ตอนที่ 210
บทที่ 440 เขาเป็นแค่หมอ ไม่จำเป็นต้องกลัว
October 31, 2026
ใบหน้าเฝิงเผิงยี่แข“ผมไม่มีทางใส่อะไรลงไปหรอก คุณกับผมหมั้นกันแล้ว ผมจะไปทำแบบนั้นทำไม? แล้วอีกอย่างภัตตาคารก็เป็นฝ่ายเตรียมไวน์ขวดนี้ด้วย”
มู่ซิ่นซินหรี่ตาลง “ทางที่ดีขอให้เป็นแบบนี้”
เธอแกว่งไวน์แดงในแก้ว จากนั้นก็เอาเข้าใกล้ริมฝีปาก
ตอนเตรียมจะดื่ม ประตูห้องวีไอพีก็เปิดออก มืออุ่นคู่ใหญ่แตะต้องปลายนิ้วเธอ จากนั้นก็ดึงแก้วไวน์ในมือเธอ
เธอเงยหน้าขึ้นด้วยความแปลกใจ
คือลู่โม่
“ทำไมคุณถึงมา?”
ลู่โม่ไม่พูดอะไร ยกแก้วมาดม จากนั้นก็เบนสายตามองผู้ชายด้านข้าง
เฝิงเผิงยี่กลืนน้ำลาย พยายามพูดให้เหมือนคนกล้า“นายเป็นใคร?ห้องนี้ฉันจองแล้ว นายจะเข้ามาซี้ซั้วไม่ได้ เชิญนายออกไปเดี๋ยวนี้!”
เขาทำท่าลุกขึ้นไปแย่งชิงแก้วไวน์ในมือลู่โม่
ลู่โม่ถอยหลังหนึ่งก้าว ไม่พูดอะไรสักคำก็สาดน้ำไวน์ใส่ใบหน้าอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเย็นยะเยือก
เฝิงเผิงยี่ชะงักฝีเท้า ใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบไวน์ เขาเม้มปากด้วยปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย
เมื่อรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป เขาก็รีบถุยมันออกมา จากนั้นก็เช็ดปากอย่างร้อนรน
มู่ซิ่นซินมือเท้าคางพร้อมกับแย้มยิ้ม เสมือนไม่เกี่ยวข้องกับเธออย่างไรอย่างนั้น
ปกติลู่โม่เป็นคนใจเย็นและเย็นชา ไม่เคยโมโหร้าย แต่วันนี้คงโกรธมากจริงๆ
เขาวางแก้วไวน์บนโต๊ะแรงๆ แก้วกระจกเกิดเสียงเคร้งอย่างชัดแจ๋ว
“ไอ้แซ่เฝิง กล้าใส่ยาในไวน์คู่หมั้นเหรอ สัตว์เดรัจฉานชัดๆ”
เฝิงเผิงยี่ยำเกรงกลัวท่าทางของเขา มึนไปหลานวินาทีกว่าจะตอบสนองได้
เพราะเตี้ยกว่าลู่โม่ช่วงหนึ่ง เขาจึงต้องเชิดคางขึ้นจ้องอีกฝ่าย เขาดึงแว่นสายตาลงมาเช็ดพลาง ตะโกนพูดพลาง
“นายบอกว่าฉันใส่ยา หลักฐานล่ะ? ผมฟ้องนายโทษฐานใส่ร้ายป้ายสีได้นะ แล้วที่นี่ก็ถิ่นของฉัน นายคอยดูแล้วกัน นายต้องขอขมาฉันแล้วจะถูกบอดี้การ์ดโยนนายออกไป”
เขาพูดด้วยความโกรธเคือง เมื่อใส่แว่นตาเสร็จแล้วก็หยิบมือถือออกมาโทรหาผู้จัดการ
“ฮัลโหล ฉันคือเฝิงเผิงยี่!มีคนก่อกวนที่ห้องของฉัน คุณรีบส่งรปภ.มาเลย ไม่งั้นร้องเรียนพวกนายแน่”
เขาตัดสายด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว จากนั้นก็จ้องลู่โม่ด้วยความทะนงตัว
“ไอ้เวร อย่าคิดว่าตัวเองหล่อแล้วจะแน่ เห็นแก่ที่นายรู้จักซิ่นซิน ถ้านายขอโทษฉัน เรื่องนี้ก็จะจบ แล้วฉันก็จะไม่ให้นายใช้ค่าทำแก้วเสียด้วย”
มู่ซิ่นซินที่นั่งมองเงียบๆเอามือปิดบังเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะไว้ ซึ่งเธอเกือบจะหัวเราะออกมาแล้ว
เธอรู้จักลู่โม่หนึ่งปีกว่า ยังไม่เคยเห็นมีคนให้เขาขอโทษมาก่อน
เธอหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยความเอ้อระเหย จากนั้นก็คีบถั่วลิสงต้มเข้าปาก
อืม เหมาะกับกินตอนดูสีสันมาก
ลู่โม่ปรายตามองเธอที่กำลังกินอยู่ จากนั้นก็พูดเสียงเย็นเยียบกับเฝิงเผิงยี่ต่อ“นายไม่รู้จักผมงั้นหรือ ถ้าผู้จัดการเข้ามา คนที่ต้องเฉดหัวออกไปคือคุณ”
เฝิงเผิงยี่ชะงักอีกครั้ง
เพราะความเย็นยะเยือกบนกายลู่โม่ บวกกับแววตาแสนจะเย็นชา ส่วนทุกอิริยาบถก็สง่าผ่าเผยยิ่ง
คงไม่ใช่...เป็นผู้มีอิทธิพลหรอกนะ?
เขารู้สึกใจเสาะเล็กน้อย ก้มหน้ามองมู่ซิ่นซิ่นที่กำลังกินถั่วลิสงว่า“ซิ่นซิน เขาเป็นใคร?”
มู่ซิ่นซินครุ่นคิดดูแล้วจึงตอบแบบลอยหน้าลอยตาว่า“หมอ”
“เป็นหมอจริงๆหรอ?”
“อืม”
เฝิงเผิงยี่ย่นคิ้วถามต่อว่า“แล้วคุณกับเขาเป็นอะไรกัน?สนิทกันไหม?”
มือที่กำลังคีบถั่วลิสงของมู่ซิ่นซินชะงัก
ลู่โม่ไม่ส่งเสียงพูด กำลังรอคำตอบจากเธอเช่นกัน
ภายใต้การจับจ้องของผู้ชายทั้งสอง มู่ซิ่นซินเปล่งเสียงเย็นชาว่า“ไม่ได้เป็นอะไรกัน เคยเจอกันไม่กี่ครั้งและไม่สนิทกันด้วย”