ตอนที่ 155
ตอนที่ 155 ปล่อยนางออกวัง
October 21, 2026
ตอนที่ 155 ปล่อยนางออกวัง
อาหารส่งมา เสียวไฉกับข้ารับใช้คนอื่นนำอาหารมาแล้วก็ยื่นอยู่ข้างๆ
หลี่เฉินเย่นตักอาหารให้นางและพูดว่า: “กินสิ!”
ชูเซี่ยส่ายหัว “ข้าไม่หิว!”
หลี่เฉินเย่นเปลี่ยนสีหน้าและออกคำสั่ง: “กินเข้าไป นี่เป็นคำสั่ง!”
ชูเซี่ยเงยหน้ามองเขาและมองเห็นสายตาที่โกรธของเขา แสงเทียนที่ส่องกระทบที่ใบหน้าของเขาก็เห็นสีหน้าที่เย็นชาของเขาชัดขึ้น นางตกใจอึ้งสักพักก็ตอบว่า: “เพค่ะ!”
นางยกตะเกียบขึ้นมาก้มหน้าและคีบอาหารที่เข้าส่งมากิน นางกินเร็วมาก นางยัดอาหารเข้าปากไม่หยุด ความจริงแล้วนางไม่อยากโกรธเขาแต่ว่าเขากลับมาพูดประชดนางว่ากินซะนี่เป็นคำสั่ง ใช่สิ ความสัมพันธ์ระหว่างเราตอนนี้มันก็แค่ฮ่องเต้และประชาชนต้อยต่ำ นี่เป็นอาณาจักรของเขา เขาว่ายังไงนางก็ต้องฟัง
เขามองรางค้างไว้ สายตามีแต่ความโกรธและทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นมายื่นมือไปและแย่งตะเกียบในมือนางมาโยนลงพื้นและตะโกนไปอย่างโมโหว่า: “ไม่ต้องกินแล้ว!”
ชูเซี่ยก็เก็บขึ้นมาและกินมันต่อ ทำเหมือนกับว่าเขาไม่อยู่ นางกินเร็วมากเร็จจนกระเพาะเจ็บ นางถึงจะหยุดกินเริ่มรู้สึกว่ากระเพาะนางเจ็บจี๊ด นางรีบนั่งลงที่พื้นจับท้องตัวเองไว้และอ้วกออกมาไม่หยุด
หลี่เฉินเย่นปัดอาหารที่อยู่บนโต๊ะลงพื้นหมดและตะโกนไปข้างนอกคนที่อยู่ด้านนอกก็รีบเข้ามาพอเห็นว่าฮ่องเต้โกรธโมโหอย่างมากทุกคนก็คุกเข่าลงพื้นไป สีหน้าที่เย็นชาของหลี่เฉินเย่นทำเอาทุกคนกลัวแต่ในความเย็นชานี้ยังมีความสงสารแฝงอยู่แต่ว่าเขาก็ใช้ความโกระเข้ามาแทนและเขาก็พูดไปว่า: “ชูเซี่ย เจ้านี้มันเป็นผู้หญิงที่ควรไปลงนรกซะ!”
ชูเซี่ยยังคงอ้วกไม่หยุด ความเหม็นเปรี้ยวยังคงอบครวญอยู่ที่คอนางไม่หายของที่นางกินไปเมื่อสักครู่ก็อ้วกออกมาเสียหมดแต่ว่ากระเพาะนางก็ยังเจ็บจี๊ดอยู่
เสียวไฉเข้ามาอยากจะเข้าพยุงนางแต่ก็ถูกหลี่เฉินเย่นห้ามไว้และพูดว่า: “ออกไปให้หมดเลยไม่มีคำสั่งของข้าก็อย่าเข้ามา!”
เสียวไฉรีบก้มหัวและพูดว่า: “ฝ่าบาท ร่างกายของนายหญิงไม่ค่อยสบายมาหลายวันแล้วเพค่ะ โปรดฝ่าบาทเมตตา อย่าทรมาณนานน้อยเลยเพค่ะ!”
หลี่เฉินเย่นนิ่สักพักก็เอาความโกรธลงใส่เสียวไฉทั้งหมดเขาพูดไปว่า: “ทำไม?เจ้ากำลังช่วยนางงั้นเหรอ?พวกเจ้านี้มันเป็นนายบ่าวที่รักกันซะจริงนะ ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้นะว่าใครเป็นเจ้านานของวังนี้หรือจะให้ข้าใช้คนลงโทษเจ้าโดยการเฆี่ยนดีถึงจะรู้ว่าใครเป็นนายของที่นี้?”
เสียวไฉ่กลัวจนตัวสั่นและทำได้แต่ก้มลงกราบ: “โปรดฝ่าบาทเมตตา บ่าวผิดไปแล้วบ่าวไม่ได้หมายความเช่นนั้นเพค่ะ โปรดฝ่าบาทเมตตา!”
ชูเซี่ยจับอกตัวเองยื่นมือไปและเช็ดมุมปาก ทำใจสงบและพูดว่า: “เจ้าไม่ต้องไปใส่อารมณ์ใส่นางหรอก?นางเป็นแค่เด็กสาวไม่รู้อะไร ถ้ามีเรื่องอะไรไม่พอใจก็ลงใส่ข้าเถอะ!”
หลี่เฉินเย่นเห็นสีหน้านางซีดขาว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายที่ไม่มีแรง ความโกรธบนใบหน้าเขาก็ได้หายไปสายตาแค้นก็หายไปด้วย เขาสงบลงและพูดอย่างเจ็บปวดว่า:“ขนาดข้ารับใช้เจ้ายังไม่ยอมให้ข้า ยังว่า แต่เจ้ากลับยอมให้ข้าเจ็บปวดใจ”
ชูเซี่ยลุกขึ้นมาและเดินไประหว่างที่เดินนั้นมีเศษจานที่แตกลงพื้น เศษถ้วยที่แหลมคมแทงทะลุเข้าไปในรองเท้าผ้าของนาง เศษนั้นแทงทะลุเข้าเท้านางลึกมากจนเลือดไหลออกมา แต่ในแสงไฟที่สลัวๆเขากลับไม่เห็นเลือดที่เท้านางเลยแต่เห็นแค่ว่านางเดินเข้ามาหาเขาเรื่อยๆเดินมาจนถึงหน้าเขา
เขาก็ยื่นมือไปและกอดเขาเอาไว้จากนั้นก็พูดว่า: “คนสองคนอยู่ด้วยกันต้องมีความสุขแต่ระหว่างเราช่วงเวลานั้นมันได้หายไปแล้ว ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้เจ้าเจ็บปวดแต่เจาตั้งใจทำให้ข้าเจ็บปวด แต่ช่างมันเถอะว่าเจ้าจะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ ความห่างระหว่างเราก็ได้เกิดขึ้นแล้วและยังไม่สามารถหายไปได้ ระหว่างเรามีจุดเริ่มต้นแล้วก็ต้องมีจุดจบ!”
เขารีบถามกลับไปต่อว่า “จุดจบพวกเราคืออะไร?”
ชูเซี่ยผละออกจากอ้อดกอดเขาและมองเขาสายตาเย็นชาขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับเสียงเย็นชาที่ฟังแล้วถึงกับขนลุก“เจ้ารู้”
สีหน้าหลี่เฉินเย่นเริ่มเศร้าขึ้นสายตาที่ชูเซี่ยมองเขาก็เย็นชาขึ้นมาก“ข้าสั่งให้คนตรวจสอบอาหารถ้วยช้อนและทั้งหมดของวันนั้นแล้ววันนี้เจ้าเป็นอะไรอีก?”
“ฝ่าบาทตรวจไม่เจอยาพิษใช่หรือไม่เพค่ะ?”ชูเซี่ยถามต่อ
หลี่เฉินเย่นทำหน้ารำคาน“ใช่ของทุกอย่างที่ข้าตรวจไม่มียาพิษขนาดน้ำในคืนนั้นที่เจ้าดื่มของที่เจ้าสัมผัสข้ายังสั่งให้คนตรวจเลยแต่มันไม่มียาพิษ คืนนั้นของที่จูเก๋อหมิงเคยจับยังไม่มียาพิษเลย ทั้งหมดนี้มันแสดงได้ว่าวันนั้นพวกเจ้าไม่ได้ถูกวางยา!”
ชูเซี่ยนึกไว้อยู่แล้วว่าถ้านางมีความสามารถในการวางยาก็ต้องมีความสามารถในการทำความสะอาดทุกอย่างด้วยแต่นางทำเร็วมากจนทำเอานางตกใจที่หลี่เฉินเย่นตรวจสอบมันอยู่ในคืนนั้นเลยนางวางยาพิษทั่วเลยแต่นางก็เก็บกวาดได้เร็วมาก ถ้าคนที่ถูกวางยาใช่ตัวเองถ้าเช่นนั้นชูเซี่ยจะลุกขึ้นตบมือเลย
หน้าขาวเรียวของหลี่เฉินเย่นเริ่มเปลี่ยนไป เขามองนางด้วยสายตาที่เย็นชา พูดว่า: “ข้ามีความหวังกว่าเจ้าเสียอีกว่าจะตรวจเจอยาพิษอะไร ข้าหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราจะเหมือนเดิมแต่ว่าชูเซี่ยหลักฐานทั้งหมดมันชี้ว่าเจ้าเป็นคนโกหกข้าทรยศข้า!”
เขามองนางเงียบๆขนาดเสียงก็เริ่มอ่อนโยนขึ้นแต่เนื้อหาที่เขาพูดกับนางมันเหมือนธนูที่แทงลงใจชูเซี่ยจนทะลุแต่ว่าชูเซี่ยก็รู้ว่าธนูนี้แทงทะลุเข้าหัวใจนางก็แทงทะลุเข้าหัวใจเข้าเช่นกัน
“ข้าบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไรขอแค่เจ้าอยู่กับข้าก็พอหัวใจเจ้าไม่อยู่ที่นี้ก็ไม่เป็นไร ข้าเคยเสียเจ้าไปครั้งหนึ่งสองครั้งข้าจะไม่ยอมเสียเจ้าไปเป็นครั้งที่สามอีก”สายตาของเขาโศกเศร้าและพูดต่อว่า :“แต่ว่าข้าไม่สามารถที่จะหลอกตัวเองได้อีกแล้วชูเซี่ย ข้าลืมไม่ได้เรื่องที่เห็นระหว่างเจ้ากับเขาที่อยู่บนเตียงเสื้อผ้ารุดหลุ่ย ภาพนี้ปรากฏขึ้นทุกครั้งที่ข้าอยู่ที่ประชุม ห้องหนังสือ โต๊ะกินข้าวก็ปรากฏมาเรื่อยๆ ข้ามันเป็นคนจำแลวไม่ลืมข้าใจน้อยยิ่งนัก ข้าเคยคิดที่บอกกับตัวเองว่าวันนั้นเจ้าเคยเห็นข้ากับมี่เหอคนล่ะครั้งถือว่าเสมอโมฆะ ครั้งนั้นเจ้ายกโทษให้ข้า ทำไมครั้งนี้ข้าจะยกโทษให้เจ้าไม่ได้?ข้าลองพูดกับตัวเองให้ปล่อยวางพอเริ่มมาสองวันข้าคิดว่าตัวเองจะทำได้ ข้าอยู่ข้างเจ้ามองดูเจ้ากินข้าวแต่ว่าในสมองก็คิดว่าเจ้ากับเขาเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่?เจ้ารักเขามากกว่าหรือข้ามากกว่า?เจ้ากับเขาจะกลับมาหากันอีกไหม?ถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะไม่เห็นหน้ากันแล้วเจ้าจะคิดถึงเขาไหม?เห็นเจ้าเหมอลอยข้าแทบเป็นบ้านึกว่าเจ้ากำลังคิดถึงเขาอยู่ ชูเซี่ย ข้าหึงจนจะเป็นบ้าเจ้ารู้บ้างไหม?สุดท้าย ข้าทำไม่ได้ที่จะทำเหมือนเรื่องทุกอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้น......