ตอนที่ 16
บทที่ 16
October 22, 2026
บทที่ 16
“ตอนนั้นที่ฉันตื่นขึ้นมา ฉันได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวคุณ ฉันพยายามจะลุกขึ้นมาถามแต่ก็ไม่มีแรงพอ ทำได้แค่นอนมองคุณเดินออกไปจากทางด้านหลัง แต่ฉันก็พยายามจะตามหาคนที่ช่วยฉันในคืนนั้นนะ ถ้าฉันกล้าพอที่จะถามคุณ ฉันก็คงไม่ต้องเจอเรื่องกับเรื่องเลวๆ แบบวันนี้ ขอบคุณนะที่ช่วยฉัน ถ้าไม่มีคุณ ป่านนี้ฉันอาจจะตายไปแล้วก็ได้” เธอบอกเสียงสั่น จนเขาต้องรีบเอามือมาปิดปาก ด้วยไม่อยากได้ยินคำว่าตายจากปากเธออีก
“ลืมมันไปซะ ลืมให้หมด จากนี้ไปชีวิตเธอจะไม่ต้องเจอกับเรื่องแย่ๆ แบบนั้นอีก” เขาวางผ้าเช็ดหัวในมือ แล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวเธอแทน
“ฉันก็อยากลืม แต่ฉันกลัว” เธอบอกทั้งน้ำตา แน่นอนว่าเหตุการณ์เลวร้ายที่เธอเกือบจะสิ้นลมหายใจตอนนั้นมันยากจะลืมเลือน ในขณะที่เขาก็ได้แต่ดึงเธอเข้ามากอด ก็ได้แต่หวังว่าอ้อมแขนของตัวเองจะช่วยบรรเทาให้เธอหายกลัวได้บ้าง
“ไปนอนเถอะ วันนี้เธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” หลังจากปลอบประโลมกันพักหนึ่ง เขาก็พาเธอมาส่งที่เตียง ครั้นพอเขาจะลุกขึ้น เธอก็คว้าแขนเขาไว้ทันควัน
“คุณจะไปไหน” ใบหน้าเธอตื่นตระหนกเมื่อคิดว่าจะต้องอยู่คนเดียว
“ฉันไม่ไปไหนหรอก จะไปเอายามาทาให้ พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้ดีขึ้น” สิ้นเสียงเขาก็เดินไปหยิบตลับยาเล็กๆ ที่ตู้ยามาทาแก้ฟกช้ำให้ ครั้นพอทาไปที่รอยช้ำ ไม่ว่าจะเป็นแก้ม มุมปาก หรือแม้กระทั่งลำคอ คนทาถึงกับกัดกรามกรอด เส้นเลือดที่ขมับก็ปูดโปนด้วยความเดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง ใคร่อยากจะกลับไปกระทืบคนทำให้มันเจ็บยิ่งกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า แต่ก็ทำได้แค่ปลุกปลอบเธอด้วยความอ่อนโยนที่สุด ด้วยไม่อยากให้เธอต้องขวัญหนีดีฝ่อไปมากกว่านี้
“นอนเถอะ ฉันจะไม่ไปไหน จะอยู่ตรงนี้ จนกว่าเธอจะหลับ” เขาบอกพลางลูบหัวเธอเบาๆ
“แล้วจันทร์เจ้าล่ะคะ คุณไม่ต้องกลับไปอยู่เป็นเพื่อนจันทร์เจ้าเหรอ” ถึงแม้จะกลัวจนไม่อยากอยู่คนเดียว แต่เธอก็ไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวด้วยการรั้งเขาไว้จนไม่ได้กลับไปหาลูก ขนาดเธอยังต้องการเขา แล้วลูกของเขาจะไม่ต้องการพ่อได้อย่างไร
“ไม่ต้องห่วง จันทร์เจ้าเขานอนคนเดียวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วละ ปกติฉันก็กลับไปไม่ทันเวลาเขาเข้านอนหรอก จะเป็นพี่เลี้ยงเขาซะมากกว่าที่เป็นคนพาเข้านอน”
“ตัวแค่นั้นเข้มแข็งจัง อย่างน้อยก็มากกว่าฉันตอนนี้” เธอบอกด้วยสีหน้าเศร้าสลดอีกครั้ง แน่นอนว่าตอนนี้เธอยังกลัวเกินกว่าที่จะอยู่คนเดียวจริงๆ
“ฉันรู้ว่าปกติเธอเองก็เป็นคนเข้มแข็งไม่แพ้ใคร แต่แค่วันนี้เธอมีเรื่องทำให้ต้องอ่อนแอเท่านั้น เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องผิด คนเราอ่อนแอได้ ร้องไห้เป็น ขอแค่ไม่ท้อแท้จนคิดทำร้ายตัวเองก็พอ แล้วเวลาจะทำให้เธอกลับมาเข้มแข็งได้เอง”
“เฮ้อ! ใครจะคิดว่าสุดท้ายแล้วคนที่ช่วยชีวิตฉัน ดูแลแล้วก็ปลอบใจฉัน จะเป็นคนที่มีเรื่องกับฉันทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” เธอมองหน้าเขาด้วยความซาบซึ้ง
“ช่วยไม่ได้ ก็ในเวลาคับขันแบบนั้น ฉันดันเป็นคนที่เธอนึกถึงเป็นคนแรกนี่” เขายิ้มกริ่มด้วยความภาคภูมิใจนิดๆ
“ช่วยไม่ได้ ก็เบอร์คุณมันดันเป็นเบอร์ล่าสุดที่โทรออกนี่นา” พลันรอยยิ้มภาคภูมิก่อนหน้าก็งอง้ำกลายเป็นจวักตักแกงในบัดดล
“แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีของฉันที่เบอร์นั้นเป็นเบอร์คุณ เพราะไม่อย่างนั้นฉันคงตายไปแล้วแน่ๆ ขอบคุณสวรรค์ที่ไม่ใจร้ายกับฉันเกินไป แล้วก็ขอบคุณคุณที่มาได้ทันเวลาพอดี ถือว่าฉันเป็นหนี้ชีวิตคุณก็แล้วกัน”
“ถึงเธอไม่โทร ฉันก็กลับไปอยู่ดีนั่นแหละ”
“หืม?” เธอเลิกคิ้วมองเขาด้วยความสงสัย