ตอนที่ 159
บทที่ 159 ประลองฝีมือกัน
October 31, 2026
บทที่ 159 ประลองฝีมือกัน
“เด็กน้อย วันนี้อย่าว่าแต่จะเอาของสมบัติล้ำค่าไปจากเย่าเก๋อของฉันเลย แม้แต่นายเอง ก็รักษาชีวิตให้ได้ก่อนเถอะ!”เซี่ยโหวหยุนมองไปที่เฉินจิ้น นัยน์ตาระเบิดประกายแสงออกมา พุ่งไปยังเฉินจิ้น
นี้เป็นการแปรสภาพพลังทางวิญญาณของแดนเสินชั้นสูงสุดของเขาเลย
เฉินจิ้นก็มองไปยังเซี่ยโหวหยุนเหมือนกัน นัยน์ตาพุ่งสูงขึ้น จิตเสินก็ระเบิดออกมาทันที
ทันใดนั้น เฉินจิ้นและเซี่ยโหวหยุน ระหว่างเขาสองคน ชั้นบรรยากาศก็เกิดการสั่นสะเทือนเป็นเวลาหนึ่ง
“ปัง!”
เสียงพุ่งชนที่เหมือนว่าจะมีเสียงและไม่มีเสียง กระจายออกในอากาศ
เหมือนกับคลื่นที่ถาโถมมาจากทะเลยังไงอย่างนั้น แต่ระลอกๆ โจมตีเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน
เพียงแค่เป็นการปะทะของพลังทางวิญญาณ ก็ทำให้ช่องว่างที่อยู่ระหว่างเขาทั้งสองคน ต่างก็สั่นสะเทือนไปหมด
ถ้าคนที่ปล่อยพลังค่อนข้างต่ำออกไป อย่าว่าแต่คนที่มีพลังต่ำเลย แม้แต่คนที่เป็นครึ่งแดนเสินเหมือนกับซู๋เย็น ภายใต้การโจมตีพลังทางวิญญาณของทั้งสอง ก็เป็นไปได้ว่าจะโดนปะทะจนสติแตก จนกลายเป็นคนโง่ไปเลย
“เด็กน้อย นายมีพลังในการสังหารท่านอาวุโสสามและท่านอาวุโสสี่จริงๆ”
นัยน์ตาที่เซี่ยโหวหยุนมองไปที่เฉินจิ้น เจตนาฆ่าอย่างมาก แต่กลับว่าขาดสีหน้าที่ดูถูกไปแล้ว
พลังทางวิญญาณของเฉินจิ้น ไม่แพ้เขาเลยสักนิด
อย่างที่รู้ๆกัน เขาเป็นแดนเสินชั้นสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้นก็เป็นเจ้าสำนักเย่าเก๋อ แดนเสินอันดับแข็งแกร่งของเย่าเก๋อ พลังทางวิญญาณโดยทั่วไปแล้วจะต้องแข็งแกร่งกว่าแดนเสินอันดับแข็งแกร่งที่ปกติ
ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเขาฝึกฝนการปรุงยา ก็ยิ่งต้องการพลังทางวิญญาณที่แข็งแกร่ง เพื่อไปควบคุม เงื่อนไขเกี่ยวกับพลังทางวิญญาณ ต้องสูงส่งกว่าแดนเสินอันดับแข็งแกร่งอื่นๆ
ในฐานะที่เป็นแดนเสินชั้นสูงสุด พลังทางวิญญาณของเซี่ยโหวหยุน เรียกได้ว่าในโลกปัจจุบันนี้ เป็นหนึ่งในคนที่มีพลังทางวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุด
พวกเขาได้อยู่ในแดนเสินแล้ว คร่ำเคร่ง(การวิจัยและการฝึกฝน) ผลลัพธ์กว่าสิบปีที่ทำมา และกลายเป็นทายาทแห่งเย่าเก๋อ การฝึกฝนวิชาพลังทางวิญญาณขั้นสูงสุด ถึงได้มีวันนี้
หลังจากนั้นเฉินจิ้น อายุยังน้อย พลังทางวิญญาณไม่แพ้เขาเลยสักนิด
“ถ้าหากนายไม่ได้ฆ่าคนของเย่าเก๋อ ฉันจะยินดีต้อนรับนายเข้าสู่เย่าเก๋อเป็นอย่างมาก”
“ตอนนี้ ฉันยังคงให้โอกาสนาย ถ้าหากนายยอมที่จะประกาศขอโทษฉันต่อหน้าสาธารณชน กล่าวขอโทษสายเลือดของท่านอาวุโสสามและท่านอาวุโสสี่ และสอนวิธีการฝึกฝนของนายอย่างแท้จริง และวิธีการปรุงยาเม็ดที่อยู่ในมือของนายเหล่านั้น ฉันสามารถยกเว้นและรับนายเป็นลูกศิษย์ ถ้าหากนายแสดงออกมาได้โดดเด่นกว่าซู๋เย็น ในอนาคต ตำแหน่งเจ้าสำนักเย่าเก๋อ ส่งต่อให้กับนาย ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!”
ทันใดนั้นสีหน้าของเซี่ยโหวหยุนก็ปรากฏความโลภขึ้นมาทันที ส่งเสียงพูดไปยังเฉินจิ้น
คำพูดนั้น มีเพียงเฉินจิ้นเท่านั้นที่ได้ยิน
หลังจากนั้น เมื่อเฉินจิ้นได้ยิน ความเยาะเย้ยบนใบหน้ากลับว่าปิดบังไม่ได้เลยสักนิด
“อยากจะเก็บฉันไว้เป็นลูกศิษย์เหรอ?”เฉินจิ้นพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “แม้ว่านายอยากจะมาเป็นลูกศิษย์ฉัน ก็ยังไม่มีคุณสมบัตินี้เลย!”เซี่ยโหวหยุนพูดส่งเสียงลับๆไป แต่เฉินจิ้นกลับว่าไม่ได้พูดส่งเสียงส่วนตัว
เมื่อเฉินจิ้นพูดออกไป สีหน้าของซู๋เย็นกลับว่าค่อยๆเปลี่ยนไป
อย่าว่าแต่ซู๋เย็นเลย แม้แต่ท่านอาวุโสรองที่อยู่ข้างๆ และคนอื่นๆที่มา สีหน้าก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ทุกคนต่างก็มีปฏิกิริยากลับมา เมื่อกี้เจ้าสำนัก พูดส่งเสียงไปหาเฉินจิ้นแล้ว
เมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ สีหน้าของเซี่ยโหวหยุนกลับว่าเป็นเหมือนปกติ เจตนาฆ่านัยน์ตา กลับเพิ่มขึ้นสามส่วน : “ในเมื่อนายไม่ยอมถ่ายทอดวิธีการฝึกฝนของนาย งั้นก็ไม่มีเหตุผลที่นายจะต้องอยู่บนโลกใบนี้แล้ว วันนี้ จะเอาเลือดหัวนายออก ถลอกหนังของนาย เซ่นไหว้ท่านอาวุโสสามและท่านอาวุโสสี่ ”
หลังจากที่พูดจบ เซี่ยโหวหยุนยื่นมือขวาออกไป จับไว้แน่น
ทันใดนั้น พลังจิตที่อยู่ภายในร่างกายของเขากว้างใหญ่เหมือนมหาสมุทร ทันใดนั้นพุ่งกำหมัดเข้าไปที่เขา
เอาหมัดของเขาเป็นใจกลาง เรกิแห่งดินฟ้ารัศมีวงล้อมประมาณ 10เมตร และก็เป็นคลื่นในอากาศที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หันมาบรรจบกับหมัดของเขา
เพียงแค่พริบตาเดียว หมัดของเซี่ยโหวหยุน ก็ถูกพลังจิตห่อหุ้มจะเกือบจะกลายเป็นสสาร
แม้แต่ท่านอาวุโสรองของแดนเสินชั้นสุด เห็นวิธีการนี้ของเซี่ยโหวหยุน ต่างก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปแล้ว
รู้สึกถึงลมหายใจแห่งอันตราย
ราวกับว่าพลังงานของพลังจิตกลุ่มนั้นที่อยู่บนหมัดของเซี่ยโหวหยุน ถ้าหากระเบิด ก็คงไม่น้อยไปกว่าระเบิดขนาดใหญ่ อานุภาพในการระเบิดออกมา
รูม่านตาของซู๋เย็นหรี่ลง
ท่านอาจารย์ ทำให้เธอรู้สึกถึง ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นแล้ว
ดูแล้ว การเก็บตัวในครั้งนี้ของอาจารย์ ความแข็งแกร่งได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยาเม็ดมากมายนั้นที่เย่าเก๋อกำลังวิจัยอยู่ บางทีอาจจะ มีความคืบหน้าใหม่ๆแล้ว
อย่างที่รู้ๆ การปรุงยาของเย่าเก๋อ อยู่บนความแข็งแกร่งโดยสิ้นเชิง
ยิ่งมีพลังที่แข็งแกร่ง พลังจิตก็ยิ่งแข็งแรง พลังทางวิญญาณก็ยิ่งทรงพลัง ยาเม็ดที่คุณปรุงออกมาได้ ก็ยิ่งจะมีเยอะ ยาเม็ดที่ปรุงออกมา คุณภาพก็ยิ่งสูงขึ้น
อีกอย่าง การปรุงยาเม็ดจำนวนมาก จะต้องมีเกณฑ์ของความแข็งแกร่งโดยสมบูรณ์
ก็เหมือนกับยาฟื้นคืนชีพ ถ้าไม่ใช่แดนเสินอันดับแข็งแกร่ง ก็ไม่สามารถฝึกฝนได้เลย
ในความเป็นจริง ไม่ถึงแดนเสินชั้นสูง ฝึกปรุงยาฟื้นคืนชีพ โอกาสที่จะสำเร็จแทบจะเป็นศูนย์
เกี่ยวกับเงื่อนไขของสมุนไพรยา ก็ใกล้จะถึงจุดที่เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงแล้ว
แต่ว่า ที่น่าตกใจ ซู๋เย็นก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่อันตรายนั้นแล้ว
ตอนนี้เธอยังอยู่ในกำมือของเฉินจิ้น ถ้าหากอาจารย์ใช้วิธีนี้โจมตีเข้ามา เฉินจิ้นเอาเธอเป็นโล่กำบังละก็ ทันใดนั้น เธอก็คงจะตายคาที่
จนถึงตอนนี้เฉินจิ้น ยังคงควบคุมไว้ในกำมือ ไม่ได้ปล่อยเธอไป ตอนที่ซู๋เย็นคิดว่า ถ้าหากเฉินจิ้นไม่ได้สะสางบัญชีตามเงื่อนไขหนี้วิญญาณ เมื่อได้เทียนช้ายตี้เป่าเหล่านั้นมาจากเย่าเก๋อแล้ว ก็คงจะไม่ปล่อยเธอไปแน่
เฉินจิ้นกลับว่าปล่อยเธอไปแล้ว
นี่ทำให้ซู๋เย็น รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
แต่ว่า ซู๋เย็นกลับว่าไม่สงสัยเลยสักนิด รีบไปที่เย่าเก๋อโดยทันที
เฉินจิ้นมองดูการกระทำของซู๋เย็น กลับว่าไม่ได้ขัดขวางเลย
เงื่อนไขหนี้สัญญาที่อยู่บนตัวของซู๋เย็นยังไม่ได้ถูกยกเลิกไป เฉินจิ้นสามารถหาเธอเจอได้ตลอดเวลา ถึงขนาดที่ว่า ชีวิตของเธอ เฉินจิ้นก็สามารถเอาไปได้ตลอดเวลา
……
……
เฉินจิ้นมองไปที่เซี่ยโหวหยุน นัยน์ตาแสดงเจตนาที่อยากสู้รบออกมา
เซี่ยโหวหยุนคนนี้ ทำให้บนใบหน้าของเฉินจิ้น แสดงสีหน้าที่จริงจังและหนักแน่นออกมา
หมัดนี้ของเซี่ยโหวหยุน ปั่นป่วนเรกิแห่งดินฟ้าอย่างง่ายดาย เพียงพริบตาเดียว บนกำปั้น ที่มีพลังสามารถทำลายโลกได้ เฉินจิ้น ต่างก็สัมผัสลมหายใจที่อันตรายจากข้างในนั้นได้
แน่นอนว่าหลังจากที่เฉินจิ้นกลับมาเกิดใหม่บนโลก เขาเป็นคนที่มีพลังที่แข็งแกร่งที่สุดที่เจอมา
ถึงขนาดที่ว่า พลังทางวิญญาณ แข็งแกร่งมากจนไม่อาจเทียบได้
“เฉินจิ้น จำได้ว่าตอนที่นายอายุยังน้อย การฝึกฝนเป็น พรสวรรค์เช่นนี้ ไม่ได้มาง่ายๆเลย ฉันจะให้โอกาสนายอีกครั้ง กล่าวขอโทษเย่าเก๋อของฉันต่อสาธารณชน ส่งมอบวิธีการฝึกฝน โดยเฉพาะวิชาการฝึกฝนพลังทางวิญญาณ และวิธีทำยาเม็ด ฉันสามารถปล่อยวางอดีตได้ และให้โอกาสนายอีกสักครั้ง เป็นไง?”
บนหมัดของเซี่ยโหวหยุน พลังที่มีอยู่ ยิ่งแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น
แต่ว่า เฉินจิ้นอายุยี่สิบกว่าปีแล้ว พลังทางวิญญาณที่มีก็ไม่ได้แพ้เขาแลย เซี่ยโหวหยุนตัดสินชี้ชัด เฉินจิ้นมีวิชาการฝึกฝนของพลังทางวิญญาณอย่างแน่นอน อีกอย่าง จะต้องมีวิธีลับในการฝึกฝนพลังทางวิญญาณในระดับที่สูงกว่าพวกเขาที่ได้สืบทอดมากจากเย่าเก๋ออย่างแน่นอน
อย่างที่รู้ๆกัน ทั้งเย้นเซี่ย วิธีการลับในการฝึกฝนของพลังทางวิญญาณ ก็มีเพียงไม่กี่อย่าง ส่วนของเย่าเก๋อ ก็ได้ลงลึกอยู่แล้ว วิจัยอย่างหนักมาหลายสิบปี พลังทางวิญญาณของเซี่ยโหวหยุน ถึงได้กลายมาเป็นอย่างเช่นทุกวันนี้
เฉินจิ้นอายุยี่สิบกว่าปี พลังทางวิญญาณก็อยู่ในระดับที่สามารถเรียกได้ว่าน่ากลัว วิธีลับในการฝึกฝนพลังทางวิญญาณควบคุมไว้อยู่ ไม่ควรประมาทอย่างเด็ดขาด