ตอนที่ 295
บทที่ 295 เรียกลุงสักคำมันทำให้คุณดูลำบากใจมากนักเหรอ?
October 21, 2026
เสิ่นเหลียงได้ยินแล้ว จากนั้นก็คิดอยู่ชั่วครู่ “ไม่เข้าใจสักเท่าไหร่.....”
มู่น่อนน่อนเอาลิ้นจี่ยัดใส่ตู้เย็น พลางเอ่ยปากถามเธอกลับ “ไม่พูดเรื่องนี้ แกกินข้าวหรือยัง?”
“กินกับคนในกองถ่ายมาแล้ว” เสิ่นเหลียงพูดจบ พลางตบหน้าผากของตนเองทันที “ฉันเพิ่งฉุกคิดได้ ยังมีอีกเรื่อง ฉันดูคลิปที่แกไปให้สัมภาษณ์เอาไว้แล้วนะ นี่แกคิดจะทำอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย?”
ตั้งแต่ครั้งที่แรกที่มู่น่อนน่อนขอให้เธอช่วยไปหานักข่าวมาให้ จากนั้นก็จุดไฟเผาวิลล่าแล้วหนีไป เสิ่นเหลียงยังรู้สึกกลัวมู่น่อนน่อนขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อก่อนเธอรู้ว่าตัวเองชอบหาเรื่องไปทั่ว ทว่าตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่ามู่น่อนน่อนเก่งกาจกว่าเธอมาก
มู่น่อนน่อนยิ้มและตอบกลับมา “ก็ถอดแบบมาจากบท《เมืองพัง》ไง”
“ฉันเชื่อแกก็ประสาทไปแล้วแหละ” เสิ่นเหลียงกลอกตามองบนทันที
มู่น่อนน่อนถือถาดลิ้นจี่ที่ล้างสะอาดแล้วยื่นมาให้ตรงหน้าของเสิ่นเหลียง น้ำเสียงดูเคร่งขรึมเล็กน้อย “เสี่ยวเหลียง แผนการของตระกูลเฉินช่างล้ำลึกมาก ถ้าฉันไม่เริ่มเสนอตัวทำก่อนอะไรสักอย่างบ้าง ก็คงถูกพวกเขาจูงจมูกตลอดไป”
เสิ่นเหลียงได้ยินว่าเธอเอ่ยปากถึงตระกูลเฉิน ท่าทางดูจริงจัง “ยังไม่มีข่าวคราวของเสี่ยวมู่มู่อีกเหรอ”
มู่น่อนน่อนส่ายหน้าไปมา น้ำเสียงดูเย็นชาขึ้น “ฉันเดานะ ทางตระกูลเฉินจะต้องส่งคนมาหาฉันในเร็วๆ นี้แหละ”
……
เฉินถิงเซียวเดินออกมาจากอพาร์ทเม้นของมู่น่อนน่อน สือเย่ก็รีบอ้อมไปทางด้านหลังเพื่อเปิดประตูหลังให้กับเขาทันที
สือเย่ที่กำลังขับรถอยู่ พลางเหล่ตามองเฉินถิงเซียวทางกระจกด้านหลังอยู่เป็นครั้งคราว
เฉินถิงเซียวหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางเผยอปากพูด “มีเรื่องอะไรก็พูดมา”
เฉินถิงเซียวพูดออกมาเช่นนี้แล้ว สือเย่เลยไม่มีการลังเลอีกต่อไป พลางเอ่ยปากถามทันที “คุณชายไม่ไว้ใจ แล้วทำไมถึงได้ให้คุณหญิงน้อยย้ายออกมาได้?”
บรรยากาศในรถเงียบงันอยู่ชั่วครู่ น้ำเสียงของเฉินถิงเซียวดูราบเรียบไม่ช้าไม่เร็วดังออกมา “ให้เธอย้ายออกมา เธอถึงได้รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย”
สือเย่จำเรื่องราวเมื่อปีที่แล้วได้ เขากับเฉินถิงเซียวเคยคุยเรื่องนี้กันมาแล้ว เวลานั้นเฉินถิงเซียวพูดว่าอะไรนะ?
ตอนนี้ คำพูดของเฉินถิงเซียว ความหมายโดยรวมแล้วยอมเจ็บปวดไปด้วยกันไม่ใช่เหรอ?
พอเวลาผ่านไปครึ่งปีเอง ความคิดของเฉินถิงเซียวก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว
……
มู่น่อนน่อนคาดเดาได้ไม่เลวเลย
เพราะว่าไม่นานนักตระกูลเฉินก็ส่งคนมาหาเธอทันที
คืนนั้นเธอกับเสิ่นเหลียงคุยกันอยู่สักพัก เสิ่นเหลียงยังมีงานช่วงเช้าที่ต้องไปทำ เลยขอตัวรีบกลับบ้านก่อน
ตารางงานของเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นก็คือการไปที่กองถ่ายละครตามเดิม
ทว่า เธอเพิ่งจะออกจากบ้านเท่านั้นเอง ก็เห็นรถยนต์สีดำขับมาจอดตรงด้านหน้าของเธอทันที
กระจกรถยนต์ลดระดับลง พลันปรากฏใบหน้าชายวัยกลางคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายเฉินถิงเซียว
“น่อนน่อน ไม่เจอกันนานเลยนะ”
แววตาของมู่น่อนน่อนพลันปรากฏอาการรังเกียจขึ้นมาทันที พลางหันเปลี่ยนเป็นความแปลกใจไปทันที “คุณเฉินเหรอคะ?”
เฉินชิงเฟิงยิ้มให้ ดูเหมือนเป็นผู้อาวุโสที่แสนอบอุ่นคนหนึ่ง “แม้ว่าตอนนี้คุณไม่ได้อยู่กับถิงเซียวก็ตาม ก็ไม่ต้องเรียกสิ้นเยื่อใยกันซะขนาดนั้น เรียกว่าลุงสักคำมันจะทำให้คุณลำบากไปไหม?”
แม้ว่าท่วงท่าของเขาที่ดูอ่อนโยนก็ตาม แต่ว่าตอนที่เขาพูดกับมู่น่อนน่อนนั้นกลับเอาแต่นั่งอยู่ในรถยนต์ จนแสดงความเหินห่างออกมา
มู่น่อนน่อนเรียกเขาตามน้ำไปทันที “คุณลุงเฉิน”
แววตาของเฉินชิงเฟิงแสดงอาการดีใจออกมา “นี่คุณกำลังจะไปไหน มีเวลาพอไปกินกาแฟกับฉันสักแก้วไหม?”
มู่น่อนน่อนยิ้มให้และพยักหน้าเล็กน้อย “มีเวลาแน่นอนค่ะ”
เธอเฝ้ารอคอยให้เฉินชิงเฟิงมาหาเธอ เธอไม่มีวันที่จะปฏิเสธคำเชื้อเชิญของเขาอย่างแน่นอน
“ขึ้นรถสิ”
เมื่อสิ้นเสียงเฉินชิงเฟิง เลิ่งซู่ที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้านั้น ก็ลงจากรถและเปิดประตูทางด้านหลังให้กับมู่น่อนน่อนทันที