ตอนที่ 1719
บทที่ 1720 แสร้งโจมตีเพื่อล่าถอย
October 21, 2026
หลินหยุนสายตาครั่นคร้าม ต่อยอดฝีมือแดนดั่งเทพสี่คน ที่จริงแล้วถ้าหากปะทะกันแบบตัวต่อตัว ก็คงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างเด็ดขาด
ต่อให้จะเป็นการต่อสู้แบบหนึ่งต่อสอง เขาก็คงไม่ถึงกับต้องตกเป็นรองมากขนาดนี้
แต่ตอนนี้คือสถานการณ์หนึ่งต่อสี่ ความแตกต่างก็ยิ่งเห็นได้อย่างชัดเจนมาก
แต่ว่า ต่อให้เป็นแบบนี้ การปกป้องตนเองนั้นก็คงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
จี้ฝานซิงกับฉินหลันที่อยู่ด้านข้าง ต่างมองดูกันด้วยความวิตกกังวลอย่างที่สุด
โดยเฉพาะจี้ฝานซิง
ฉินหลันจะดีกว่าสักหน่อย เพราะว่าเธอไม่มีพลังบำเพ็ญอะไรในร่างกาย ดังนั้นเห็นเพียงแค่หลินหยุนกำลังถูกโอบล้อมโจมตี แต่มองไม่ออกว่ามีอันตรายมากขนาดไหน
ส่วนจี้ฝานซิงนั้นมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
หลินหยุนนั้นกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายอย่างรอบด้าน
แต่เธอเองก็รู้ดีว่า หลินหยุนมีไพ่เด็ดใบสุดท้ายที่แข็งแกร่งอยู่ ดังนั้นแม้ว่าจะกังวลใจ แต่ก็ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ
เธอรู้ว่าหน้าที่ของเธอในตอนนี้นั้นก็คือรักษาความปลอดภัยให้กับฉินหลัน
ไม่ปล่อยให้ใครมาคุกคามทำอันตรายต่อฉินหลันได้
หากเมื่อฉินหลันตกไปอยู่ในมือของพวกคนเหล่านี้แล้ว
นั่นถึงจะเป็นอันตรายอย่างแท้จริง สำหรับหลินหยุน
นั่นจะทำให้หลินหยุนกังวลใจและไม่กล้าที่จะลงมือ
พลังแห่งกฎเกณฑ์ของหลินหยุนได้กลายร่างเป็นกระบี่ยาว กระหน่ำโจมตีเข้าใส่ แต่ลำพังคนเดียวก็ต่อสู้กับสี่คนไม่ได้
หลินหยุนใช้ชี่กระบี่ฟาดฟันออกไปอีกครั้ง แล้วก็ถอยหลังทันที ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้โยนอสุนีบาตลูกหนึ่งเข้าใส่
อสุนีบาตคือการระเบิดจิตญาณ
ในขณะที่ทั้งสี่คนกำลังไล่ล่าตามมาอยู่นั้น โดยที่ไม่ได้ตั้งตัวที่จะโต้ตอบอะไรเลย อสุนีบาตก็เกิดระเบิดขึ้นเสียงดัง สนั่นหวั่นไหวไปทั่วปฐพี
สองคนที่ไล่ตามอยู่ด้านหน้านั้นถูกระเบิดถึงกับตายคาที่ในทันที ร่างกายแหลกสลายเป็นผุยผง พลังแห่งกฎเกณฑ์กระจัดกระจาย แล้วก็จบชีวิตลง
ส่วนอีกสองคนที่ไล่ตามมาด้านหลังอย่างช้า ๆ นั้น ร่างกายก็ถูกระเบิดจนแหลกสลายเช่นกัน แต่พลังแห่งกฎเกณฑ์ยังคงไม่แหลกสลาย
ทั้งสองคนตะโกนร้องโอดครวญเสียงดังแล้วก็ถอยหลังกลับอย่างเร่งรีบ โดยที่ยังสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ทันการ
ภาพเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อนี้ ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
แต่หลินหยุนนั้นกลับไม่ได้มีความลังเลใจแต่อย่างใด โดยได้ใช้มือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็น ดูดซับพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งหมดนั้นทันที
ยอดฝีมือแดนดั่งเทพตอนปลายสองคน
มีพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันทั้งหมดสิบกว่าอย่าง
หลินหยุนไม่ได้สนใจอะไร โดยได้ดึงดูดทั้งหมดเข้าสู่โลกกำลังภายในตัว
แล้วก็ค่อย ๆ ดูดซับไปทีละน้อย
หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงเวลาอันน่าสะพรึงกลัวไปแล้ว ฟางเหย่ก็ยิ่งโมโหมากขึ้นไปอีก “หลินหยุน ไอ้สารเลว วันนี้หากฉันฆ่านายไม่ได้ ฉันจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลเดียวกับนายเลย! ”
หลินหยุนยังคงมีสีหน้าท่าทางที่ไร้อารมณ์ไร้ความรู้สึก ยิ้มเยาะ และพูดขึ้นว่า “ฉันไม่อยากที่จะมีลูกชายอย่างนาย นายมันไม่คู่ควร! ”
เมื่อพูดจบ ฟางเหย่ก็ได้ตะโกนใส่ทางผู้บำเพ็ญเซียนที่คลุมหน้าทั้งห้าคนนั้นของตระกูลเสิ่นว่า “ไอ้พวกตระกูลเสิ่น ลุยเข้าไปพร้อมกับฉันเลย! อสุนีบาตเมื่อครู่นี้นั้นไม่มีเหลือแล้วอย่างแน่นอน! ”
พวกคนของตระกูลเสิ่นมองหน้าซึ่งกันและกัน ชัดเจนว่ายังคงมีความลังเลใจอยู่
ไม่มีเหลือแล้วจริง ๆ เหรอ?
คนโง่อย่างนายจะสามารถแน่ใจได้อย่างไร?
ถ้าหากยังมีเหลืออยู่อีกจะทำอย่างไร?
พลังบำเพ็ญของพวกเขาก็คือแดนดั่งเทพตอนปลายเหมือนกัน
พูดกันเต็มที่ก็น่าจะเทียบเท่าได้กับ สองคนที่เพิ่งถูกระเบิดตายไปเมื่อครู่นี้ ถ้าน้อยกว่านี้ เกรงว่าจะไม่สามารถรับรู้ได้
หากว่าหลินหยุนยังคงมีอสุนีบาตเหลืออยู่อีก จุดจบของพวกเขาก็คงจะไม่แตกต่างกัน
เห็นพวกห้าคนของตระกูลเสิ่นลังเลใจ ฟางเหย่จึงพูดขึ้นด้วยความโมโหว่า “ถ้าหากตระกูลเสิ่นยังไม่ยอมลงมือ งั้นก็เตรียมรอที่จะถูกเขาห้าทิศของฉันทำลายลงอย่างราบคาบก็แล้วกัน! ”
“พวกกี่คนได้ยินดังนั้น ก็ขมวดคิ้วขึ้น โดยผู้บำเพ็ญเซียนคลุมหน้าที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดนั้นพูดขึ้นว่า ”คุณชายฟางอย่าได้ร้อนใจไป ในตัวหลินหยุนนั้น ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอสุนีบาตหลงเหลืออยู่จริง ๆ สักหน่อย พวกเราสามารถที่จะลงมือได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังอย่างที่สุด! ”
“นอกจากนี้ พวกเราก็ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเซียนของตระกูลเสิ่นแต่อย่างใด! ”
“ก็แค่ผู้ฝึกอิสระที่ไม่มีชื่อเสียงเท่านั้น! ”
“หวังว่าคุณชายฟางจะไม่เข้าใจผิดไป! ”
ขณะที่พูด ผู้บำเพ็ญเซียนที่คุมหน้านั้นก็ตะโกนขึ้นว่า “สหายทุกคน ลงมือได้เลย! ”