ตอนที่ 50
บทที่ 50
October 22, 2026
บทที่ 50
“ไม่ได้ๆ ฉันจะเป็นนางร้ายที่พ่ายแพ้ไม่ได้” ว่าแล้วคุณเธอก็หันขวับไปสวมบทนางร้ายอีกที
“เฮอะ! ไอ้ที่เธอทำน่ะ ก็แค่นางร้ายฝึกหัด ใครก็ดูออกว่าจุดประสงค์ของเธอคืออะไร อย่างน้อยก็ฉันนี่แหละคนหนึ่ง ให้ตายสิ คุยกับเธอทีไรฉันล่ะปวดตาทุกที” ว่าอีกฝ่ายไปแล้วเธอก็รีบคลึงเบาๆ ที่เปลือกตาตัวเอง อืม! จริงๆ ก็สมควรปวดอยู่หรอก ก็แม่คุณเล่นสวมบทนางร้ายเล่นหน้าเล่นตา ทั้งจ้องทั้งค้อนจนตาพลิกตาคว่ำ ไหนจะปั้นหน้าปั้นปากจนเกร็งไปหมดทั้งหน้าอีก แต่อะไรก็ยังไม่น่าเจ็บใจเท่า การที่เธออุตส่าห์ลงทุนขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายกลับทำประหนึ่งเธอไร้ตัวตน
“พี่เจตต์คะณา…” ตีรณาหันไปทำเสียงอ่อนเสียงหวานกับเจ้าของห้องหน้าตาเฉย ประหนึ่งว่าเธอไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ แต่ก็ยังพูดไม่ทันจบ เจ้าของห้องก็เลือกที่จะตัดบทซะก่อน
“ถ้าณาไม่มีเรื่องด่วนอะไร พี่ขอทำงานก่อนนะ พอดีพี่ยังมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะเลย เอาไว้เราค่อยคุยกันพรุ่งนี้แล้วกัน” สิ้นเสียงเขาก็ก้มลงไปสนใจเอกสารบนโต๊ะต่อ
“ว้าย! เขาไล่แล้วยังไม่ไปอีก” เธอทำเสียงเยาะเย้ยด้วยความสะใจ ทำเอาคนที่ก้มหน้าก้มตาทำงานลอบยิ้มพลางส่ายหน้าน้อยๆ กับทำทางของเธอ
“ถ้าณาไป ผู้หญิงคนนี้ก็ต้องไปเหมือนกัน” ตีรณายื่นคำขาด
“โอ๊ย! รอคำนั้นอยู่เลยค่ะแม่คุณ นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันต้องออกมาจับแมวขโมย ไม่สิ อย่างเธอต้องเรียกว่าหมาล่าเนื้อถึงจะถูก นั่นแหละ ถ้าไม่เป็นเพราะเธอ ป่านนี้ฉันขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์บนสวรรค์สองรอบแล้ว เผลอๆ ขโมยลูกท้อกลับมาเป็นเข่งด้วย เดี๋ยวนะ…นี่เราจำมาจากเรื่องไหนวะ” พูดไปแล้วเธอก็เกาหัวตัวเองแกรกๆ และก่อนที่จะออกทะเลไปมากกว่านี้ เธอจึงต้องรีบตัดบท
“เออ…นั่นแหละ เอาเป็นว่าแยกย้ายกลับไปนอนห้องใครห้องมัน จบ! แล้วถ้าเธอคิดตุกติก ออกมาล่าเนื้อแถวนี้อีกละก็ ฉันนี่แหละจะยอมพลีกายเข้าไปนอนกอดเธอเอง ดูซิจะไปไหนได้อีก อืม!…จะว่าไป เธอนี่ก็…” เธอแสร้งทำนัยน์ตากรุ้มกริ่มพร้อมกับเลื่อนมือไปลูบไล้ที่แขนอีกฝ่ายเบาๆ
“อี๋! อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ” ตีรณาปัดมือออกด้วยท่าทางรังเกียจ ก่อนจะรีบเดินเร็วๆ ออกไป ในขณะที่มีนาก็รีบเดินตาม กระทั่งมาถึงหน้าห้องก็ถูกอีกฝ่ายปิดประตูใส่หน้าเสียงดัง กระทั่งผ่านไปสองสามนาที ประตูห้องก็ถูกเปิดอีก
“คิดอยู่แล้วเชียวว่าผู้หญิงตีสองหน้าอย่างเธอมันเชื่อไม่ได้ อยากนอนกับฉันมากใช่ไหม ได้! เดี๋ยวแม่จะกอดให้ดิ้นไปไหนไม่ได้เลยคอยดู” คนที่ยืนรออยู่หน้าห้องทำท่าจะดันประตูเข้าไป แต่ก็ถูกอีกฝ่ายปิดประตูใส่หน้าให้อีกที
“นี่…อย่าให้รู้นะว่าแอบออกมาอีก แม่จะจับล่ามโซ่ซะให้เข็ดเลย ฮึ่ย! คนบ้าอะไรจะนอนแล้วยังทาปากแดงอีก ดูไม่ออกเลยมั้งเนี่ยว่าคิดจะทำอะไร คนจะเข้านอนจริงๆ มันต้องแบบนี้นี่ ฮึ่ย! สภาพ” เธอได้แต่ตะโกนใส่ประตูห้อง ก่อนจะต้องถอนหายใจหนักเมื่อก้มมองสภาพตัวเอง
เจ้าของห้องที่กำลังง่วนอยู่กับเอกสารบนโต๊ะจำต้องเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อพบว่าประตูห้องถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง
“ไหนบอกจะรีบไปเฝ้าพระอินทร์ แล้วกลับมาทำไม” เขาเงยหน้าถามคนที่เพิ่งเดินเข้ามา
“ก็กลับมาเฝ้าคุณไง ยัยนั่นดูหิวขนาดนั้น ขืนไม่เฝ้าคุณก็ถูกงาบไปกินจนไม่เหลือซากน่ะสิ บอกตามตรงว่าฉันไม่ไว้ใจ” เธอทำหน้ายุ่งๆ ขณะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
“ถึงเธอไม่ไว้ใจเขา แต่ก็ควรจะไว้ใจฉันไม่ใช่เหรอ เพราะถ้าฉันไม่เล่นด้วย ทุกอย่างที่เธอกลัวก็ไม่มีวันเกิดขึ้น” เขาพูดให้เธอได้คิด