ตอนที่ 669
บทที่ 669 คุณโกหก
October 21, 2026
ทั้งสองวิ่งออกไปไกลมาก วิ่งมาถึงตลาดนัดของหลังโรงเรียนถึงหยุดลงมา
ข้างตลาดนัดมีห้องน้ำสาธารณะอยู่ มู่น่อนน่อนกับเสิ่นเหลียงได้ไปถอดชุดนักเรียนในห้องน้ำ ด้านในของชุดนักเรียนได้ใส่เสื้อนวมกันหนาวเอาไว้
เก็บชุดนักเรียนเสร็จ ทั้งสองถึงออกมาจากข้างใน
ตอนที่เสิ่นเหลียงออกมาจากห้องน้ำสาธารณะ ได้ยืนมองรอบๆอยู่ข้างกำแพง จากนั้นถึงเดินออกมาข้างนอกอย่างสบายใจ
“เสียวจังเลย เกือบจะถูกจับแล้ว”
ถึงแม้ปากของเสิ่นเหลียงจะพูดแบบนี้ แต่มู่น่อนน่อนกลับไม่รู้สึกว่าน้ำเสียงของเธอมีความเสียวซ่านเธอเลย
“ถูกจับอ่ะเรื่องเล็ก”มู่น่อนน่อนเดินมาที่ข้างกายของเสิ่นเหลียงอย่างช้าๆ แล้วพูดอย่างเย็นชา “ถ้าถูกนักข่าวแอบถ่ายได้ พรุ่งนี้ก็จะขึ้นข่าวหน้าหนึ่งอีกแล้ว การค้นหายอดนิยมก็จะเป็นเธอหมดแน่นอน เดี๋ยวก็พาดหัวข่าวว่า‘ไม่นึกเลยว่านักแสดงหญิงเสิ่นเหลียงชอบosplay’ ‘ผู้หญิงที่ลับลอบเข้าไปในโรงเรียนกลางดึก’……”
เสิ่นเหลียงแสยะยิ้มมุมปาก “เธอหยุดพูดเลยนะ ฉันโรคจิตขนาดนี้นี่ไหน”
“สื่อไม่สนหรอกว่าเธอโรคจิตหรือเปล่า เพราะพวกเขาขอแค่มีกระแสมีคนคลิกดูก็พอแล้ว”
“แต่นี่ยังไม่ได้ถูกแอบถ่ายไม่ใช่เหรอ เฮ้อ หิวจังเลย หาอะไรกินกันก่อนเถอะ”
“ครั้งหน้าเธอ……”
“เอาล่ะๆ ฉันรู้แล้ว”
เสิ่นเหลียงขี้เกียจฟังมู่น่อนน่อนสั่งสอน ได้ดึงเธอวิ่งออกไปข้างนอกโดยตรง
เนื่องจากปิดเทอมฤดูหนาว อีกทั้งยังใกล้สิ้นปี ร้านในตลาดนัดปิดเยอะเลย มีแค่ไม่กี่ร้านที่ยังเปิดอยู่
ทั้งสองเลือกร้านอาหารร้านนึงแล้วเข้าไปสั่งอาหาร
โรงเรียนมีการเปลี่ยนแปลงไม่เยอะ แต่ตลาดนัดมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก
เมื่อก่อนตอนที่พวกเธอยังเรียนอยู่ที่นี่ ตลาดนัดล้วนถูกพวกเธอกินหมดทุกร้านแล้ว
เถ้าแก่เป็นชายวัยกลางคน ดูแล้วเป็นผู้ชายแบบที่เงียบขรึม
เถ้าแก่ถือเมนูอาหารมาถามว่า “ลองดูครับว่าจะสั่งอะไรดี”
มู่น่อนน่อนเพิ่งรับเมนูอาหารมา จู่ๆเถ้าแก่ได้ก้มหน้าและเอียงตัวเล็กน้อยพร้อมพูดเสียงเบาว่า “พวกคุณมากันแค่สองคนเหรอ ”
พอเสิ่นเหลียงฟังคำพูดของเขาแล้ว พริบตาเดียวแววตาก็เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
เถ้าแก่ไม่ได้เอามาใส่ใจ ได้พูดเสียงเบาต่อ “เมื่อครู่มีรถคันนึงตามหลังพวกคุณมาโดยตลอด ผมยังนึกว่ามากับพวกคุณเสียอีก ถ้าไม่ใช่คนรู้จักกัน พวกคุณรีบเรียกเพื่อนมารับ หรือว่าแจ้งความโดยตรงเถอะครับ”
“อะไรนะ คุณว่า……”เสิ่นเหลียงนั่งหันหลังให้กับประตู ทันใดนั้นรู้สึกว่าแผ่นหลังตัวเองค่อนข้างเย็นเฉียบขึ้นมาทันที เธอตระหนักได้ว่าพูดจาเสียงดังเกินไป ได้รีบเอามือปิดปากเอาไว้ไม่พูดจาอีก
มู่น่อนน่อนได้นั่งหันหน้าเข้าหากับประตูพอดี เธอเหลือบมองนอกประตูแวบนึง พร้อมชี้เมนูอย่างนึงแล้วพูดกับเถ้าแก่ว่า “พวกเรารู้แล้วค่ะ ขอบคุณเถ้าแก่มากนะคะ”
พอสั่งอาหารเสร็จ มู่น่อนน่อนก็ได้โทรหาฉีเฉิง
ก็ไม่รู้ว่าฉีเฉิงกำลังทำอะไรอยู่ ผ่านไปสักพักถึงรับสายเธอ
“ฉีเฉิง พวกเราอยู่ข้างนอกเหมือนจะมีเรื่องนิดหน่อย รู้สึกมีคนสะกดรอยตามพวกเรา นายมาตอนนี้ได้มั้ย ”
ฉีเฉิงถามอย่างรวบรัด “ที่อยู่ครับ”
มู่น่อนน่อนได้แจ้งที่อยู่ให้กับฉีเฉิง
เสิ่นเหลียงฟังคำพูดของมู่น่อนน่อนได้อย่างชัดเจนหมด พอมู่น่อนน่อนวางสายแล้ว เธอก็ขมวดคิ้วถาม “เธอโทรหาบอดี้การ์ดของเธอ หรือไม่เราแจ้งความโดยตรงเลยดีกว่ามั้ง ”
เท่าที่เสิ่นเหลียงดู บอดี้การ์ดอย่างมากก็แค่สามารถบดบังหน่อย เรื่องแบบนี้แจ้งความดีที่สุด
มู่น่อนน่อนส่ายหัว “เมื่อครู่พวกเราออกมาจากโรงเรียนถึงตลาดนัด ระยะทางไม่ใกล้ ถ้าคนที่สะกดรอยตามพวกเราแอบวางแผนชั่ว พวกมันมีโอกาสมากมายสามารถลงมือ แต่เราไม่แน่ใจพวกว่ามันอยากทำอะไรกันแน่ แจ้งความผลีผลามก็ไม่มีประโยชน์”
“ก็ได้ ในรถจะมีสักกี่คนกันเชียว อย่างมากก็แค่ให้ฉันได้ยืดเส้นยืดสายหน่อยเท่านั้นแหละ”ระหว่างที่เสิ่นเหลียงพูด ก็พยายามที่จะถกแขนเสื้อตัวเองขึ้นมา
แต่เสื้อหนาเกินไป เธอถกแขนเสื้ออยู่หลายทีก็ถกไม่ขึ้น……
มู่น่อนน่อนยิ้มและทำเป็นเหมือนไม่เห็น ได้ลุกไปเข้าห้องน้ำที่ด้านหลังของร้านอาหาร
ในห้องน้ำมีหน้าต่างบานเล็กอยู่บานนึง สามารถมองเห็นท้องถนนของด้านนอกพอดี