ตอนที่ 133
บทที่ 363 ขโมยห้องหนังสือ เจอผีแล้ว?
October 31, 2026
หลังจากบรรยากาศเคร่งขรึมที่ต่อเนื่องกันหลายนาทีในห้องรับแขก ถูกทำลายโดยลู่โม่
เขาจัดการอย่างใจเย็น: “ลู่โม่ ไปประกาศให้เงินรางวัลในเว็บมืด ดูว่าสามารถจับหลักฐานที่หนิงเฉิงซู่คือลูกนอกสมรสของราชวงศ์ได้หรือไม่ เรื่องอื่นมอบให้กับทีมทนายความ ฉันจะให้ทีมทนายร่างแผนให้เร็วที่สุด สาวน้อย ถึงเวลาทำตามคำแนะนำของทนายความ โต้เถียงตามก็พอแล้ว”
โจวเสี่ยวฉิงที่ฟังอย่างจริงจังอยู่ตลอดที่ด้านข้างพูดขึ้น: “สถานะลูกนอกสมรสของเขาไม่ได้รับการเปิดเผยมาหลายปีขนาดนี้ เห็นได้ว่าทางด้านราชวงศ์ประเทศ UA ปิดกั้นข่าวและหลักฐานได้อย่างหนาแน่นมาก เดาว่าเว็บมืดอาจจะไม่มี”
เธอใช้คำว่า ‘เขา’ เรียกหนิงเฉิงซู่ ในแง่หนึ่งเป็นเพราะยังไงซะหนิงเฉิงซู่ก็คือพี่สี่ของตัวเอง เรียกชื่อไม่เคารพสักเท่าไหร่ แต่เรียกพี่สี่ เธอก็เรียกไม่ออก
ลู่ฮั๋วหันหน้าไปมองเธอ: “คุณมีวิธี?”
โจวเสี่ยวฉิงพยักหน้า “บางทีฉันอาจจะหาหลักฐานได้!”
หนิงเฉิงเอินหวังให้เธอกลับไปอยู่ที่ คฤหาสน์ตระกูลหนิงอยู่แล้ว เธอสามารถกลับไปช่วยเซิงเกอหาหลักฐานได้พอดี
คุณพ่อของเธอถึงแม้จะเสียชีวิตแล้ว แต่ในคฤหาสน์ ห้องหนังสือและห้องนอกของเขายังเก็บไว้อยู่ ฟังหนิงเฉิงซู่บอกว่าให้คนไปเก็บกวาดทุกวัน ขอทุกอย่างเหมือนเดิมไม่ย้ายที่ ไม่แน่อาจจะพบเบาะแสอะไรบ้าง
ลู่ฮั๋วไม่ค่อยเห็นด้วย มองดูเธออย่างเป็นกังวล: “คุณเพิ่งได้รับการยอมรับจากตระกูลหนิง ทำเรื่องแบบนี้อันตรายเกินไป ยังไงหนิงเฉิงซู่ก็คือพี่น้องพ่อเดียวกันแต่ต่างแม่ของพวกคุณ ต่อให้เป็นลูกนอกสมรส นั่นก็คือคนของตระกูลหนิง ถ้าหากหนิงเฉิงเอินรู้เข้า ไม่มีทางปล่อยคุณแน่!”
“ไม่มีทางหรอก พี่รองคือคนตระกูลหนิงที่ดีต่อฉันมากที่สุดแล้ว เขามักจะพูดว่ารู้สึกติดค้างฉันยี่สิบกว่าปี ต่อให้เขารู้ ก็ไม่มีทางทำอะไรฉัน คุณวางใจได้!”
...
เพราะมีเพียงแค่สามวัน เวลาค่อนข้างจำกัด โจวเสี่ยวฉิงลงมืออย่างรวดเร็ว บ่ายวันนั้นก็บอกกับหนิงเฉิงเอินถึงเรื่องที่อยากจะกลับมาอยู่ที่ คฤหาสน์ตระกูลหนิง
หนิงเฉิงเอินดีใจมากที่เธอยอมรับสถานะใหม่ได้เร็วขนาดนี้ ยินดีที่จะกลับมาหลอมรวมครอบครัวใหญ่อย่างตระกูลหนิง
ตอนค่ำ ลู่ฮั๋วช่วยส่งสัมภาระ ส่งโจวเสี่ยวฉิงถึงตระกูลหนิงด้วยตัวเอง
โจวเสี่ยวฉิงสอบถามเล็กน้อย ได้รู้ว่าคฤหาสน์ในวันนี้นอกจากพวกคนใช้ เจ้านายกลับไม่เยอะ พี่ใหญ่เสียชีวิตเหมือนกับคุณพ่อ พี่สามอยู่ห่างไกลทำธุรกิจอยู่ที่ต่างประเทศ แทบจะไม่ค่อยกลับมา
มีเพียง คุณนายหนิงที่อยู่แต่ในบ้าน นั่นก็คือคุณแม่ของเธอ และยังมีน้องเจ็ดหนิงจิ้งเซวียนที่ยังไม่แต่งงานอยู่ที่บ้าน พี่รองหนิงเฉิงเอินก็กลับมาเป็นครั้งคราว
ได้รู้จากแม่บ้านว่าหนิงเฉิงเอินช่วงนี้ทางด้านสำนักงานมีงานราชการ สองคืนนี้อาจจะไม่กลับมาพักผ่อน
โจวเสี่ยวฉิงไม่อยากพลาดโอกาสที่ดีที่สุด ภายใต้การนำทางของพ่อบ้าน คืนนั้นก็จับทางทั้งคฤหาสน์ใหญ่ได้
“คุณหนูห้า ชั้นหกคือเขตหวงห้าม ตอนกลางคืนคุณห้ามขึ้นไปด้านบนเด็ดขาด นอกจากนี้ ตอนกลางวันทั้งคฤหาสน์นี้คุณอยากจะไปไหนก็ได้ทั้งนั้น”
โจวเสี่ยวฉิงไม่เข้าใจ: “เมื่อกี้คุณพูดไม่ใช่เหรอคะ ว่าชั้นหกคือที่ที่คุณแม่อาศัยอยู่ และยังมีห้องหนังสือและห้องนอนของคุณพ่อตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมตอนกลางคืนไม่สามารถขึ้นไปได้คะ?”
แม่บ้านสีหน้าลำบากใจ ทำได้เพียงก้มหน้า: “นี่คือสิ่งที่ท่านเอินสั่งไว้ คุณเพิ่งจะมา เรื่องหลายๆ เรื่องของตระกูลหนิงคุณยังไม่ทราบ อนาคตท่านเอินน่าจะบอกคุณด้วยตัวเอง ตอนนี้คุณแค่ต้องเชื่อฟังคำสั่งของท่านเอินก็พอ”
โจวเสี่ยวฉิงจ้องมองเขาอยู่นานโดยไม่พูดอะไร
ฟังดูแล้ว เรื่องของตระกูลหนิง เหมือนกับว่าไม่เพียงแค่เรื่องพวกนั้นที่หนิงเฉิงเอินบอกกับเธอก่อนหน้านี้ เทียบกับที่เธอรู้ตอนนี้ ยังจะซับซ้อนกว่า?
พ่อบ้านค่อยๆ โค้งตัว ทำท่าทางเชื้อเชิญ “นี่คือห้องที่เก็บกวาดไว้ให้คุณ คุณพักผ่อนเถอะครับ”
“ค่ะ”
โจวเสี่ยวฉิงปิดประตู นั่งครุ่นคิดอยู่ข้างเตียงอยู่ครู่หนึ่ง
ทำไมตอนกลางวันไม่เป็นไร กลางคืนไม่ให้ขึ้นชั้นหก?
ในนี้มักให้ความรู้สึกที่ไม่สามารถบอกใครได้อย่างหนึ่ง ยิ่งไม่ให้เข้า ก็ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้ของเธอ
ตอนตีสาม ทั้งคฤหาสน์เงียบสงบผิดปกติ ทุกคนหลับสนิทหมดแล้ว
โจวเสี่ยวฉิงเปิดประตูเบาๆ แอบออกจากชั้นสี่ที่ตัวเองพักอยู่ ขึ้นบันไดไปชั้นบนสุด
แต่ว่าน่าเสียดายมาก ชั้นบนสุดถูกล็อกไว้
ทำได้เพียงมองทางเดินที่มืดสนิท ผ่านประตูลวดเท่านั้น
ลมหนาวที่พัดมาจากทางเดินในคืนฤดูหนาว หนาวจนทำให้คนตัวสั่น ยิ่งเพิ่มสีสันลึกลับเล็กน้อให้กับชั้นหกที่น่ากลัว
โจวเสี่ยวฉิงตีทัพกลับโดยตรงอย่างไม่ยอมแพ้ แต่เดาว่ากุญแจอยู่ในมือหนิงเฉิงเอิน หรือไม่ที่พ่อบ้านก็มีสำรอง