ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 ของเล็กน้อย
September 30, 2026
“รูปที่คุณหนูยืนมองนานๆ รูปนั้นใช่ไหมเจ้าคะ ข้าเองก็ไม่ทราบเพราะไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ได้ยินว่านอกเมืองมีทัศนียภาพที่งดงามนัก เศรษฐีหรือขุนนางที่ร่ำรวยมักปลูกบ้านพักที่นั้นไว้พักผ่อนหย่อนใจเจ้าค่ะ”
หลินอวี้เจินพยักหน้ารับ ไม่นานรถม้ากลับมาถึงบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับที่หลินเหิงอี้กลับจากเจรจาซื้อขายหนังกวาง เขาไม่ได้ว่ากล่าวอะไร หากหลานสาวจะออกไปนอกบ้านบ้างเพราะหวังหมิ่นติดตามไปด้วย อาจเพราะเติบโตในตระกูลชาวนามาก่อน แม้เป็นผู้หญิงแต่หากไม่ทำอะไรวันๆ เอาแต่เก็บตัวในห้องก็พาลจะอดตายเอาเสียก่อน เขาจึงไม่แปลกใจที่ครั้งนั้นเขาให้หลานสาวดูแลกิจการร้านขายผ้าของเขา โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของน้องชายคนรอง ซึ่งหลินอวี้เจินก็ทำได้ดีแม้นางจะอายุยังน้อย อาจเพราะเป็นร้านขายผ้าเล็กๆ ก็เป็นได้ การดูแลจึงไม่ยุ่งยากอันใดนัก
“ท่านลุงใหญ่” นางเอ่ยทักพลางมองเกวียนที่บรรทุกหนังกวางทยอยลำเลียงเข้ามาเก็บในโรงเก็บสินค้า “มีอะไรให้หลานช่วยหรือไม่เจ้าคะ”
“ถ้าอยากช่วยค่อยมาช่วยลุงตรวจบัญชีตอนเย็นก็แล้วกัน” หลินเหิงอี้ยิ้มให้หลานสาว กลับมาบ้านแล้วมีคนรอที่บ้านนี่มันรู้สึกดีจริงๆ
“ท่านลุงใหญ่ พรุ่งนี้วันเกิดท่านเจ้าเมือง ท่านเตรียมของขวัญเรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ” ความจริงนางไม่สนใจเรื่องเหล่านี้นัก แต่เห็นท่านลุงใหญ่ทำงานยุ่งทั้งวันเกรงจะลืมจึงเอ่ยเตือน
“เตรียมแล้ว แต่ฐานะอย่างเราไม่มีของมีค่าใดนักหรอก” หลินเหิงอี้ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“ถ้าข้าจะรบกวนท่านลุงใหญ่นำของฝากของข้าไปด้วยจะได้หรือไม่เจ้าคะ”
“หืม? อะไรหรือ?” แม้จะแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็นับเป็นเรื่องปกติ เพราะเขาเองก็เห็นบรรดาหญิงสาวในตันหยางหลงใหลได้ปลื้มกับท่านเจ้าเมืองที่ยังไม่แต่งภรรยากันแทบทั้งสิ้น แต่ไม่คิดว่าหลานสาวตัวเองก็จะเป็นหนึ่งในนั้นด้วย
“ของเล็กน้อยเท่านั้นเจ้าค่ะ”
หญิงสาวคลี่ยิ้มอ่อนหวานหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้าน หวังหมิ่นรอจนหญิงสาวเดินหายไปลับตาแล้วจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หลินเหิงอี้ฟังอย่างละเอียด
หลินเหิงอี้ได้แต่ขมวดคิ้วสีหน้าเคร่งเครียด หรือหลานสาวของเขาจะเป็นเช่นเดียวกับสตรีในเมืองตันหยางเสียแล้ว
หลินอวี้เจินไล่สายตาอ่านตัวอักษรบนจดหมายอีกครั้ง เมื่อทบทวนดีแล้วจึงพับใส่ซองเรียบร้อยเดินออกมาพร้อมกล่องกระดาษสีแดงสดสวย เมื่อนางสาวเท้าออกมานอกห้องก็พบว่าหลินเหิงอี้นั่งกุมศีรษะอยู่โดยมีหวังหมิ่นยกชามยาส่งให้ รอบๆ ยังมีบ่าวรับใช้ที่มีสีหน้ากังวลใจยืนอยู่ไม่ห่าง
“ท่านลุงใหญ่” หญิงสาวร้องเรียกและเมื่อเห็นหลินเหิงอี้เงยหน้าขึ้นใบหน้าซีดเซียวก็ทำให้นางตกใจรีบเดินเข้าไปหา “เกิดอะไรขึ้น?”
“นายท่านหน้ามืดเจ้าค่ะ” หวังหมิ่นรายงานพลางส่งชามยาให้หลินเหิงอี้ที่ยื่นมือมารับแล้วรีบดื่มทันที
“ไม่เป็นอะไรมากหรอก พักสักครู่ก็ดีขึ้น”
“นายท่านทำงานไม่ได้หยุดได้พักติดต่อหลายวัน บ่าวว่าเชิญหมอมาตรวจดูอาการหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”
“ข้าบอกไม่เป็นอะไรก็ไม่เป็นอะไร” หลินเหิงอี้ยันกายขึ้นจากเก้าอี้ แต่เพราะอาการยังไม่ดีขึ้นจึงทรุดลงไปนั่งตามเดิมอีกครั้ง
“ให้คนไปเชิญหมอมาเดี๋ยวนี้” คราวนี้หลินอวี้เจินออกคำสั่งเอง แล้วหันไปถลึงตาใส่ท่านลุงใหญ่ของนาง