ตอนที่ 177
บทที่ 177 นัดพบ ให้เหตุผล และเล่นเกม
October 31, 2026
คำพูดของหมี่หลานทำให้โล่เฉินตะลึงไปและถามว่า "ทำไมถึงพูดอย่างนั้น?"
“เอาเป็นว่าฟังฉันไว้ไม่ผิดแน่ ขายบริษัทนายจะได้เงินห้าล้าน เหมือนที่คุณชายเจิ้งบอก ห้าล้านคือเงินช่วยชีวิต”
“ถ้าฉันไม่เห็นด้วย เจิ้งข่ายก็จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทใช่ไหม”
แค่ประโยคเดียว ใบหน้าของหมี่หลานก็แข็งขึ้น
"ระวังด้านหน้า ขับรถให้ดี"
หมี่หลานฟื้นคืนสติ เธอกลับมาจดจ่อ ก่อนจะหรี่ตาแล้วถามว่า “นายรู้ได้ยังไง ฉันไม่ได้บอกนาย”
"นิสัยเจ้าเล่ห์แบบเจิ้งข่ายฉันจะเดาไม่ออกได้อย่างไร ไปหาผอ. สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและการค้า แก้ไขลักษณะของบริษัทฉัน เปลี่ยนเป็นบริษัทร่วมทุน ด้วยวิธีนี้เงินที่เขาลงทุนไป 15 ล้าน เขาย่อมต้องกลายมาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และบริษัทก็จะถูกควบคุมโดยเขา "
หมี่หลานหยุดรถและพูดด้วยความประหลาดใจ "ในเมื่อนายรู้ แล้วทำไมนายถึงตอบรับการลงทุนของคุณชายเจิ้ง นายบ้าไปแล้วหรือไง"
“คุณเป็นห่วงผมเหรอ?”
หมี่หลานตัดบทแล้วพูดว่า “นายคิดมากไปแล้ว ฉันแค่คิดว่านายไม่ง่ายเลย หลังจากสามปีแห่งความอัปยศ ตอนนี้มีโอกาสได้พลิกเนื้อพลิกตัว แต่กลับต้องมาพบกับการเปลี่ยนแปลงในตระกูลหาน.. เป็นหายนะและความลำบากมากจริงๆ "
“ก็เหมือนกับฉัน พ่อแม่ของฉันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนมัธยมปลาย ลุงของฉันจัดให้ฉันไปเรียนที่วิทยาลัย ฉันคิดว่าต่อไปคงจะสวยงาม แต่คิดไม่ถึงว่าลุงของฉันจะเล่นการพนัน เป็นหนี้เงินก้อนโต จากนั้นก็ขายฉันให้เป็นเมียน้อยของเศรษฐี”
"เมื่อก้าวเข้ามาแล้ว คิดจะถอยหลังกลับก็ยากอย่างยิ่ง ฉันเป็นเมียน้อย อาศัยใบหน้าที่งดงามกลายมาเป็นคนมีชื่อเสียงในวงการนี้ เศรษฐีคนนี้พอเล่นจนเบื่อก็เตะฉันทิ้ง จากนั้นก็มีคนมาหาถึงที่ประตู ฉันไม่กล้าและไม่อาจปฏิเสธ ไม่เช่นนั้นจุดจบก็จะน่าอนาถอย่างมาก "
“สำหรับเมียน้อย กิ๊ก คู่นอนวงการพวกนี้ ล้วนเป็นอาชีพที่ต้องพึ่งความเป็นหนุ่มสาวเพื่อทำงานหาเงิน ทุกคนล้วนหวังว่าจะได้พบกับลูกเศรษฐีที่ร่ำรวย นายคิดว่าการนอนกับชายแก่อ้วนๆไม่น่าขยะแขยงหรือไง ต่อให้ขยะแขยงก็ได้แต่อดทนอดกลั้นเท่านั้น”
“กว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ฉันติดตามเจิ้งข่าย แม้ว่าจะเป็นแค่ของเล่นแต่ฉันก็มีความสุข อย่างน้อยเขาก็เป็นคนหนุ่ม อีกทั้งหน้าตายังไม่เลว”
หมี่หลานเช็ดดวงตาของเธอและแค่นยิ้มขึ้นว่า "บ้าไปแล้วบ้าไปแล้ว นี่ฉันมาพูดเรื่องพวกนี้กับนายได้ยังไง โล่เฉิน ฟังฉันเถอะแล้วนายจะไม่ผิดพลาด”
"ในสังคมนี้ ยกย่องคนรวยอย่างไร้ยางอาย"
“รับเงินห้าล้าน แล้วหย่ากับหานหยู่เยนเถอะ อย่าไปสนใจเธอ ออกไปจากเมืองเจียงแล้วไปหาเมืองใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตราบใดที่นายไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เงินห้าล้านนี้เพียงพอสำหรับตลอดทั้งชีวิตของนาย”
ในใจของโล่เฉินเกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์
ยกเว้นพวกที่เกียจคร้านจริงๆ ใครกันที่เต็มใจทำร้ายตัวเอง
"ขอบคุณ"
“ไม่จำเป็น จำคำที่ฉันพูดไว้ก็พอ”
หมี่หลานกลับมามีสีหน้าเย็นชา ทั้งสองมาถึงที่สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและการค้า และขับรถพาโล่เฉินเข้าไป
สุดท้าย รถก็มาหยุดอยู่ที่หน้าสำนักของผอ. สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและการค้า
เจ๋งไม่เลว ตรงมาหาผอ. ได้โดยตรง โล่เฉินแอบพยักหน้าอย่างลับๆ
เมื่อเดินเข้ามาก็พบว่าเจิ้งข่ายกำลังนั่งอยู่บนโซฟา และผอ. สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและการค้าที่กำลังนั่งทำงานอยู่
ผอ. เป็นชายอายุใกล้ห้าสิบปี ถึงแม้จะเป็นวัยกลางคน แต่ผมที่ขมับของเขาก็ออกสีเทาเล็กน้อย
โล่เฉินเหลือบประเมินดู ก็รู้ว่าผอ. คนนี้กำลังมีเรื่องที่เป็นกังวลอยู่อย่างมาก ส่วนเป็นเรื่องอะไรนั้น โล่เฉินไม่สนใจ
“ผมมาแล้ว"
“อย่ามัวแต่โอ้เอ้ สัญญาเตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว ลงชื่อแล้วพิมพ์ลายนิ้วมือซะ เช็คใบนี้ก็จะเป็นของนาย” เจิ้งข่ายเขย่าเช็คที่อยู่บนปลายนิ้ว
เขามีความมั่นใจอย่างมาก และคิดว่าโล่เฉินไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
อีกทั้งยังไม่กล้าปฏิเสธ
ตระกูลหยางถูกโจมตี ตระกูลเจิ้งฉวยโอกาสขึ้นแทนที่
แม้จะผ่านไปเพียงไม่กี่วัน แต่ก็มีอำนาจนี้แล้ว เป็นตระกูลใหญ่เป็นอันดับสองในเมืองเจียง รองจากตระกูลเฝิงเท่านั้น
“ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรีบ พวกเรามาคุยกันดีๆเถอะ”
“นายมีอะไรมาคุยกับฉัน ถ้าหากไม่ใช่เพราะฉันต้องการบริษัท นายแต่เดิมไม่มีคุณสมบัติที่จะมานั่งที่นี่เลยด้วยซ้ำ” เจิ้งข่ายสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
“แต่เดิมฉันคิดอยากให้นายหาสตรีมเมอร์มาให้ฉัน แต่ว่าอุบัติเหตุของตระกูลหาน ฉันจำเป็นต้องได้บริษัทของนายมาโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นมันก็จะถูกรัฐบาลยึดเพื่อตรวจสอบแล้ว”
โล่เฉินไม่รีบร้อน เขาเอ่ย “เป็นไปไม่ได้ที่จะโอนย้ายบริษัท อย่างที่ผมบอกเอาไว้ในโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ ผมหวังว่าตระกูลเจิ้งจะจ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้กับตระกูลหาน"
ที่ด้านหนึ่ง สีหน้าของหมี่หลานมืดลง