ตอนที่ 332
บทที่ 332 ตราบใดที่คุณไม่เป็นไร ผมก็ไม่เป็นไร
October 21, 2026
เฉินถิงเซียวเอาแก้วน้ำในมือยัดใส่มือของมู่น่อนน่อน “พวกเขาไม่จำเป็นต้องมั่นใจว่าคุณได้ยินความลับของพวกเขาจริงหรือไม่ ตราบใดที่รู้สึกว่ามีคนคุกคามพวกเขา พวกเขาก็จะทำทุกทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย”
มือของมู่น่อนน่อนเย็นมาก
เฉินถิงเซียวเอามือของเธอมากุมไว้ “กลัวเหรอ”
มู่น่อนน่อนไม่ได้ตอบคำถามของเขา แต่จู่ๆ ก็ถามด้วยเสียงที่สะอื้นเล็กน้อยว่า “จะเกิดเรื่องกับเฉินมู่หรือเปล่า”
พวกเฉินชิงเฟิงทำทุกทางเพื่อบรรลุเป้าหมายแบบนี้ มู่น่อนน่อนไม่กล้าคาดหวังให้พวกเขามีความสงสารต่อเด็ก
เฉินถิงเซียวรีบบอกเธออย่างเฉียบขาดว่า “ไม่หรอก พวกเขาต้องการให้ผมถวายชีวิตเพื่อตระกูลเฉิน จึงจะไม่มีทางลงมือกับเฉินมู่”
เมื่อมู่น่อนน่อนได้ยิน สีหน้าก็ดีขึ้นเล็กน้อย ก้มหน้าลงไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
เฉินถิงเซียวเองก็ไม่พูด แค่จับมือเธอไว้เงียบๆ
ผ่านไปสักพักหนึ่ง มู่น่อนน่อนถึงได้ส่งเสียงออกมาว่า “ฉันไม่เข้าใจเลย พวกเขาต้องการซ่อนอะไรกันแน่ ถึงได้ทำเรี่องมากมายขนาดนี้!”
เฉินถิงเซียวถามเธอว่า “ยังจำเรื่องก่อนที่คุณปู่จะเกิดเรื่องได้ไหม ที่ให้คุณช่วยมาบอกแทนเขาว่าให้ผมไปหาเขาน่ะ”
มู่น่อนน่อนพยักหน้า “จำได้”
“ตอนนั้นคุณปู่บอกว่า ตราบใดที่หลังปีใหม่ผมไปอาศัยอยู่ที่บ้านเก่า เขาจะบอกผมทุกอย่างที่ผมอยากรู้” แววตาของเฉินถิงเซียวเปลี่ยนเป็นรุนแรงผิดปกติ “รวมถึงความจริงเกี่ยวกับคดีลักพาตัวเมื่อปีนั้นด้วย”
ตลอดมาเฉินถิงเซียวไม่เคยบอกมู่น่อนน่อนเรื่องนี้
สาเหตุหลักเป็นเพราะ เขาไม่อยากให้มู่น่อนน่อนรู้เรื่องของตระกูลเฉินมากเกินไป มันจะเป็นการทำร้ายเธอ
สมองของมู่น่อนน่อนประมวลผลอย่างรวดเร็ว
“เพราะฉะนั้น พวกคุณพ่อของคุณคือกำลังปกปิดความจริงในเรื่องตอนนั้นเหรอ พยายามฆ่าปิดปากทุกคนที่อาจจะรู้ความจริงงั้นเหรอ”
เมื่อมู่น่อนน่อนพูดถึงตรงนี้ก็นิ่งไป คิ้วสวยขมวดมุ่น “พวกเขาคิดว่าฉันแอบได้ยินที่พวกเขาคุยกัน คุณปู่ต้องการบอกความจริงกับคุณ ฉะนั้นฉันกับคุณปู่จึงล้วนแต่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้”
เฉินถิงเซียวตอบเธอด้วยความเงียบ
ความเงียบเท่ากับการยืนยัน
ผ่านไปนาน กว่ามู่น่อนน่อนจะพูดออกมาเงียบๆ ว่า “วันปีใหม่ฉันเห็นคุณป้าคุณกับคุณพ่อคุณเข้าห้องไปด้วยกัน ถ้าพวกเขาต้องการซ่อนความจริงเกี่ยวกับคดีลักพาตัวในปีนั้น นี่ไม่ใช่ว่าสามารถอธิบายได้หรอกเหรอว่าพวกเขาสมรู้ร่วมคิดกัน คุณป้าของคุณก็มีส่วนร่วมในคดีตอนนั้นด้วย?”
เฉินถิงเซียวเหมือนจะเหนื่อยล้าเล็กน้อย เขายกมือขึ้นกดๆ ตรงระหว่างคิ้ว และหลับตาลงเอนตัวพิงโซฟา น้ำเสียงกดต่ำและเย็นชา “คุณปู่ของคุณเคยบอกว่า ได้เห็นป้าของผมในที่เกิดเหตุ”
มู่น่อนน่อนเม้มริมฝีปาก “ยังมีเรื่องอีกเท่าไรกันแน่ที่คุณปิดบังฉัน”
แต่เธอก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาใส่ใจเรื่องนี้
“เพราะคุณปู่ของฉันเห็นคุณป้าของคุณ เพราะงั้นถึงได้ถูกคุณพ่อของคุณพาไปอยู่ ‘บ้านพักคนชรา’ ที่ต่างประเทศ แบบนี้ทุกอย่างก็ลงล็อก”
มู่น่อนน่อนเสนอว่า “หรือไม่งั้นเอาแบบนี้ เราไปหาคุณปู่ฉันเพื่อถามในเรื่องนี้กัน”
ทว่า เฉินถิงเซียวปฏิเสธข้อเสนอของเธอ “ไม่ต้องหรอก”
“แต่...”
มู่น่อนน่อนยังอยากพูดอะไรอีก แต่เฉินถิงเซียวขัดจังหวะคำพูดของเธอเสียก่อน “เวลานี้มันดึกแล้ว เตรียมเข้านอนเถอะ”
มู่น่อนน่อนมองออกว่าเฉินถิงเซียวไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก จึงไม่พูดแล้ว
เพราะถึงอย่างไรสมัยก่อนเฉินถิงเซียวก็เป็นคนที่ค่อนข้างสนิทกับเฉินเหลียน และแม่ของเฉินถิงเซียวยังเป็นเพื่อนสนิทของเฉินเหลียนด้วย ถ้าคดีลักพาตัวในตอนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเฉินเหลียนจริง งั้น...
แต่ทำไมพวกเขาต้องทำแบบนั้นกับเฉินถิงเซียวและแม่ของเขาล่ะ
จะว่าไปแล้วสำหรับแม่ของเฉินถิงเซียวนั้น คนหนึ่งคือสามีใกล้ชิดของเธอ อีกคนคือเพื่อนสนิทที่สุดของเธอ
สองคนนี้จะร่วมมือกันทำร้ายเธอจริงเหรอ
เฉินถิงเซียวลุกขึ้น เห็นมู่น่อนน่อนยังคงนั่งอยู่บนโซฟา เขาจึงเอื้อมมือไปดึงเธอขึ้น เป็นการกระทำที่ไม่อ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย