ตอนที่ 102
บทที่ 102 สาหัสเป็นตาย
October 31, 2026
ในห้องห่างไกลทางฝั่งตะวันตกของบ้านตระกูลป๋าย คนรับใช้สองนายกำลังมองหญิงสาวที่สลบไสลอยู่บนเตียง ในใจรู้สึกคันยุบยิบ
"อ้อนแอ้นอะไรขนาดนี้ เพิ่งจะยี่สิบต้นๆแน่ คุณชายไปฉกหญิงสาวชาวบ้านที่ไหนมา”
"ใครจะรู้ แต่ช่างน่าเสียดาย ผู้หญิงดีๆต้องมาถูกทำลายย่อยยับอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีหญิงสาวไม่น้อยถูกปู้ยี่ปู้ยำไป ใครที่ยึดมั่นถือมั่นมากหน่อยถึงกับจะฆ่าตัวตายตั้งแต่ตอนนั้น”
"เฮ้อ ช่วยไม่ได้ ตระกูลป๋ายเป็นเจ้าของหลิงสุ่ย คุณชายก็คือองค์ชายรัชทายาท คิดอยากทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ฉันได้ยินมาว่า ผู้คุ้มกันของคุณชายและผู้ติดตามยังเคยเสพสมกับสาวงามด้วย คุณชายสนุกเสร็จแล้วบางครั้งก็ให้พวกเขาได้ลอง”
คนรับใช้ยิ่งพูดก็ยิ่งอิจฉา
“อ้อใช่ คุณชายไปไหนแล้ว มีสาวงามอยู่ที่นี่กลับไม่มาเล่นด้วย แบบนี้ไม่ใช่นิสัยเขา”
"ได้ยินมาว่ามีงานเลี้ยง กลับมาดึกสักหน่อย ดังนั้นถึงได้ให้พวกเรามาเฝ้าดูไง” คนคนนั้นพูดจบ ก้นก็ขมิบแน่น เขาเอ่ย
“ฉันออกไปสักหน่อย ท้องไส้ไม่ค่อยดี ไปทำธุระหนัก”
"ไปเถอะ"
หลังจากที่ชายคนนั้นจากไป คนรับใช้ที่อยู่ในห้องก็ค่อยๆมีความกล้าขึ้นมาเรื่อย ๆ เขามองไปที่หญิงงามบนเตียง ในใจเกิดความคิดชั่วร้าย
เขาปิดประตูลง แล้วพุ่งเข้าไป
ไม่นานนัก คนรับใช้ที่ไปเข้าห้องน้ำก็กลับมา
“จะออกก็ไม่ออกสักที ท้องยังปวดอยู่เลย....ซานเหมา ซานเหมา”
เขาเอ่ยตะโกนขึ้น แต่ไม่มีใครตอบกลับ
คนรับใช้เข้ามาที่เตียงและพบว่าเสื้อผ้าและผมของหญิงสาวยุ่งเหยิงเล็กน้อย คิ้วของเขาขมวดขึ้นทันที “สมควรตาย ซานเหมาคงไม่ได้ใจกล้าไปแตะสาวสวยเข้าแล้วนะ หากคุณชายรู้เข้าต้องจบเห่แน่ ไม่ได้การ ต้องจัดการให้เรียบร้อย”
ขณะที่เอ่ย คนรับใช้ก็ยื่นมือออกมา
เขาไม่ได้สังเกตุเห็นเลยสักนิดว่าบนพื้นมีขี้เถ้ากองหนึ่งอยู่
……
ตุบตุบตุบ
นอกบ้าน ยังคงสู้รบกันครั้งใหญ่
นักฆ่าทั้งหมดล้วนถูกส่งต่อให้ลูกน้อง ถังหมิงกวงพาถังหวั่นเอ๋อไปที่ห้องโถงแล้วตะโกนขึ้น “ป๋ายเจิ้งหรง”
“ถังหมิงกวง”
เจอหน้าศัตรู ความโกรธแค้นก็ปะทุเพิ่มมากขึ้น
นึกถึงภรรยาของเขาตายภายใต้คมดาบ บิดามารดาของตน พี่น้อง ญาติสนิท....ล้มลงจมกองเลือดไปทีละคนๆ ตายอย่างไร้สภาพสมบูรณ์
ทุกอย่างราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
ถังหมิงกวงดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงแหบพร่า “สิบห้าปี แกรู้ว่าสิบห้าปีมานี้ทำไมฉันต้องมาที่นี่ ทุกๆวินาที ฉันล้วนคิดอยากจะกินเนื้อของแก ดื่มเลือดของแก”
"งั้นเหรือ ถูกนายจำได้ทุกๆวินาทีแบบนี้ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” ป๋ายเจิ้งหรงยังคงไม่สะทกสะท้าน มุมปากมีรอยยิ้มสนุก
"หนี้เลือดชำระด้วยเลือด วันนี้เป็นวันที่ตระกูลป๋ายของแกต้องล่มสลายลง”
ป๋ายเจิ้งหรงส่ายหัว “ไม่ นายไม่ไหว”
ถังหวั่นเอ๋อก็ตาแดงเช่นกัน แม่ของเธอเสียชีวิตเพื่อช่วยเธอ ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องพวกนี้ ในใจของเธอก็รู้สึกเคียดแค้น
เธอจะต้องล้างแค้นให้แม่ ฆ่าศัตรูของเธอซะ
"ฆ่า!”
ถังหวั่นเอ๋ออดทนต่อไปไม่ไหว
สองเท้ากระโดดขึ้นผสมกับเสียงลม และพุ่งเข้าไปหมายฆ่าป๋ายเจิ้งหรง
ความแข็งแกร่งของกำลังภายในขั้นสูงน่ากลัวขนาดไหน ต่อให้เป็นแผ่นเหล็กก็ยังสามารถตีทะลุได้ ถังหวั่นเอ๋อมั่นใจว่าหมัดนี้ของตนจะสามารถระเบิดสมองของป๋ายเจิ้งหรงได้
“หวั่นเอ๋อ ระวัง”
แต่ต่อมา เสียงอุทานของถังหมิงกวงก็ดังขึ้น
ถังหวั่นเอ๋อดูเหมือนจะยังคงไม่รู้ตัว ดวงตาของเธอหดลงก่อนจะพบว่ากำปั้นของตนถูกยึดเอาไว้อย่างแน่นหนา ส่วนคนที่หยุดกำปั้นของเธอไว้ก็คือชายชราผมขาวที่อยู่ข้างๆตัวป๋ายเจิ้งหรง
ชายชราคนหนึ่ง?
“สาวน้อยมีพรสวรรค์ไม่เลว แต่น่าเสียดาย”
ท่านเห้อส่ายหัว ข้อมือแค่ขยับ ถังหวั่นเอ๋อก็ส่งเสียงกรีดร้องและกระเด็นออกไป
“หวั่นเอ๋อ”
ถังหมิงกวงเข้าไปประคองเธอ ก่อนจะพบว่าถังหวั่นเอ๋อได้รับบาดเจ็บสาหัส ลมหายใจรวยริน อวัยวะภายในทั้งห้าได้รับความเสียหายอย่างหนัก
"คุณเป็นนักบู๊ กำลังภายในขั้นสุดยอด!"
"นายคิดว่ายังไงล่ะ”ท่านเห้อสีหน้าเรียบเฉย
ในตอนนี้ ถังหมิงกวงรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง
เขาประมาทเกินไป ประมาทจนทำให้ลูกสาวของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนแทบจะเสียชีวิต
ถ้าลูกสาวของเขาตายไปแบบนี้ เขาก็คือคนบาปของตระกูลถัง แม้ว่าเขาจะตกนรกไป ก็ไร้หน้าไปพบกับภรรยาของตน
ไม่ได้ หวั่นเอ๋อจะตายไม่ได้!
"ป๋ายเจิ้งหรง นายรอฉันก่อนเถอะ วันหน้าฉันจะมาเอาชีวิตสุนัขของแกอีกครั้ง”
ถังหมิงกวงหันหลังหนี
เขาเพิ่งทะลุไปถึงกำลังภายในขั้นสุดยอด ส่วนชายชรานั่นมีโอกาสอย่างยิ่งที่จะอยู่ในขอบเขตนี้มานานหลายปีแล้ว ดังนั้นตอนนี้เขาจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน
ถังหวั่นเอ๋อจำเป็นต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่สามารถรีรอได้อีก
ดังนั้น ถังหมิงกวงจึงต้องล้มเลิกหารเลิกแก้แค้นไปชั่วขณะ
"หวั่นเอ๋อบาดเจ็บสาหัส ถอยเร็วเข้า เร็ว"
ถังหมิงกวงตะโกน
เหล่าลูกศิษย์ตระกูลถังที่กำลังต่อสู้กับนักฆ่าอยู่เมื่อได้ยินเสียงตะโกน สีหน้าก็มืดลง พวกเขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี และตอบสนองทันที สลายตัวออกจากตระกูลป๋ายไปราวกับสายน้ำ
"ไม่ได้พบกันสิบห้าปี สมควรรื้อฟื้นความหลังกันสักหน่อย มารีบร้อนจากไปแบบนี้ออกจะไม่ถูกต้องอยู่บ้าง” ป๋ายเจิ้งหรงกล่าวยิ้ม ๆ
ท่านเห้อเข้าใจทันทีและสาวเท้าเข้าไป
ก้าวหนึ่งของเขาเทียบเท่าระยะสิบเมตร และเข้าใกล้ถังหมิงกวงอย่างรวดเร็ว