ตอนที่ 433
บทที่ 433 ฉันให้นายพูดแล้วหรือไง?
October 21, 2026
มู่น่อนน่อนพยักหน้าให้สือเย่ แล้วพูดว่า “ลาก่อนค่ะ”
สือเย่รีบเดินตามเฉินถิงเซียวไป “คุณชายครับ ผมมาแล้วครับ”
พอเขาไล่เขาออกไป เฉินถิงเซียวก็มาถึงทางเข้าลิฟต์แล้ว แต่ยังไม่ได้กดลิฟต์
สือเย่ก้าวไปข้างหน้าและกดลิฟต์ ก่อนจะพูดออกมา “คุณชายครับ”
เฉินถิงเซียวยิ้มเยาะ “ฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงหน้าด้านอย่างมู่น่อนน่อนมาก่อนเลยจริงๆ”
สือเย่ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดแก้ไขกับเฉินถิงเซียว “คุณชายครับ นอกจากคุณหญิงน้อยแล้ว ดูเหมือนคุณชายจะไม่รู้จักผู้หญิงอื่นเลยนะครับ”
เฉินถิงเซียวในอายุยี่สิบต้นๆ นอกจากเฉินจิ่งหยุ้นแล้ว เขาก็ไม่รู้จักผู้หญิงคนไหนเลยจริงๆ
หลังจากเจอมู่น่อนน่อน ผู้หญิงที่เฉินถิงเซียวรู้จักก็มีเพียงไม่กี่คน
เฉินถิงเซียวหันหน้ามองไปที่สือเย่ด้วยสายตาที่เย็นชา “ฉันให้นายพูดแล้วหรือไง?”
“ไม่ครับ” สือเย่ก้มหน้าลง แล้วพูดด้วยความเคารพ
ติ๊ง—
ลิฟต์ที่จะลงมาถึงพอดี
เฉินถิงเซียวส่งเสียงหึอย่างเย็นชา แล้วเดินเข้าไปในลิฟต์ทันที
สือเย่รีบเดินตามเข้าไป
เขาเพิ่งเดินเข้าไปในลิฟต์ ก็พบกับสายตาที่เย็นชาของเฉินถิงเซียว
เขาชะงักไปเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเฉินถิงเซียวหมายความว่าอะไร เขาจึงลองถอยออกจากลิฟต์ดู
ในขณะนี้เอง เฉินถิงเซียวมองเขาอย่างว่างเปล่า แล้วพูดออกมาอย่างเย็นชาเพียงสามคำ “เดินบันได”
พูดเสร็จเขาก็กดปุ่มปิดประตูลิฟต์
สือเย่ยืนอยู่คนเดียวด้านนอกลิฟต์ ความรู้สึกสับสนและงุนงง
ผ่านมาเกือบสิบปี พอมองย้อนกลับไป สือเย่ก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย ตอนนั้นเขาทนอารมณ์ของเฉินถิงเซียวมาได้ยังไงกัน?
แต่ว่ายังไงก็ผ่านมาแล้วสิบกว่าปี ตอนนี้ก็ได้แต่ทนต่อไปแล้วล่ะ
เขาคิดในแง่ดี บางทีคุณชายอาจจะฟื้นคืนความทรงจำของเขาในไม่ช้านี้ก็ได้?
……
พอสือเย่กับเฉินถิงเซียวออกไป เสิ่นเหลียงก็เดินออกมา
เมื่อตะกี้เธอกับสือเย่แอบซ่อนอยู่หลังประตูห้องครัว และบทสนทนาระหว่างเฉินถิงเซียวกับมู่น่อนน่อน เธอได้ยินทุกอย่างโดยไม่ขาดตกบกพร่อง
เสิ่นเหลียงตบบ่าเธอ แล้วพูดปลอบใจ “อย่าถือถือสาคำพูดของบอสใหญ่เลย เธอก็คิดซะว่าตอนนี้เขาป่วย บางทีอีกไม่นานเขาอาจจะหายดีก็ได้”
“ฉันไม่เป็นไร” มู่น่อนน่อนหันมามอง แล้วส่ายหน้าให้เธอ “เมื่อก่อนเฉินถิงเซียวทำเพื่อฉันมาตลอด และตอนนี้ถึงเวลาที่ฉันจะทำอะไรให้เขาบ้างแล้วเหมือนกัน”
เสิ่นเหลียงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เพื่อเขา เธอก็ห้ามทำให้ตัวเองเสียใจเด็ดขาดนะ”
“ไม่หรอก”
มู่น่อนน่อนนึกถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้น ก่อนจะหัวเราะออกมา “เฉินถิงเซียวเป็นคนรักความสะอาด ก่อนหน้านี้มู่มู่คีบอาหารให้เขา เขายังยอมกินมันเข้าไป พ่อกับลูกเชื่อมโยงจิตใจกันจริงๆ เขาไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรกับมู่มู่เลย..”
“แล้วเธอล่ะ?” เสิ่นเหลียงนึกถึงคำพูดที่เฉินถิงเซียวพูดก่อนหน้านี้ “คิดเพ้อฝันไปเอง” แล้วอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้
สีหน้าของมู่น่อนน่อนดูอึดอัดเล็กน้อย “กับฉันเขาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลย”
เสิ่นเหลียงฟังไม่เข้าใจ “ฮะ?”
“ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว” มู่น่อนน่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง “ฉันพามู่มู่ไปอาบน้ำนอนก่อนนะ”
เสิ่นเหลียงรีบถามอย่างไม่ยอมแพ้ “เอ๊ะ เธอยังพูดไม่จบเลย พูดให้ชัดเจนกว่านี้หน่อย ท่านประธานรู้สึกยังไงกับเธอเหรอ?”
มู่น่อนน่อนแค่ส่งยิ้มให้เธอ แล้วพาเฉินมู่เข้าไปอาบน้ำ
เธอเตรียมน้ำอาบให้เฉินมู่ พร้อมกับคิดถึงเรื่องเมื่อวานไปด้วย
เมื่อวานเธอไปที่บ้านของเฉินถิงเซียว หลังจากทำบะหมี่ให้เขาเสร็จ แล้วยังแอบจูบเขาด้วย
ด้วยนิสัยของเฉินถิงเซียว ถ้าเขาไม่รู้สึกอะไรกับเธอจริงๆ แล้วยังเกลียดเธอเป็นพิเศษ ในวันนี้เขาจะไม่มาหาเธอแล้วนั่งกินข้าวร่วมกับเธออย่างกลมกลืนแบบนี้แน่ๆ
ถึงแม้เขาจะบอกว่า เขามาเพื่อมารับเฉินมู่ แต่พอบวกลบคูณหารกันแล้วเท่ากับมาหาเธอ
วันนั้นเธอแอบขโมยจูบเฉินถิงเซียว แต่เฉินถิงเซียวยังสามารถนั่งกินข้าวกับเธอได้อย่างสงบ ไม่ได้หมายความว่าเขาเองก็มีความรู้สึกต่อเธอเหมือนกันเหรอ?
ถ้าหากเฉินถิงเซียวไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ ด้วยนิสัยของเขาแล้ว มู่น่อนน่อนแอบจูบเขา เธอจะมายืนอยู่ที่นี่โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้เหรอ?