ตอนที่ 167
บทที่ 167 ผู้ยิ่งใหญ่?
October 31, 2026
บรรยากาศที่แต่เดิมกำลังกดดันตึงเครียด เมื่อลู่เฟิงปรากฏตัวขึ้นก็เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดไปทันที
ผู้ชายคนนี้เป็นใคร?
คนกว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ไม่รู้จักลู่เฟิง อีกทั้งลู่เฟิงยังสวมเสื้อผ้าธรรมดา ยิ่งทำให้ดูยากจะคาดเดามากขึ้น
นายท่าน?
ทุกคนต่างมองหน้ากัน นี่พวกเขาประสาทหลอนทางหูไปแล้วรึเปล่า?
“ลุงลู่ ในที่สุดคุณก็มา คุณบอกว่าจะไปพบเพื่อนกะทันหัน ได้เจอแล้วหรือยัง?”
ซูโม่ก้าวไปข้างหน้า แต่กลับถูกเพิกเฉย
เขาเห็นแค่ว่าลู่เฟิงก้าวผ่านเขาไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงผลักเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออก ก่อนจะเข้ามาหาโล่เฉินด้วยใบหน้าที่เคารพ
“นายท่าน ผมต่างหากที่อยากถามคุณ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?”
ทันใดนั้น ก็เกิดเป็นความโกลาหลขึ้น
แม้ว่าผู้คนจะไม่รู้จักลู่เฟิง แต่การที่ซูโม่ก้าวขึ้นไปต้อนรับเขาแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนพิเศษ แต่ตอนนี้เขากลับเมินใส่ซูโม่และมีท่าทีเคารพนอบน้อมต่อชายหนุ่มคนนั้น
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!
“ฉันจิ่งเทียนทำไมจะมาไม่ได้”
จิ่งเทียน?
ลู่เฟิงตกตะลึง ก่อนจะตระหนักได้ทันทีว่าโล่เฉินต้องการปกปิดตัวตนของเขาเป็นความลับ
เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “ใช่ใช่ใช่ นายท่านอยากไปไหนก็ได้ทั้งนั้น ใครกล้ามาห้าม จะว่าไปแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ถิงฟาง นายเล่ามาสิ”
เกิดการถอนหายใจขึ้นอีกครั้ง
ตัวตนของชายวัยกลางคนคนนี้คืออะไรกันแน่? ถึงได้สามารถมีน้ำเสียงสั่งการใส่คุณชายโจ่แบบนี้
โล่เฉินรู้สึกแปลกๆ ในสมองเขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมา——
ก่อนหน้านี้ท่านลู่ได้มอบสมุดบันทึกเล็กๆให้กับเขา บนนั้นถูกบันทึกตระกูลที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลลู่เอาไว้ ดูเหมือนว่ามีตระกูลโจ่ด้วย
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้
มุมปากของโล่เฉินยกยิ้ม รู้สึกว่าสิ่งต่างๆ เริ่มน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ
“ลุงลู่”
โจ่ถิงฟางเองก็สงสัยอย่างยิ่ง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมลู่เฟิงถึงทำอย่างนี้
ในขณะนี้ ชายในเสื้อคอจีนก็สงบลงและกระซิบข้างหูของโจ่ถิงฟางหนึ่งประโยค
ทันใดนั้น ใบหน้าของโจ่ถิงฟางก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
เขาเดินเข้าไปหาลู่เฟิงและเอ่ย "ลุงลู่ นี่เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด ก็แค่เรื่องเล็กน้อย พี่จิ่ง เมื่อครู่ล่วงเกินแล้ว ได้โปรดอย่าถือสา”
บูม!
การโจมตีสามครั้งรวด
ทีละครั้งๆทำเอาคนถึงกับช็อก ราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบหัวของทุกคนจนว่างเปล่า
โจ่ถิงฟางยอมถอยแล้ว
เป็นไปได้ยังไงกัน!
ชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร? หรือว่าเขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่สักคน?
ในเวลานี้ เหล่าเศรษฐี เจ้าบ้าน และเถ้าแก่ใหญ่ต่างค่อยๆคิดขึ้นมาได้——
สามารถเป็นเพื่อนของคุณชายคุณหนูตระกูลนิ่ง ย่อมไม่ใช่คนโง่แน่ ที่ไม่ไว้หน้าคุณชายโจ่ไม่ใช่การอวดเก่งใส่ แต่เป็นเพราะเขาไม่กลัวจริงๆ และมีสถานะอันยิ่งใหญ่
เหยียนเจิงงงงันไปแล้ว
เขามองโจ่ถิงฟางจากนั้นก็มองโล่เฉิน ราวกับกำลังมองเห็นผี
สีหน้าของซูโม่เปลี่ยนไปอย่างมากกลายเป็นสีหน้าอึมครึมไม่มั่นคง
สำหรับซูหลิงหลง หลังจากเสียสมาธิไปครู่หนึ่งเธอก็จับแขนของโจ่ถิงฟางเอาไว้ และพูดอย่างออดอ้อนว่า “พี่ฟาง คุณเป็นอะไรไป ก็แค่เด็กหนุ่มยากจนจากเมืองเจียง..."
"หุบปาก!"
โจ่ถิงฟางตะคอก เขาปัดมือของซูหลิงหลงออกและพูดว่า "เรื่องที่ฉันทำต้องให้เธอมาพูดแทนตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันอยากเป็นเพื่อนกับพี่จิ่ง ไม่ได้หรือไง?”
"ฉัน..."
“เป็นเธอต่างหาก ยังมีโม่หาน กลับดำเป็นขาว ใส่ร้ายป้ายสี หากไม่ใช่เพราะลุงลู่มาได้ทันเวลา ฉันคงทำผิดพลาดครั้งใหญ่!”
โจ่ถิงฟางโกรธจัด ในใจยังคงหวาดผวาอยู่บ้าง
เมื่อได้ยินปานเหิงพูดว่า "จิ่งเทียน" เป็นนักพรตที่มีพลังแก่กล้า เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้เลยสักนิด จิตใจที่หวาดกลัวของโจ่ถิงฟางก็กระโดดขึ้นมาถึงลำคอ”
กลิ่นอายอันเย็นเยียบเมื่อครู่นี้ ที่แท้ก็คือรังสีพิฆาต
ตนเองเกือบเดินเข้าประตูผีไปแล้ว
หากไม่ใช่เพราะลู่เฟิงมาทันเวลา และโชคดีที่รู้จักกับจิ่งเทียน คืนนี้ต่อให้เขาไม่ตายก็ต้องพิการ และแม้แต่ตระกูลโจ่ก็อาจประสบภัยพิบัติไปด้วย
ทำไมน่ะหรือ?
ปานเหิงเป็นถึงนักบู๊กำลังภายในขั้นสูง เขารู้ว่าตนเองนั้นด้อยกว่าอย่างยิ่ง นี่แสดงให้เห็นว่าความแข็งแกร่งของจิ่งเทียน อย่างน้อยๆก็ต้องเทียบได้กับนักพรตกำลังภายในขั้นสุดยอด
อายุยังน้อยขนาดนี้แต่กลับมีพลังสูงส่งขนาดนี้ เบื้องหลังจะต้องมีเทียนเซียนเป็นอาจารย์สั่งสอนอย่างแน่นอน
ในเมืองหลวง
อย่างที่ทุกคนทราบกันดี เทียนเซียนนั้นหายากกว่าเสียยิ่งกว่าปรมาจารย์ แต่ก็น่ายำเกรงกว่าเช่นกัน
อย่าว่าแต่ตระกูลโจ่ ต่อให้เป็นตระกูลว่านก็ไม่กล้าไปยั่วยุเทียนเซียน