ตอนที่ 170
บทที่ 170 ร้องไห้ และตัดสินใจ
October 31, 2026
เหยียนเจิงพาโล่เฉินไปที่ลานบ้าน ก่อนจะพูดถึงความสำคัญของภาพวาดที่มีต่อเหยียนหรูยู่อย่าไม่หยุด เพื่อให้เขาล้มเลิกความคิดลง
โล่เฉินใจลอยและไม่ได้ฟังคำพูดใดๆเข้าหูเลยสักคำ
นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เย่ถงเหลือไว้บนโลกนี้ อีกทั้งแต่เดิมก็เป็นของเขา ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่นำมันกลับมา
แต่ดูปฏิกิริยาของเหยียนหรูยู่ หรือว่าเขาจะต้องแย่งมันมาโดยตรงจริงๆ?
“ลูกพี่ ที่ฉันพูดนายได้ยินหรือเปล่า รูปนั่นลืมๆมันไปซะเถอะ”
"อือ"
โล่เฉินตอบอย่างไม่เต็มใจ
นิ่งจื่อโหรวและหานหยู่ถิงแอบหัวเราะในใจ พวกเธออยากเห็นความขัดแย้งระหว่างโล่เฉินและเหยียนหรูยู่แทบจะไม่ไหว แบบนี้เขาจะได้ไม่ถูกเหยียนหรูยู่ทำให้หลงใหล
“พี่เขย นี่มันดึกแล้ว พวกเรากลับบ้านตระกูลนิ่งกันเถอะ”
“ใช่ พี่เฉิน ในเมื่อคุณหนูเหยียนไม่ต้อนรับพวกเรา พวกเราเองก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่”
หญิงสาวทั้งสองชักชวน
เหยียนเจิงกังวลมาก เขารีบเข้าไปขวางเอาไว้และเอ่ย “ไม่ไม่ไม่ นี่ยังเช้าอยู่เลย อยู่เล่นต่ออีกสักพัก ลูกพี่ ผมจะพาน้องสาวมาขอโทษคุณ เมื่อกี้เธอหุนหันพลันแล่นแล้ว"
“เหยียนเจิง!”
ทันใดนั้น เสียงเย็นชาก็ดังมาจากประตู
เหยียนหรูยู่ใบหน้ายังคงมีน้ำค้างแข็งปกคลุม ท่ามกลางแสงจันทร์สีเงินยิ่งส่งให้ใบหน้าของเธอดูเย็นชามากขึ้น เธอตำหนิอย่างไม่ได้ดั่งใจ
“ช่างทำให้ตระกูลเหยียนของพวกเราอับอายจริงๆ นายไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรือไง คนไร้การศึกษาคนหนึ่ง ไม่รู้จักมารยาท คิดจะทำลายของของคนอื่นเอาง่ายๆตามใจ คนแบบนี้ต่อให้มีตัวตนสถานะแล้วยังไงกัน”
“น้องสาว เธอพูดน้อยลงหน่อยเถอะ”
เหยียนหรูยู่ไม่ยอมแพ้ เธอโกรธแล้วจริงๆ ภาพวาดนี้เป็นสมบัติสุดรักของเธอ หากเธอมาสายไปอีกสักนิดคงถูกทำลายไปแล้ว
“ตระกูลเหยียนของฉันไม่ต้องการเพื่อนแบบนาย เชิญพวกนายออกไปทันที รีบไป ไม่ส่ง!”
นิ่งจื่อโหรวเม้มปากแดงก่ำและเอ่ย "ใครอยากอยู่ในบ้านของเธอมิทราบ พวกเราไม่ได้ตกต่ำขนาดนั้น ทำไมต้องเอาหน้าร้อนๆไปเทียบก้นเย็นๆของเธอด้วย”
หานหยู่ถิงดึงโล่เฉินและพูดอย่างออดอ้อนว่า “พี่เขย พวกเราไปกันเถอะ ฉันไม่อยากอยู่แล้ว ได้ไหม”
โล่เฉินรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย
เขามองออกถึงความสำคัญของภาพวาดนั้นที่มีต่อเหยียนหรูยู่ ยิ่งไปกว่านั้น เธอใช้การชมภาพวาดนั้นเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังจิต จนหลายปีมานี้เกิดเป็นความเคยชินไปแล้ว
จู่ๆภาพวาดหายไป พลังจิตของเหยียนหรูยู่จะต้องได้รับอิทธิพลไปด้วยบ้างแน่
“คุณหนูเหยียน คุณเป็นคนธรรมดา ภาพวาดนั้นแต่เดิมไม่ใช่ของคุณ แต่ว่า ในเมื่อคุณได้รับมันไปแล้ว นั่นย่อมหมายความว่าคุณมีพรหมลิขิตกับมัน”
โล่เฉินชะงักไป ก่อนจะเกิดความคิดขึ้น
“ส่งภาพวาดนั่นมาให้ฉัน ฉันจะรับเธอเป็นลูกศิษย์”
อะไรนะ?
เหยียนเจิงกำลังสับสน ลูกศิษย์ไม่ลูกศิษย์อะไรกัน
ตระกูลเหยียนเป็นเพียงตระกูลชั้นสามในฉู่โจว เหยียนเจิงไม่รู้จักนักบู๊นักพรต แม้จะได้ฟังมาจากที่ประตูโรงแรมสวอนเลคบ้างแล้ว แต่เขาก็คิดไม่ออกและไม่ได้สนใจ
ในทางตรงกันข้าม นิ่งจื่อซวนกำลังสั่นสะท้าน
เขาอิจฉาริษยาแทบตาย
เขาร้องขอสวรรค์ ขอโลก ขอบรรพบุรุษถึงได้สามารถอยู่ในรายชื่อเพื่อเป็นศิษย์ได้ แต่ตอนนี้โล่เฉินกลับเป็นฝ่ายเอ่ยรับเป็นศิษย์ขึ้นก่อน
นี่ช่างเป็นเกียรติอย่างยิ่ง!
“คุณหนูเหยียน นายท่านยอมรับคุณเป็นศิษย์ ถือเป็นเกียรติ อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้ตระกูลเหยียนได้เจริญรุ่งเรือง” นิ่งจื่อซวนกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“สารเลว!”
ความโกรธของเหยียนหรูยู่ที่แต่เดิมค่อยๆลดลง เมื่อได้ยินเช่นนี้ ความโกรธก็พุ่งขึ้นมาอีกครั้งแถมยังรุนแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย
ทันทีที่เสียงจบลง สองสามีภรรยาคู่หนึ่งก็วิ่งมาจากไกลๆ
"พ่อแม่"
ชายคนนั้นไม่สนใจเหยียนเจิง เขารีบมาตรงหน้าโล่เฉินและกล่าวอย่างเคารพว่า "คุณชายจิ่ง เสียมารยาทแล้ว คุณมีฐานะอันสูงส่ง มาเยือนที่บ้านตระกูลเหยียนถือเป็นโชคดีของเรา”
ก่อนหน้านี้เหยียนไห่เซิงไม่ได้เชื่อสิ่งที่เหยียนเจิงพูดแต่อย่างใด เมื่อเหยียนเจิงพาโล่เฉินและคนอื่นๆไปหาเหยียนหรูยู่ เขาก็รีบโทรไปถามเพื่อนของเขาทันที
เมื่อเขารู้ว่า "จิ่งเทียน" บดขยี้วีรชนในโรงแรมสวอนเลคลงจริงๆ แม้กระทั่งคุณชายตระกูลโจ่ก็ยังต้องยอมศิโรราบ หวาดกลัวเสียจนเหงื่อแตกพลั่กๆ และรีบตามออกไป
"เกิดอะไรขึ้น?"
เมื่อสังเกตได้ว่าบรรยากาศไม่ถูกต้อง เหยียนไห่เซิงจึงเอ่ยถาม
เหยียนเจิงทำได้เพียงบอกเล่าอย่างตรงไปตรงมา เหยียนไห่เซิงทั้งรู้สึกประหลาดใจและดีใจ สามารถเป็นศิษย์ของโล่เฉินได้ อย่างนั้นประโยชน์ที่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย
ก็แค่ลูกศิษย์ ไม่ใช่ผู้หญิงของเขาสักหน่อย
มีอะไรให้ปฏิเสธกัน
“หรูยู่ รีบๆมอบรูปนั้นให้กับคุณชายจิ่งเร็วเข้า ได้เป็นศิษย์ของคุณชายจิ่ง ถือว่าเธอเป็นเกียรติแก่ตระกูลเหยียนของพวกเราแล้ว!”
เหยียนหรูยู่ตาแดงก่ำ เธอเอ่ยเสียงสะอื้นไห้ “พ่อ ทำไมคุณถึงช่วยคนนอก”
หญิงวัยกลางคนหน้าตางดงามดุขึ้น “เจ้าเด็กคนนี้ ทำไมถึงไม่รู้จักหนักเบาเอาซะเลย แม่ว่าลูกใกล้จะเป็นโรคจิตแล้ว แค่ภาพวาดภาพเดียวกลับทำราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า”
“แม่ คุณ!”
เหยียนหรูยู่เหลือบมองและรู้สึกหมดหนทาง