ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 เจ้าจะได้จำได้ว่าชีวิตเจ้าเป็นของข้า
September 30, 2026
“ท่านพ่อ” นางเรียกได้เพียงแค่นั้น กลอกตามองไต้ซือครั้งหนึ่งและมองไปยังเด็กหนุ่มผู้นั้นอีกครั้ง
“บาดแผลเจ้าสาหัสไม่น้อย ถึงขั้นเสียโฉม น่าเศร้าใจยิ่ง” ไต้ซือส่ายหน้าไปมา เห็นเด็กหนุ่มขับไล่ชายชุดดำไปหมดแล้วจึงพยักหน้าเรียกให้เข้ามาใกล้
เสิ่นฉางซีกลอกตามอง เพราะเลือดไหลเข้าตาทำให้นางมองไม่ชัด ก่อนสติจะหลุดลอย นางรับรู้เพียงว่ามีใครคนหนึ่งอุ้มนางไว้ แม้กายของเขาจะมีกลิ่นคาวเลือด แต่นางกลับรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงหัวใจใต้ใบหูของนางนั้นทำให้นางหลับใหลไปด้วยความวางใจ
นางเชื่อใจว่าคนผู้นี้จะไม่ทำร้ายนาง.
เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ท่าทางเกียจคร้าน เอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนบนกิ่งไม้ใหญ่ สายลมโชยพัดผ่านทำเอาเส้นผมของเด็กหนุ่มที่รวบไว้อย่างไร้ระเบียบพลิ้วไหว เสียงความเคลื่อนไหวด้านล่างเรียกดวงตาที่ปิดสนิทให้ลืมตาขึ้น สองมือประสานรองศีรษะของตน แต่สายตาคู่นั้นหลุบมองตามทิศทางของเสียงที่ได้ยิน
“เด็กหน้าผี!”
“เด็กหน้าผี!”
“เด็กหน้าผี!”
“โอ๊ย!”
เด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งล้อมวงตะโกนใส่ ซ้ำยังผลักไหล่เซไปเซมาคนละทีสองทีจนคนตัวเล็กล้มลง และคงเพราะทนความเจ็บไม่ไหวจึงส่งเสียงร้องออกมา เพียงเสียงร้องเจ็บปวดที่แหบแห้งดังขึ้น เด็กตัวโตเหล่านั้นก็ตกใจพากันวิ่งหนีเตลิดไปคนละทิศละทาง
สวินเย่ว์ ได้แต่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างไม่คิดยื่นมือช่วยเหลือ ดวงตาคมกริบคู่นั้นหรี่มองเด็กตัวเล็ก เพ่งมองเพียงครู่เดียวก็เห็นได้ชัดว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่เขากับไต้ซือเคยช่วยเหลือเมื่อครึ่งปีก่อน
เมื่อตอนที่เขาอายุสิบขวบนั้น มีนักพรตบ้าบอจากที่ใดไม่รู้มาตรวจดวงชะตาของเขา แล้วกล่าวหาว่าดวงชะตาของเขาเป็นดวงชะตาทรราช ในภายภาคหน้าสองมือจะเปื้อนโลหิต นั่งอยู่บนภูเขาซากศพคนนับแสน ด้วยคำทำนายอันน่าสะพรึงนี้ แม้บิดาไม่ใช่ผู้โง่เขลาเลื่อนลอย แต่วีรกรรมที่เขาก่อมานั้น ผู้อื่นมองว่าเขาร้ายกาจแต่เด็ก มีแววตากระหายโลหิต ประจวบกับไต้ซือซูผ่านมาพอดี ได้ยินเรื่องคำทำนายดวงชะตาของเขาแล้วก็เอาแต่พยักหน้าขึ้นลง แล้วเอ่ยปากขอรับเลี้ยงเขาไว้เป็นเวลาสี่ปี แม้มารดาไม่ยินดีแต่ด้วยบิดาเลื่อมใสไต้ซือซูมานาน จึงยอมให้เขาคิดตามไต้ซือซูที่ท่องเที่ยว อีกไม่กี่วันก็จะครบกำหนดแล้ว เขาจะได้กลับ ‘บ้าน’ เสียที
ครึ่งปีก่อนเขากับไต้ซือซูบังเอิญพบเหตุการณ์คนชุดดำกลุ่มหนึ่งไล่ล่ารถม้าคันหนึ่ง จนกระทั่งรถม้าและม้าหลุดออกจากกัน รถม้ากลิ้งหลายตลบตกลงมาที่ตีนเขา เดิมทีเขาไม่คิดช่วยเหลือผู้ใดอยู่แล้ว แต่ชื่นชอบการฆ่าฟันเป็นชีวิตจิตใจ เขาสนใจชายร่างใหญ่ผู้นั้น แม้ปิดบังใบหน้าแต่ดวงตาดุดัน แผ่ไอสังหารอำมหิตรุนแรง ทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน อยากประมือด้วยสักครั้ง แต่เมื่อเห็นชายผู้นั้นใช้มือข้างหนึ่งหิ้วคอเสื้อเด็กหญิงที่สวมชุดเด็กชายขึ้นมา ใช้มือที่สวมถุงมือดูประหลาดตา กางนิ้วทั้งห้าบีบศีรษะเด็กน้อย ฝ่ามือนั้นราวกับนาบมาด้วยไฟเมื่อสัมผัสศีรษะของเด็กน้อยก็ได้กลิ่นเนื้อไหม้และเสียงกรีดร้องของเด็กหญิงผู้นั้น ไม่ทันรู้ตัว เขาก็หยิบลูกศรขึ้นคันธนูแล้วปล่อยออกไป
“สวินเย่ว์”