ตอนที่ 29
บทที่ 29 มาเยี่ยมหัวหน้า
October 22, 2026
บทที่ 29 มาเยี่ยมหัวหน้า
สายตาของทุกคนต่างไปกองกันอยู่ที่เฮินจิ้น
แม้แต่ญาติอย่างซูนเจ๋อ พอรู้ว่าซ่งเจี้ยนหยวนออกจากโรงพยาบาลแล้ว ก็รู้จักที่จะเตรียมของขวัญราคาแพงเพื่อมาต้อนรับ เพื่อให้ร่างกายเขากลับมาแข็งแรง
แต่ว่าเฉินจิ้นล่ะ ลูกเขยแท้ๆของเขา ทำอะไรให้เขาบ้าง?
เฉินจิ้นที่โดนทุกคนจับจ้องอยู่นั้น ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว
แถมเขายังคลี่ยิ้มออกมาอย่างเย็นชา “ผมไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรให้เลย!”
ไร้สาระ
ในบรรดาทุกคนที่อยู่ที่นี่ มีใครไม่รู้บ้างว่าเขาไม่ได้เตรียมของขวัญอะไร
สุดท้าย ประเด็นสำคัญก็คือ เขาไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรให้ แถมยังพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจอีก ช่างไม่มีความละอายใจเลยจริงๆ
“เฉินจิ้น ทำไมยังมีหน้าพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจขนาดนี้อีกงั้นเหรอ?”
ลุงคนหนึ่งของซ่งชีงเหย็นพูดออกมาอย่างทนไม่ไหว
เฉินจิ้นกลับยิ้มกว้างกว่าเดิม แต่ว่า มันกลับเป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นมาก
สายตาที่มองเขามานั้น ราวกับว่ากำลังมองคนปัญญาอ่อนยังไงยังงั้น
หลังจากนั้น เฉินจิ้นก็พูดออกมานิ่งๆว่า “ผมไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรมา แต่ว่ายังดีกว่า เอาของขวัญที่เอาออกมาจากหลุมศพมาให้คนอื่นเป็นไหนๆ”
“หรือว่าพวกคุณไม่รู้สึกว่า พวกสร้อยข้อมือ หรือพวกหยกต่างๆที่เขาให้นั้น แต่ว่ามันกลับมีพลังปีศาจ?”
“ถ้าเกิดว่าอยากตายล่ะก็ ก็ทำตัวเป็นเด็กน้อยชอบใส่เครื่องประดับต่อไปเถอะครับ!”
อะไรนะ?
หลังจากเฉินจิ้นพูดออกไป สถานการณ์ก็ปั่นป่วนขึ้นมาทันที
คุณป้าคนหนึ่ง ที่ใส่ข้อมือหยกอยู่นั้น ก็รีบถอดมันออกทันที
ตอนที่ใส่ข้อมือหยกนั้น ก็รู้สึกเหมือนเย็นๆ แต่ตอนแรกเธอก็นึกว่าเป็นที่อุณหภูมิร่างกายของตัวเอง เธอกลัวจนรีบถอดข้อมือออกทันที
“เฉินจิ้น นี่นายกำลังพูดอะไรไร้สาระอยู่หนะ?”
ซูนเจ๋อสีหน้าและน้ำเสียงเย็นชาทันที
“ฉันกำลังพูดอะไรอยู่ ตัวนายเองก็ควรจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ?” เฉินจิ้นยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น
ตั้งแต่ที่ซูนเจ๋อหยิบของขวัญพวกนี้ออกมา เฉินจิ้นก็สามารถรับรู้ได้ถึงพลังปีศาจทันที
แล้วอีกอย่าง เฉินจิ้นยังเห็นอีกว่า ของพวกนี้มีควันสีดำล้อมรอบอยู่
ถ้าเกิดว่ามันไม่ได้เอามาจากศพ ก็คงไม่ได้มีพลังปีศาจติดมาด้วยแบบนี้หรอก
พอเห็นว่าเฉินจิ้นมั่นใจขนาดนี้ สีหน้าของซูนเจ๋อก็เปลี่ยนไปทันที
ของพวกนี้ เขาซื้อมาจากพ่อค้าตลาดมือสองที่ราคาขายต่ำกว่าราราตลาดหลายเท่า พูดได้ว่า มันก็ออกมาจากหลุมศพจริงๆนั่นแหละ
แต่ว่า เรื่องพวกนั้น เขารู้ได้ยังไง
“สามารถมองเห็นพลังปีศาจได้ นายคิดว่านายเป็นนักบวชในศาสนาเต๋ารึยังไง? คิดว่าจะแกล้งว่าตัวเองเป็นภูติผีปีศาจงั้นเหรอ?”
“เฉินจิ้น ถ้าเกิดว่านายอยากจะใส่ร้ายฉันเพราะว่าตัวเองไม่ได้เตรียมของขวัญมาให้พ่อตาของตัวเองนั้น ฉันก็จะดูถูกนายมากนะ”
หวางเจ๋อรีบพูดออกมา เพื่อที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
ใช่ไง
พวกญาติๆก็ต่างพากันคิดว่า เฉินจิ้น เฉินจิ้นจะรู้เรื่องราวพวกนี้ แต่ว่าพวกเขามองไม่ออกงั้นเหรอ?
ได้แต่พูดฉอดๆปากเปล่า
แน่นอนว่ามันต้องเป็นเพราะว่าเฉินจิ้นไม่ได้เตรียมของขวัญมาให้ ก็เลยจงใจใส่ร้ายคนอื่น
เฉินจิ้นคนนี้ ช่างเป็นคนชั้นต่ำจริงๆ
เมื่อก่อนก็แค่ได้ยินมา ว่าเฉินจิ้นที่แต่งงานเข้าบ้านฝ่ายหญิงมานั้นเป็นแค่คนไร้ประโยชน์ แต่ไม่คิดเลยว่า ยังเป็นคนไม่มีคุณธรรมอีกด้วย
ในตอนนี้ สายตาของญาติหลายๆคนที่มองเฉินจิ้นก็เปลี่ยนไป
ไม่ชอบ!
รังเกียจ!
“เฉินจิ้น ครั้งนี้นายก็ทำไม่ถูกนะ ถ้าเกิดว่าไม่ได้เตรียมของขวัญมาจริงๆก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย แต่ว่ากลับมาใส่ร้ายซูนเจ๋อแบบนี้ นายไม่ได้แค่ทำให้ตัวเองเสียหน้านะ
ลุงของซ่งชีงเหย็นหัวเราะออกมา
“เจี้ยนหยวน ดูแลลูกเขยตัวเองให้ดีๆหน่อยนะ อย่าให้เขาไปทำให้ตระกูลซ่งต้องขายหน้าต่อหน้าคนอื่น!”
“ถูกต้อง ลูกเขยของเธอสองคนต่างกันมากเลยนะ!”
“ตัวเองไม่เป็นการเป็นงาน ก็ไม่ต้องมาทำเป็นเก่ง ไม่งั้นมันจะกลายเป็นตัวตลกแบบนี้!”
ซ่งเจี้ยนโก๋ที่อยู่ข้างๆ ได้ยินเรื่องพวกนี้ ก็รู้สึกเหมือนจะตัวลอยอย่างมีความสุข
สบายใจ!
สบายใจมากจริงๆ!
ฉินเฝิ้งเจียว ซ่งชีงเหย็นกับซ่งจื่อหารสามแม่ลูก ก็ต่างพากันโกรธจนหน้าแดงก่ำไปหมด
ถ้าเกิดว่ารู้ให้เร็วกว่านั้น พวกเขาก็จะไม่มีวันเชิญพวกญาติพวกนี้มาแน่นอน
พวกเธอก็รู้สึกว่า ถ้าเฉินจิ้นพูดแบบนี้ แสดงว่าหยกพวกนั้นมีปัญหาจริงๆ
ตอนนี้ พวกเธอเชื่อใจเฉินจิ้นเต็มร้อย!
ในตอนนี้ ฉินเฝิ้งเจียวก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“ เฉินจิ้นมอบของขวัญที่ดีที่สุดให้เจี้ยนหยวน นั่นก็คือการช่วยชีวิตเขากลับมา จะมีของขวัญอะไรที่มันมีค่ามากกว่านี้อีกล่ะ?”
พอฉินเฝิ้งเจียวพูดออกไปตามนั้น ญาติทุกคนก็อึ้งทันที
รวมถึงซ่งเจี้ยนโก๋ที่กำลังมีความสุขอยู่นั้น เขาก็อึ้งไปเหมือนกัน!
เมื่อกี้เขาได้ยินอะไรนะ?
เหมือนว่าเมื่อกี้เขากำลังได้ยินเรื่องที่น่าขำที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมาตลอดชีวิตเลย
“พี่สะใภ้ ถึงแม้ว่าเธออยากจะช่วยรักษาหน้าให้เฉินจิ้น แต่ว่าก็ไม่ควรโกหกแบบนี้นิ? เขาเป็นหมองั้นเหรอ? หรือเขารู้ไหมว่าอะไรที่เรียกว่าการรักษา? รู้จักการช่วยรักษาคนด้วยงั้นเหรอ?”
ใบหน้าของซ่งเจี้ยนโก๋เต็มไปด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม
ฉินเฝิ้งเจียวจ้องหน้าเขา แล้วพูดต่อว่า “แม้ว่าหมอเทวดาอย่างซูนโก๋อาน ยังมาขอร้องให้เฉินจิ้นช่วยรักษาเขา นายคิดว่าไงล่ะ?”
ตอนที่พูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของฉินเฝิ้งเจียว ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
อะไรนะ?
หมอเทวดาอย่างซูนโก๋อาน ขอให้เฉินจิ้นช่วยรักษาเขายังงั้นเหรอ?
คำพูดพวกนี้ ทำให้ทุกคนอึ้งไปเลย
แม้แต่ซ่งเจี้ยนโก๋ที่อยู่ไกลถึงเมืองเจียงหนาน ก็ยังรับรู้ถึงชื่อเสียงของซูนโก๋อานเลยเหมือนกัน
นั่น คือหมอที่เป็นตำนานของวงการการแพทย์งั้นเหรอ
ฮว่าถัวที่ยังมีชีวิตอยู่!
คนแบบนั้นน่ะรหอ ที่มาขอร้องเฉินจิ้น?