ตอนที่ 207
บทที่ 437 ลู่โม่เจอเรื่องแย่ที่สุดในชีวิต
October 31, 2026
ลู่โม่ไปหลบฝนใต้ผ้าใบหลังคาของร้านขายของ ซึ่งตอนนี้ปิดร้านแล้ว
เขาประมาณระยะทางไปบ้านตระกูลมู่กับกลับโรงแรม
พบว่าทั้งสองเส้นทางก็ใช้เวลาเกือบเหมือนกัน
เขาตัดสินใจวิ่งกรูกลางสายฝนในค่ำคืนอันมืดมิด
วิ่งมาหนึ่งชั่วโมง ทว่าเขายังไม่ถึงบ้านตระกูลมู่เสียที
ก่อนออกจากโรงแรม เขาดูแผนที่หลายครั้งแล้ว แต่อาจเป็นเพราะความมืด แม้เขาจะวิ่งพรวดอย่างแน่วแน่ต่อไป ทว่าก็ไม่รู้ว่าเดินเข้าผิดตั้งแต่ซอยไหน สุดท้ายก็หลงทางจงได้
ตอนนี้เป็นเวลากลางดึกกลางดื่น ตีสามกว่า ไม่มีรถยนต์วิ่งสัญจรบนท้องถนนสักคัน และไร้ซึ่งวี่แววคนเดินผ่าน
ในเมื่อกลับโรงแรมไม่ได้ และยังหาบ้านตระกูลมู่ไม่เจอ
เขาที่ตากฝนเหมือนลูกหมาตกน้ำคนเดียว คล้ายกับคนไร้ที่พึ่งพิง
จากการแสร้งทำตัวน่าสงสาร สุดท้ายกลายเป็นผู้น่าสงสารตัวจริงเสียงจริง
……
เช้าวันต่อมา สภาพอากาศทางเมือง Sปลอดโปร่ง
โจวเสี่ยวฉิงกินข้าวเช้าเสร็จก็โทรหาเฉิงหนิงเอินด้วยหัวใจชักกระตุก
เสี้ยววินาทีที่อีกฝ่ายรับสาย เธอยังไม่ทันได้เริ่มพูด หนิงเฉิงเอินก็เป็นฝ่ายเริ่มสนทนาก่อน“ในที่สุดน้องก็คิดได้เสียที”
โจวเสี่ยวฉิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ“อืม ฉันจะกลับไปอยู่ที่บ้าน”
หนิงเฉิงเอินยิ้มบางเบา คล้ายกับอารมณ์ดีเหลือหลาย“คิดได้ก็ดี ส่งโลเคชั่นมาสิ พี่จะให้โชเฟอร์ไปรับ”
“ไม่รบกวนแล้ว ลู่ฮั๋วจะไปส่งฉันเอง”
เสียงหนิงเฉิงเอินเย็นเยียบลอดเล็ดมาตามสาย“น้องเป็นคนตระกูลหนิง ต้องนั่งรถของตระกูลหนิง นั่งรถลู่ฮั๋วได้ยังไง”
โจวเสี่ยวฉิงไม่เข้าใจ“ทำไม?ลู่ฮั๋วเป็นแฟนฉัน เขามาส่งฉันก็สมควรแล้วนี่”
หนิงเฉิงเอินเว้นช่องนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ยังคงยืนยันคำเดิม“น้องห้าต้องเชื่อฟังนะ เก็บของแล้วรอโชเฟอร์ไปรับ”
“……”
โจวเสี่ยวฉิงหมดคำจะพูด
เธอกำลังนั่งอึ้ง ลู่ฮั๋วก็มาแย่งมือถือ
“ท่านเอิน ผมจะไปส่งเสี่ยวฉิงเอง ไม่มีใครกล้าครหาหรอก ถึงเสี่ยวฉิงจะเป็นดาราดัง แต่ผมมีอำนาจในวงการบันเทิง ถึงจะมีคนแอบถ่ายรูปได้ แต่ก็ไม่มีคนกล้าลงข่าวหรอก”
เสียงปรามทุ้มต่ำของเขายิ่งเย็นยะเยือกขึ้นหลายส่วน“หรือว่าท่านเอินดูถูกลู่ฮั๋วอย่างผม?หรือท่านเอินดูถูกตระกูลลู่?”
หนิงเฉิงเอินหัวเราะคิกคัก“ไม่ใช่อย่างนั้น”
สุดท้ายหนิงเฉิงเอินยอมประนีประนอมให้ลู่ฮั๋วไปส่งโจวเสี่ยวฉิงที่บ้าน
ตอนที่วางสายสีหน้าของโจวเสี่ยวฉิงกับลู่ฮั๋วต่างไม่ดีกันทั้งคู่
ลู่ฮั๋วเอ่ยว่า“ไอ้หนิงเฉิงเอินชอบบงการชีวิตคนอื่น คือคนที่รังแกผู้อ่อนแอ แต่ยำเกรงผู้แข็งแกร่ง คุณพยายามอย่าให้เขาจูงจมูกคุณนะ
“แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแข็งกร้าวเกินไป ต้องกะประมาณให้ดี เพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้ควบคุมอำนาจของตระกูลหนิง เรื่องภายในบ้านตระกูลหนิง ผมกับเซิงเกอก้าวก่ายไม่ได้”
เขาพึ่งพูดจบ เหลือบเห็นโจวเสี่ยวฉิงกำลังใช้สมองคิด จากนั้นเขาก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก
“เอ่อ...ถ้าผมพูดพี่รองของคุณในแง่ลบ มันจะเหมาะไหม?”
โจวเสี่ยวฉิงรู้สึกขำกับท่าทางของเธอ“จะเหมาะหรือไม่ คุณก็พูดแล้ว คุณคงเก็บคำพูดกลับไปไม่ได้”
“ก็จริงอยู่” ลู่ฮั๋วรู้สึกระอักกระอ่วน ไม่นานก็เปลี่ยนมาทำหน้าเข้ม“แต่ผมรู้ว่าคุณไม่ถือสาหรอก”
โจวเสี่ยวฉิงเม้มปากยิ้มหวานละมุนละไม“ใช่ ฉันไม่ถือสา”
พวกเขาสองคนเก็บสัมภาระไม่กี่ชิ้นแล้วนั่งรถตรงไปยังคฤหาสน์ประจำตระกูลหนิง
เมื่อใกล้ถึงบ้านตระกูลหนิง ลู่ฮั๋วก็รู้สึกว้าวุ่นใจ กุมมือเธอแน่น
“เสี่ยวฉิง คุณอย่ารีบร้อนจะสืบความลับของชั้นบนสุดของบ้านนะ เพราะคุณเคยขึ้นไปแล้วหนึ่งครั้ง หนิงเฉิงเอินต้องเตรียมการรับมือแล้วแน่ คุณอยู่เฉยๆสักระยะก่อน รอให้เขาคลายความระวังตัวแล้วคุณค่อยหาทางต่อ”
โจวเสี่ยวฉิงผงกศีรษะ“คุณวางใจเถอะ ฉันรู้”
ลู่ฮั๋วยังคงไม่วางใจ กำชับต่อว่า“ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็จะตะโกนดังๆ นะ ผมจะส่งคนเฝ้านอกคฤหาสน์ พวกเขาจะบุกเข้าไปหาคุณโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น และผมก็จะไปให้เร็วที่สุด”