ตอนที่ 111
บทที่ 111 ทุกคนแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน
October 22, 2026
เฟิงฉิ้นหว่านยิ้มแล้วมองส่งหวางจื้อหยวน แล้วเลือกคนจากการจับสลาก พบเจอแขกห้าคนต่อไป
รอให้ชั้นสี่เงียบสงบลง ผ่านไปนานกว่าสองชั่วยามแล้ว
ฉินฮั๋วเหยียนเดินขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็ซ ด้านหลังมีหยุนชีที่ถือของหวานเดินตามมาด้วย
เฟองฉิ้นหว่านลืมตาขึ้น รักษามารยาท ท่วงท่าที่สง่างามเป็นเวลานั้น ทำให้บาดแผลที่แขนเริ่มปวด สะบัดที่เชื่อมติดก็ปวดยิ่งกว่าเดิม
“ท่านอาฉิน งานชั้นล่างเรียบร้อยแล้วหรือ?”
“ขอรับ คุณหนูไม่ต้องสนใจงานที่ชั้นล่าง มีนางลี่คอยดูแล คุณหนูคงจะเหนื่อยมากแล้วกระมัง?”
“ไม่เท่าใดนัก เวลานี้ในนครหลินผิงมีข่าวลือไม่หยุดหย่อน ครั้งนี้จำต้องปลอบประโลมใจผู้คน พวกหวางจื้อหยวนจะได้ไม่มีความคิดเป็นอื่น”
ดังนั้นขณะเดียวกันที่นางให้ผลประโยชน์ ก็ให้พวกหวางจื้อหยวนเคารพและยำเกรงนาง ทั้งยังต้องคิดหาวิธีจัดการปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยเหตุนี้จึงต้องวางตัวให้ดี หลังจากรับมือกับเรื่องทั้งหมดนี้นางจึงรู้สึกเหนื่อยยิ่งนัก
“คุณหนู เส้นทางการค้าของสมาคมการค้าหนานเจียงที่คุณหนูมอบให้ เพียงพอที่จะทำให้พวกหวางจื้อหยวนยุ่งไปอีกระยะหนึ่ง รอให้พวกเขาทำงานทั้งหมดจนเสร็จ ไม่แน่ว่าเส้นทางการค้าตงเหว้ยก็อาจจะได้หมดแล้ว”
“ข้าเองก็คิดเช่นนี้”
“เพียงแต่ข้าเป็นกังวลเล็กน้อย ยิ่งพวกหวางจื้อหยวนเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น พวกเขาจะมีใจเป็นอื่นหรือไม่?”
“ปัญหานี้ข้าก็เคยอคิด ก่อนที่ท่านชายฟู่จะไป บอกให้ข้าช่วยตระกูลจินรักษาสมดุลให้กับเจียงหนาน ท่านชายพูดง่าย แต่เจียงหนานใหญ่ถึงเพียงนี้ ที่ใดมีลู่ทางทำเงินที่นั่นก็มีพ่อค้า ที่ใดมีผู้คนที่ใดก็ย่อมมีเส้นทางการค้า อาศัยเพียงข้าหรือว่าอาศัยเพียงตระกูลจิน ไม่อาจทำสำเร็จได้”
เฟิงฉิ้นหว่านยกมือขึ้นขยับหัวไหล่ คลายความเจ็บปวดที่ราวกับเข็มทิ่มแทง
“ดังนั้นคุณหนูจึงอยากจะติดต่อคนบางส่วน?”
“เจียงหนานใหญ่มาก ไม่มีความสามารถมากถึงเพียงนั้น ทว่ากลับดึงดันที่จะไคว่คว้า รังแต่จะทำให้ตนมอดม้วย เช่นนั้นสู้หาคนมาสี่ห้าคนช่วยกันแบ่งปันผลประโยชน์ ขอเพียงควบคุบเส้นสายเหล่านั้นให้ดี ไม่กลัวว่าพวกเขาจะก่อปัญหา หากมีคนดึงดันที่จะก่อปัญหา เช่นนั้นก็กำจัดทิ้งเสีย ไม่แน่ว่าถึงเวลาพวกเราไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตนเองเสียด้วยซ้ำไป”
“คุณหนูคิดถูกขอรับ แค่ว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ต้องทำให้คุณหนูเหนื่อยยิ่งกว่าเดิม”
“ข้ายินดีที่จะมีงานให้ทำ ดีกว่าอยู่ว่างๆ แล้วไม่มีสิ่งใดให้ทำ” หัวไหล่เจ็บแปลบเป็นพักๆ สีหน้าของเฟิงฉิ้นหว่านซีดขาว “ท่านอาฉิน ข้าเจ็บหัวไหล่ยิ่งนัก หาห้องให้ข้าพักก่อนครู่หนึ่งเถอะ”
“ขอรับ”
หยุนชีรีบวางถาดขนมหวานในมือลง : “คุณหนู ข้าน้อย......ข้าน้อยตามคนมานวดให้นะ?”
“อืม”
เฟิงฉิ้นหว่านพักผ่อนอยู่ภายในห้องชั้นบนสุด นางนอนนิ่งอยู่บนเตียงเป็นเวลานานโดยไม่กล้าขยับเขยื้อน
ก่อนหน้านี้หลังจากถูกมีดสั้นแทง แม้จะถอนพิษได้ทันท่วงที แต่บาดแผลในร่างกายยังคงอยู่ คาดว่าไม่อาจทำงานหนักได้ระยะหนึ่ง
ไม่รู้ว่าตอนนี้ฟู่ลั่วเฉินเป็นอย่างไร นางตั้งใจรักษาตัวมาหลายวันแต่ยังคงไม่ดีขึ้นเท่าใดนัก ฟู่ลั่วเฉินเดินทางเช่นนี้ต้องทรมานยิ่งกว่าแน่นอน
เวลานี้ในฐานะบริวารที่ดี ควรจะส่งของขวัญไปให้เขาหรือไม่? พร้อมกับตรวจดูแม่นางเหว้ยหลันที่ฟู่ลั่วเฉินทิ้งเอาไว้ ว่ามีความสามารถเพียงเท่าใด สามารถส่งของขวัญไปให้ฟู่ลั่วเฉินอย่างราบรื่นได้หรือไม่?
ขณะที่เฟิงฉิ้นหว่านสะลึมสะลืออยู่นั้น นางผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ในความฝันคล้ายจะจมน้ำอีกครั้ง ผิวน้ำสั่นไหว พอจะมองเห็นคนในจวนเฉิงเสี้ยงหัวเราะด้วยความลำพองใจ
เฟิงฉิ้นหว่านรู้สึกเพียงว่าความเกลียดชังและความเหี้ยมโหดปะทุขึ้นในใจ แต่ไม่ว่านางจะทำเช่นไรก็ไม่อาจตื่นจากความฝันนี้
ทันใดนั้นเอง นางรู้สึกว่ามีคนสัมผัสหัวไหล่ของนาง หลังจากนั้นความฝันก็แตกสลาย
เฟิงฉิ้นหว่านลืมตาขึ้น ดวงตาคมเฉียบของนางมองไปยังหลินชิวหยุนที่ยืนอยู่ข้างเตียง
“น้อมทำความเคารพท่านชายน้อย ท่านฉินสั่งให้ข้าน้อยมานวดหัวไหล่ให้ท่านชายน้อยเจ้าค่ะ”