ตอนที่ 206
บทที่ 436 ทำตัวน่าสงสารก็ต้องทำให้ถึงที่สุด
October 31, 2026
เวลาเดียวกันในคฤหาสน์ของลู่ฮั๋ว
กำลังเกิดบทรักในห้องนอน
ผ้าม่านสีขาวนวลปิดสนิท โคมไฟสีด้านข้างผ้าม่านเสริมสร้างบรรยากาศโรแมนติกขึ้นหลาย
ลู่ฮั๋วคร่อมบนกายโจวเสี่ยวฉิงด้วยความลุ่มหลง หายใจหอบถี่ หลังมือลูบไล้นวลปรางค์ของเธอ
เสียงดึงดูดใจของเขาถามเธอด้วยความอ่อนโยน“ยังอยากเลิกอีกไหม?”
โจวเสี่ยวฉิงส่ายหน้าอย่างเชื่อฟัง“ไม่เลิกแล้ว เสียดายคุณ”
ลู่ฮั๋วพอใจกับคำตอบนี้มาก จูบริมฝีปากเธออีกครั้ง
เธอผลักเขาออกแล้วคัดค้านเสียงเบา“ไม่ต่อแล้ว ฉันเหนื่อย”
ลู่ฮั๋วพลิกกาย นั่งพิงหัวเตียง ผ้าห่มคลุมโปงร่างกายท่านบนอันเปลือยเปล่าของเขา และบนกล้ามเนื้อพวกนั้นมีเหงื่อซึมออกมา แลดูเซ็กซี่และประณีตยิ่ง
เขาโอบกอดโจวเสี่ยวฉิงแล้วพูดเสียงเอาจริงเอาจัง“เสี่ยวฉิง ผมหวังว่าคุณจะเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเอง ลองกลับบ้านตระกูลหนิงดูนะ
“ผมยอมรับว่าผมมีความเห็นแก่ตัวเล็กน้อย ถ้าประกาศว่าคุณเป็นคุณหนูแห่งตระกูลหนิง พวกเราก็จะได้แต่งงานกันง่ายขึ้น แล้วทุกๆก็จะอวยพรให้พวกเรา จะไม่มีคนวิจารณ์ เพื่อเห็นแก่อนาคตของพวกเราก็ได้ ผมอยากให้คุณลองดูสักครั้ง”
“แต่คุณวางใจเถอะ ไม่ว่ายังไง ผมจะไม่ยอมทอดทิ้งคุณเด็ดขาด เวลาที่คุณต้องเผชิญหน้ากับความกลัว ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”
โจวเสี่ยวฉิงนิ่งเงียบสักพักใหญ่ๆ
เธอครุ่นคิดอย่างใจเย็นสักพักก็เข้าใจเจตนารมณ์ของลู่ฮั๋ว
ช่างเถอะ ลองก็ลอง
“ได้ ฉันรับปากคุณ รอให้งานจากงานพรีเซ็นเตอร์ก่อนนะ แล้วฉันจะโทรหาหนิงเฉิงเอิน กลับไปที่บ้านตระกูลหนิง”
ลู่ฮั๋วจูบหน้าผากเธอเต็มปาก
เธอถอนหายใจ พูดถึงตระกูลหนิงทีไร เธอก็จะนึกถึงแต่เรื่องที่โดนลอบทำร้ายตอนอยู่ที่ชั้นบนสุด
“อะฮั๋ว คุณยังจำได้ไหม ฉันกลับไปอยู่ในบ้านตระกูลหนิงหลายวัน เพราะต้องการช่วยเซิงเกอเอาของของหนิงเฉิงซู่”
ลู่ฮั๋วพยักหน้า“จำได้สิ นับจากครั้งนั้นคุณก็ไม่ยอมกลับไปอีกเลย”
เธอผละตัวออกจากอ้อมแขนเขา สบตาเขาอย่างจริงจัง“คืนที่ฉันได้รูปถ่าย ฉันเจอเรื่องน่ากลัวด้วย”
ลู่ฮั๋วขมวดคิ้วมุ่น“ผ่านมานานแล้วทำไมไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงเลย?”
“เพราะตอนนั้นหนิงเฉิงเอินบอกฉันว่าฉันคิดไปเอง และฉันก็จะไม่ค่อยได้จริงๆ แล้วยังเป็นเรื่องภายในครอบครัวตระกูลหนิงด้วย ฉันเลยไม่ได้บอกใคร”
ลู่ฮั๋วทำหน้าขรึมขึ้นมา“วันนั้นคุณเจออะไรเหรอ?”
โจวเสี่ยวฉิงก้มหน้า เข้าสู่ภวังค์แห่งความคิด จากนั้นก็เล่ารายละเอียดปลีกย่อยให้เขาฟัง
“คฤหาสน์หลังเก่าของตระกูลหนิง หนิงเฉิงเอินตั้งกฎว่าตอนกลางคืนจะล็อคประตูชั้นบนสุด ห้ามใครเข้าไป แต่ว่าชั้นนั้นมีห้องหนังสือของคุณพ่อฉันและยังเป็นห้องนอนของแม่ฉันด้วย”
“วันนี้ฉันปีนเข้าไปด้านหน้าต่าง แล้วฉันเข้าไปในห้องหนังสือของคุณพ่อ จากนั้นก็ขโมยรูปถ่ายได้ แต่ตอนนั้นมีคนเอาที่เขี่ยบุหรี่ปาใส่หัวฉัน แล้วยังบีบคอฉันด้วย อีกฝ่ายต้องการฆ่าฉัน”
“คืนนั้นห้องหนังสือมืดมาก ฉันเห็นแววตาเขาจากแสงจันทร์ มันเปี่ยมไปด้วยไอสังหาร น่ากลัวเหมือนผีที่หลุดออกมาจากแดนนรกเลย”
“แล้วยังมีเสียงตวาดด้วย เหมือนพูดว่า...ทำไมเธอยังมีชีวิตอยู่ เธอคือความอับอาย เธอสมควรตาย...”
ลู่ฮั๋วตั้งใจฟังด้วยความเหลือเชื่อ
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ นอกจากดวงตาแล้ว คุณยังจำหน้าคนนั้นได้ไหม เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?”
โจวเสี่ยวฉิงหลับตาเพื่อระลึกเหตุการณ์
ผ่านไปสักพักเธอก็ส่ายหน้า“ฉันจำไม่ได้แล้ว”
ลู่ฮั๋วสวมกอดเธออีกครั้ง ปลอบขวัญเธอเสียงเบา“ถ้าไม่ใช่ความฝัน แต่คือความจริง งั้นชั้นบนสุดของบ้านต้องขังคนไว้แน่ และไม่รู้ว่าขังนานกี่ปีแล้ว เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่อยู่นะ”
เธอพยักหน้า“ใช่แล้ว ฉันสงสัยตลอดว่าจะเป็นแม่ที่ฉันไม่เคยพบหน้าหรือเปล่า อะฮั๋ว คุณเคยเจอหน้าแม่ฉันไหม?”
“เคยเห็นอยู่ แต่คุณนายตระกูลหนิงเหมือนจะไม่ค่อยออกจากบ้าน ไม่เคยร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ ผมมีโอกาสเจอแค่ตอนที่ตระกูลหนิงจัดงานเลี้ยงที่บ้าน”
ลู่ฮั๋วหยุดชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อไปว่า“แต่ตอนที่พบเจอท่าน ท่านดูมีสง่ามาก ไม่เหมือนคนเสียสติอย่างที่คุณเล่าเลย”