ตอนที่ 419
บทที่ 419 ใครมอบความกล้าให้กับเธอ?
October 21, 2026
การ์ดถูกสีหน้าที่แสดงออกมาของเฉินถิงเซียวทำเอากลัวจนมือสั่นไปหมด “ผมกำลังเตรียมที่จะประคองคุณลงจากรถ ไปโรงพยาบาลครับ”
เขาพูด แล้วก็ได้ถอยห่างออกไปเล็กน้อย ทำให้เฉินถิงเซียวสามารถมองเห็นประตูทางเข้าโรงพยาบาลได้
“มาโรงพยาบาลทำไม? ใครใช้ให้นายส่งฉันมาที่โรงพยาบาล? หืม?” ว่า “หืม” ตัวสุดท้าย มันช่างฟังดูน่ากลัวเสียจนหมือนกับว่าเป็นเครื่องรางที่จะทำให้ตายเร็วขึ้นของยมราชเลยไม่มีผิด
การ์ดได้เงียบกริบกันไปหมด ไม่กล้าพูดอะไรออกไป และก็ไม่กล้าถอยออกไปด้วยเช่นกัน ทำเพียงแค่มองไปทางมู่น่อนน่อนอย่างขอความช่วยเหลือ
มองตามสายตาของการ์ดไป เฉินถิงเซียวจึงได้พบว่ามู่น่อนน่อนก็อยู่ภายในรถด้วย
“เธอจะส่งฉันไปโรงพยาบาล?” เฉินถิงเซียวหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วมองเธอ ยื่นมือออกไปก็ได้บีบคางเธอเอาไว้ พลางเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงที่เย็นยะเยือก “เธอส่งฉันไปโรงพยาบาลทำไม? ใครมอบความกล้าให้กับเธอกัน?”
น้ำเสียงประณามความผิดออกมาอย่างรุนแรงนี้ ได้ทำให้มู่น่อนน่อนแข็งค้างไปครู่นึ่งเลย
เฉินถิงเซียวที่เป็นอย่างนี้ ไม่คุ้นเคยเลย
“คุณดูเหมือนว่าป่วย ดูไม่สบายมาก ฉันก็เลยให้พวกเขาส่งคุณมาที่โรงพยาบาล” มู่น่อนน่อนพูดไปพลางมองสำรวจเขาอย่างระมัดระวังไปพลาง
สายตาของเขาล้ำลึกมาก เป็นความดำมืดที่เข้มข้นประหนึ่งน้ำหมึกอะไรทำนองนั้น ปกติตอนที่ไม่ยิ้มก็ดูมืดมนอยู่บ้าง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขาในตอนนี้ที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัดเลย
แต่มู่น่อนน่อนก็ไม่รู้เลยว่าความโกรธของเขามันเกิดมาจากไหน
ช่วงหลายวันมานี้ พวกเขาอาศัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน เธอไม่เคยเห็นท่าทางอย่างนี้ของเฉินถิงเซียวมาก่อนเลย
เฉินถิงเซียวได้ยินคำพูดของเธอ ตรงระหว่างคิ้วนิ่วเข้าหากัน แรงที่กำลังบีบคางเธออยู่นั้นก็ได้ลงหนักขึ้นกว่าเดิม
มู่น่อนน่อนเจ็บจนหายใจพะงาบๆออกมาด้วยความกลัว พลางเอ่ยออกไป “เฉินถิงเซียว คุณช่วยปล่อยมือก่อนได้มั้ย”
“เธอรู้จักฉัน?” เฉินถิงเซียวไม่เพียงแต่จะไม่คลายมือออกไป แต่สายตายังเปลี่ยนเป็นคมกริบขึ้นมาด้วยเช่นกัน แล้วยังประดับไปด้วยการสือหาความจริงออกมา “เธอเป็นใคร?”
“ฉัน...” มู่น่อนน่อนอยากจะบอกชื่อของตัวเองออกไปทันที แต่ตอนนี้ก็ได้ค้นพบจุดที่ผิดปกติของเฉินถิงเซียวขึ้นมา
เธอถามเฉินถิงเซียวไปอย่างไม่กล้าที่จะเชื่อ “คุณไม่รู้จักฉัน?”
ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งสองคนเมื่อสามปีก่อนต่างฝ่ายต่างก็ได้สูญเสียความทรงจำกันไป แต่ว่าช่วงนี้ทั้งสองคนก็ได้อาศัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน จะเกิดสถานการณ์ที่จู่ๆก็มาไม่รู้จักเธอขึ้นมาได้ยังไงกัน?
มู่น่อนน่อนยื่นมือใช้แรงไปขยับมือของเขาที่กำลังบีบอยู่ที่คางของเธออยู่ออกไป จากนั้นก็เข้าไปตรงหน้าเฉินถิงเซียว ชี้มาที่ตัวเอง พูดกับเขาออกไปด้วยใบหน้าที่จริงจัง “คุณตั้งใจมองฉันให้ดีๆ ไม่รู้จักฉันจริงๆ?”
เฉินถิงเซียวกระตุกมุมปากออกมา คำพูดที่ได้พูดออกมาได้ประดับไปด้วยการเยาะหยัน “เหอะ เธอนึกว่าหน้าตาดูเจริญตากว่าผู้หญิงทั่วๆไปหน่อย ฉันก็ควรจะต้องรู้จักเธอ?”
มู่น่อนน่อน “...”
ใครสามารถบอกเธอได้บ้างว่านี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
เฉินถิงเซียวคงไม่ได้...สมองมีปัญหาหรอกมั้งใช่มั้ย?
มู่น่อนน่อนมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตอนเช้าตอนที่ออกจากบ้านมามองดูแล้วก็ยังดูเหมือนคนปกติอยู่เลย...
ช่วงนี้ เขาเองก็อารมณ์แย่ลงหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีจุดที่แตกต่างไปจากคนทั่วไปอะไรเลยนะ
เธอคิดๆไปแล้ว พลางเอ่ยปรึกษาหารือกับเฉินถิงเซียวออกไป “ฉันอธิบายให้คุณได้ไม่ชัดเจนไปสักพักนึง และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้คุณเป็นอะไรไปกันแน่ เอาอย่างนี้แล้วกัน พวกเราไปตรวจที่โรงพยาบาลกันก่อนสักหน่อย โอเคมั้ย?”
เฉินถิงเซียวเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชา “คนที่ควรจะต้องตรวจเป็นเธอมากกว่าล่ะมั้ง”
“ฉัน...”
เฉินถิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองไปทางการ์ดที่ขับรถอยู่ที่ข้างหน้า พลางเอ่ยออกไป “กลับไป”
“ครับ” การ์ดตอบรับออกมา แล้วสตาร์ทรถเตรียมที่จะกลับไป
ตอนนี้เฉินถิงเซียวกลับเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน “เดี๋ยวก่อน”
การ์ดรีบหยุดรถลงทันที
เฉินถิงเซียวหันหน้าไป มองไปทางมู่น่อนน่อนที่กำลังลอบมองเขาอยู่เป็นครั้งคราวอยู่ที่ข้างๆ หลุดพ่นออกไปสองคำอย่างเย็นชา “ลงไป”
“คุณบอกให้ฉันลงจากรถ?” มู่น่อนน่อนสงสัยว่าตัวเองได้ยินผิดไป
เฉินถิงเซียวเพียงแค่มองเธอไปอย่างเย็นชา “หรือว่าจะยังมีคนอื่นอีกหรือไง?”
มู่น่อนน่อนใจสั่นรัวด้วยความกลัวขึ้นมาเล็กน้อย แน่นอนว่าปฏิกิริยาจะช้าลงหน่อย
ก็คือเพียงไม่กี่วิที่กำลังใจสั่นด้วยความกลัวอยู่นี้ เฉินถิงเซียวก็ได้เปิดประตูรถเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วผลักเธอลงไปทันที