคนทั่วไปในด้านการรักษาแผลช่วยชีวิต
ดูท่าในค่ายลมโชยจะแร้นแค้นด้านการรักษา แต่ละคนล้วนฝึกฝนวิชาหมอจากคนตายทั้งสิ้น
เสือดำตัวนี้ก็ใจสู้ ความสามารถในการฟื้นตัวน่าตะลึงนัก
หลังจากนั้นชั่วขณะหนึ่ง มันดิ้นรนจนสามารถฝืนลุกขึ้นยืนได้
มันเงยหน้ามองหลี่มู่ สำนึกและรู้ว่าเขาออกคำสั่งช่วยชีวิตมัน
“โฮก…โฮก…” เสือดาวตัวนี้คำรามไปทางหลี่มู่สองครั้งพลางก้มหัวให้ สุดท้ายก็ยังคงหันหน้าเดินกะเผลกๆ เข้าไปในป่าลึก
หลี่มู่ตะลึงไปเล็กน้อย
โอ๊ย นี่ยังจะไปจริงๆ หรือ?
ไม่ใช่สิ เจ้าแมวยักษ์นี่ทำไมถึงไม่เล่นตามบทล่ะ
ข้าให้คนช่วยเจ้า ทั้งยังแสดงทีท่าใจกว้างขนาดนี้ สุดท้ายเจ้าควรจะเปลี่ยนใจมาเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่ข้างกายข้าไม่ใช่หรอกรึ?
ทำไมถึงไปจริงๆ เล่า?
นี่มันช่างขายหน้าเสียจริงๆ
บ้าเอ๊ย ไม่ใช่ว่าคนที่ทะลุมิติมาในนิยายจะมีพลังอำนาจ สัตว์วิเศษลูกมังกรอะไรพวกนี้ แค่เห็นจะก็ตามติดไม่ไปไหนรึไง ทำไม่พอเป็นข้าจึงกลับกันซะเล่า?
ใต้เท้าขุนนางเมืองที่ใช้เล่ห์กลจนหมดสิ้นรู้สึกพ่ายแพ้ย่อยยับ
และความรู้สึกพ่ายแพ้เช่นนี้ ทำให้เมื่อเขาหันมาประจันหน้ากับผู้ดูแลสองของค่ายลมโชยและพวกลิ่วล้อ ประกายเหี้ยมโหดในแววตาจึงฉายออกมาอย่างอดไม่ได้
“ใต้เท้า โปรดฟังคำข้าก่อน” ผู้ดูแลสองเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเดินเข่าเข้าไปหลายก้าว