ตอนที่ 26
ตอนที่ 26 เชื่อฟังยิ่งกว่าสุนัขอีก
October 21, 2026
ตอนที่ 26 เชื่อฟังยิ่งกว่าสุนัขอีก
มู่น่อนน่อนนั่งรถไปที่บ้านตระกูลมู่
เวลาที่คนรับใช้เห็นหล่อน ถึงกลับทำความเคารพทันที “คุณหนูสาม”
การแสดงออกของคนรับใช้เปลี่ยนไป ก็ไม่ได้ยากที่จะเข้าใจ
เพราะตอนนี้หล่อนอยู่ในฐานะคุณนายน้อยของตระกูลเฉิน แถมตอนนี้ มู่หวั่นขียังใช้ชีวิตท่ามกลางข่าวสาร หากไม่ระมัดระวังก็จบชีวิตทางด้านนี้ไปเลย
“คุณพ่อคุณแม่อยู่หรือป่าว?” มู่น่อนน่อนพูดอ้ำๆอึ้งๆ ทำท่าทางว่ากำลังอารมณ์ดีอยู่
อารมณ์ของคนรับใช้ดูอ่อนโยนขึ้นเยอะ “อยู่ครบทุกคน รอคุณอยู่ที่ห้องหนังสือ”
……
เวลาที่มู่น่อนน่อน ยืนอยู่หน้าประตูห้องหนังสือ ยังไม่ทันเดินเข้าห้อง เพราะว่าด้านในห้องมีเสียงสนทนาจึงได้หยุดเท้าลงทันที
“หวั่นขีทำไมแกถึงไม่มีความอดทนอดกลั้นเอาไว้เลย! มีเรื่องก็เรียกหล่อนให้มาคุยที่บ้านก็จบเรื่องแล้ว ไปคุยข้างนอกก็โดนคนแอบถ่ายเข้า ตอนนี้จะเข้าไปจัดการเรื่องมันก็ยุ่งยากไปแล้ว”
นี่เป็นเสียงของมู่ลี่เหยียน
น้ำเสียงของเขาถึงแม้ว่ากำลังด่าทอมู่หวั่นขีอยู่ แต่กลับรู้สึกว่าสิ่งที่มู่หวั่นขีทำไปไม่มีอะไรผิดไปสักนิด
น้ำเสียงของมู่หวั่นขีดูน้อยใจเล็กน้อย “ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา พ่อ ทั้งหมดนี่ต้องเป็นแผนของมู่น่อนน่อนแน่ๆ ! ไม่งั้นจะมีคนแอบถ่ายได้อย่างพอดิบพอดีได้ยังไงกัน”
ในเวลานั้นเอง เซียวชู่เหอรีบอธิบายอย่างร้อนรน “หวั่นขี เธอก็เข้าใจน่อนน่อนเป็นอย่างดี หล่อนโง่ขนาดที่ยังสอบไม่ผ่านเลย จะทำเรื่องพรรค์นี้ได้ยังไงกัน ไม่ใช่หล่อนทำแน่นอน หล่อนทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอก”
“โง่หรอ? ในปีนั้นหล่อนไม่ได้ใช้เส้นพ่อเลยด้วยซ้ำ ยังสอบเข้าคณะภาพยนตร์ของเมืองหู้หยางด้วยตนเองได้เลย คุณมาบอกว่าหล่อนโง่หรอ?”
คณะภาพยนตร์ของเมืองหู้หยางนั้น ถือว่าเป็นคณะศิลปศาสตร์อันดับต้นๆของประเทศ
“หล่อนก็แค่โชคเข้าข้างเท่านั้นแหละ เธออย่าโมโหไปเลย....”
มู่น่อนน่อนรู้สึกว่ามู่หวั่นขีพูดได้ถูกต้อง เซียวชู่เหอ นี่เลวจริงด้วย
ในคลิปวิดีโอนั้น มู่หวั่นขีก็ด่าว่าหล่อนเลว แต่เซียวชู่เหอไม่เพียงแต่ ไม่หักหน้ามู่หวั่นขี แถมตอนนี้ยังพูดยกยอปอปั้นหล่อนอยู่อีกต่างหาก กลัวว่าหล่อนจะโกรธ
ครั้งนี้มู่หวั่นขีน่าจะโมโหอยู่ไม่น้อยจริงๆ ปกติหล่อนจะรักษาหน้าให้ดูเป็นปกติเอาไว้กับเซียวชู่เหอ แต่ตอนนี้จะแกล้งจะรักษาหน้าต่อไปดูท่าก็เหนื่อยจะแกล้งต่อไปแล้ว
หล่อนถึงกลับสบถด่าพรวดใหญ่ “นี่คุณหุบปากไปเลย พวกแกเป็นแม่ลูกกันก็เลวด้วยกันทั้งคู่ ไร้ประโยชน์ทั้งคู่”
มู่น่อนน่อนกำลังจะเปิดประตูเข้าไป พอได้ยินประโยคนั้นขึ้นมาถึงนิ่งหยุดการกระทำทั้งหมด
หล่อนอยากจะฟังทัศนคติของมู่ลี่เหยียน
ภายในห้องกลับเงียบสนิท ในที่สุดก็มีเสียงสุขุมของมู่ลี่เหยียนดังออกมา “หยุดทะเลาะกันสักทีเถอะ ตอนนี้มีเรื่องเร่งด่วน เราต้องรีบจัดการให้ดี มู่น่อนน่อนใกล้จะมาถึงแล้ว”
ถึงแม้ว่าจะห่างกันแค่ประตูเท่านั้น แม้ว่ามู่น่อนน่อนจะไม่เห็นการแสดงออกของเซียวชู่เหอ แต่ว่าหล่อนก็รู้ดี ในเวลานี้การแสดงออกของเซียวชู่เหอนั้นช่างน่าสนใจมากทีเดียว
หลังจากที่ มู่ลี่เหยียนพูดออกมานั้น ในห้องก็เงียบสนิท
มู่น่อนน่อนพยายามเก็บอาการของอารมณ์ตนเองเอาไว้ พร้อมทั้งก้มศีรษะลงแล้วผลักประตูเข้าไป
หล่อนมองบรรยากาศรอบๆ พร้อมกลับหลุบตาลง อีกทั้งใช้เสียงเล็กเสียงน้อยเรียกพวกเขา “พ่อ แม่”
จากนั้นหล่อนก็เบนสายตาไปทางมู่หวั่นขี “พี่”
“หึ!” มู่หวั่นขีส่งเสียงอย่างเย็นชาตอบรับ สีหน้าแสดงออกถึงความเย็นชา “ไปยืนไกลขนาดนั้นทำไม เข้ามาสิ!”
มู่น่อนน่อนทำท่าราวกับกำลังหวาดกลัวอยู่ พร้อมทั้งเดินด้วยท่าทีเชื่องช้า
หล่อนมองไปทางเซียวชู่เหอตามนิสัยเคยชิน
ทว่าเซียวชู่เหอกลับหันหน้าไปอีกทางแทน แทบไม่สนใจหล่อนเลย
สีหน้าของมู่น่อนน่อนถึงกลับหมดหวังทันที ช่วงที่หล่อนเตรียมตัวนั่งลงบนโซฟานั้น
อยู่ดีๆมู่หวั่นขีก็ยืนขึ้นพร้อมกับเสียงดัง “เพี๊ยะ” หล่อนง้างมือตบหน้ามู่น่อนน่อนฉาดใหญ่
เสียงดัง “เพี๊ยะ” ดังลั่น สะท้อนไปมาในห้อง