ตอนที่ 202
บทที่ 432 ฉันอยากเลิก แยกกันอยู่ตลอดไป
October 31, 2026
เรื่องการจ้างวานแม่บ้านดูแลช่วงอยู่เดือน เพราะมีหวูเกอเป็นกรณีตัวอย่าง เซิงเกอกับจี้ยู่ถิงจึงพิถีพิถันเรื่องการคัดสรร โดยจะดูตั้งแต่สภาพแวดล้อมของครอบครัวและประวัติที่ผ่านมาของผู้รับจ้าง
สุดท้ายพวกเขาเลือกหญิงวัยกลางคน มีอุปนิสัยดี ชื่อว่าหยูจื่อ คนทั่วไปเรียกเธอว่าป้าหยู
......
เมื่อมีสาวใช้มาช่วยผ่อนแรง จี้ยู่ถิงก็สบายขึ้นเยอะ
ช่วงเวลาในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและมีความสุขผ่านไปไวเหมือนโกหก
แค่พริบตาเดียว ลูก ๆ ก็ต้องจัดงานเลี้ยงครบเดือนแล้ว เซิงเกอก็ไม่ต้องอยู่เดือนต่อ ร่างกายฟื้นฟูได้ดีมาก
ในงานเลี้ยงครบเดือน แขกเหรื่อและมิตรสหายมากันมืดฟ้ามัวดิน ซึ่งล้วนมาล้อมสองลูกรักแล้วเอ่ยคำชื่นชมไม่หยุดปาก
เซิงเกอกำชับจี้ยู่ถิงกับป้าหยูให้เฝ้าดูแลลูกรัก อย่าได้คลาดสายตาเด็ดขาด
แบบของรักของหวง มองได้แตะไม่ได้ ยิ่งไม่มีทางได้อุ้ม
ส่วนเธอก็ออกมาต้อนรับแขกเหรื่อ
ไม่นาน ลู่ฮั๋วในชุดอลังการงานสร้างก็นำของขวัญอันเลิศล้ำมา
เซิงเกอเห็นเขามาคนเดียว จึงถามด้วยความแปลกใจ“ทำไมพี่มาคนเดียวล่ะ ไม่รอเสี่ยวฉิงมาพร้อมกันหรือ?”
ลู่ฮั๋วทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก“ช่วงนี้เธองานยุ่งมาก และไม่รู้ว่าใครพูดอะไรกับเธอ พี่รู้สึกว่าช่วงนี้เธอจงใจตีตัวห่างกับพี่”
“พี่ทำเธอโกรธหรือเปล่า?”
“เปล่านะ” ลู่ฮั๋วครุ่นคิดดูแล้วจึงเอ่ยว่า“คู่รักก็ต้องมีทะเลาะกันบ้าง มันปกติไม่ใช่หรอ?เมื่อก่อนเธอไม่เป็นแบบนี้ ช่วงนี้เย็นชาใส่พี่เป็นพิเศษ”
เซิงเกอ“งั้นไว้ฉันมีเวลาจะช่วยพี่ถามให้นะ?”
“ช่างเถอะ เรื่องส่วนตัวพี่ พี่จัดการเองแล้วกัน”
เซิงเกอตบไหล่เขา พลางกำชับด้วยหน้าเข้ม“พี่สามเป็นผู้ชาย ถือสาผู้หญิงได้ไง ต่อไปทะเลาะให้น้อยๆ หน่อย ยอมเธอเยอะๆ ทะเลาะกันเยอะจะเสียใจได้”
“พี่สามรู้แล้ว”
ลู่ฮั๋วพยักหน้า รับฟังคำแนะนำเธอเงียบๆ
เมื่อนึกถึงคำไหว้วานของใครบางคน เขาจึงพูดต่อไปด้วยสีหน้าจริงจัง“ใช่แล้ว เมื่อคืนพี่รองบินไปเมืองฟาง ตอนนี้ยังกลับมาไม่ได้ พี่รองเลยให้พี่มอบอั่งเปาให้ บอกว่าถ้ากลับเมือง Sค่อยเอาของขวัญมาให้หลานๆ อีกที”
บินไปที่เมืองฟาง?
เซิงเกอทำหน้าสอดรู้สอดเห็น จงใจพูดหยอกว่า“เขาไม่ได้มีธุรกิจสำคัญในเมืองฟางนี่ พี่เขาไปที่นั่นทำไม?”
ลู่ฮั๋วจ้องเธอด้วยความปลาบปลื้ม“ก็ไปจีบว่าที่พี่สะใภ้รองให้พวกเราไง!แต่คงจีบยากหน่อยนะ ครึ่งปีก่อนมัวแต่เล่นตัว ตอนนี้หญิงในดวงใจหมั้นกับคนอื่น พี่รองจึงจะรู้หัวใจตัวเอง คาดว่าต้องจีบลำบากหน่อยนะ”
เธอหัวเราะคิกคัก พูดโพล่งออกไม่รักษาน้ำใจ“สมน้ำหน้า!ใครใช้ให้เขาชอบทำหน้าหยิ่งกันล่ะ ตีหน้านิ่งทั้งวัน ต้องมีพี่สะใภ้ที่กำเริบเขาได้ถึงจะดี”
ลู่ฮั๋วพยักหน้าหงึก ๆ คิดเห็นเช่นนี้เหมือนกัน
พวกเขาสองคนกำลังคุยกันอยู่ เซิ่งซิ่วเหวินก็มาถึง
เธอก็มาคนเดียวเช่นกัน
ลู่ฮั๋วเห็นแล้วจึงถามหนึ่งประโยคว่า“พี่สะใภ้มาคนเดียวหรือ?”
เซิ่งซิ่วเหวินคลี่ยิ้ม ทว่าระหว่างคิ้วกลับเจือความกลัดกลุ้มเลือนราง
“สองสามวันก่อนฝนตกหนัก ลู่เชินเขาไม่สบาย มีไข้สูงด้วย เขาปวดหัวเข่าเพราะช่วงนั้นคุกเข่าทั้งคืน เวลาฝนตกหรืออากาศเปลี่ยน เขาก็จะปวดทุกครั้ง แล้วเขารู้ดีแก่ใจว่าน้องสาวเห็นหน้าเขาแล้วอารมณ์ต้องไม่ดีแน่ เขาเลยไม่มารบกวน”
รอยยิ้มบนใบหน้าเซิงเกอลดน้อยไปหลายส่วน เธอหลุบตาลง ไม่พูดอะไร
ลู่ฮั๋วสังเกตเห็นสีหน้าของเธอ เห็นว่าเธอไม่มีอคติ จึงถามต่ออีกหนึ่งประโยคว่า“พี่สะใภ้ พี่ใหญ่เขายังอ่านปรัชญาปารมิตาสูตรอยู่อีกหรือ?”
เซิ่งซิ่วเหวินพยักหน้า“เหมือนเขาโดนของเลย ลงโทษตัวเองเหมือนกับคนบ้า ไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาวแค่ไหน แม้แต่ตอนเป็นไข้ เขาก็จะอ่านหนังสือเล่มนั้นอยู่ดี”
เธอถอนหายใจแบบไร้เสียง ดวงตาแดงก่ำโดยไม่รู้ตัว เพราะเห็นว่าวันนี้เป็นวันครบเดือนของลูกๆ เธอจึงได้แต่ฝืนยิ้ม
เซิงเกอฟังแล้วรู้สึกผิดปกติ แต่พูดแค่ว่า“น้องเคยห้ามพี่ใหญ่ไม่ให้อ่านหลายครั้งแล้ว แต่เขาเป็นคนหัวรั้น ต้องปล่อยให้เขาคิดได้เอง คนอื่นห้ามไม่ได้หรอก”
บรรยากาศรอบกายพวกเขาสามคนกลายเป็นหนักอึ้งในบัดดล
หลังจากเงียบไปหลายนาที สุดท้ายเซิงเกอก็เป็นฝ่ายยิ้มแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย
“พี่สาม พี่สะใภ้ เข้ามาเร็ว เอินเอินกับเนี่ยนเนี่ยนอยู่กับจี้ยู่ถิง ไปช่วยเลี้ยงหลานหน่อยสิ”
พวกเขาสองคนพยักหน้า กลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง ต่างพากันพูดคุยอย่างยิ้มแย้มแล้วเดินเข้าไปด้านใน