ตอนที่ 219
บทที่ 449 กลิ่นอายความหึงของท่านยู่โชยมา
October 31, 2026
โดยเฉพาะ ที่โจวเสี่ยวฉิงบอกว่าบนข้อมือของคุณนายหนิงมีรอยแผลเป็นสีแดง
แต่หนิงเฉิงเอินเป็นผู้สืบทอด แล้วยังเป็นลูกชายแท้ๆของคุณนายหนิง เขาจะร้ายแม่ของตัวเองได้อย่างไร?
เรื่องนี้ มีลับลมคมในมาก
เซิงเกอรับการป้อนจากจี้ยู่ถิงไปด้วย แล้วก็ถามเขาไปด้วย “หนิงเฉิงเอินเป็นรองอธิบดีของสำนักงานสืบสวนสอบสวนแห่งชาติใช่ไหม? พี่รู้จักเขาดีแค่ไหนหรือ?”
มือที่กำลังป้อนของจี้ยู่ถิงชะงักลง ใบหน้าหล่อเหลาเย็นยะเยือก มีความไม่พอใจเล็กน้อย
“ทำไมจู่ๆถึงถามถึงเขา? เธอหลงใหลหน้าตาของเขา ที่งานเลี้ยงเมื่อคืนหรือ?”
น้ำเสียงของเขาหึงหวง
เขาจำได้ว่าหนิงเฉิงซู่และหนิงเฉิงเอินหน้าตาคล้ายกันมาก มีแค่สีของดวงตาที่ไม่เหมือนกัน ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน
เซิงเกอ “…”
เธอตบหน้าผากของเขา “พี่คิดอะไรเนี่ย! เรื่องนี้ยังจะหึงหรือ อยากโดนสั่งสอนอีกใช่ไหม?”
เขาไม่ได้ตอบ ใบหน้ามีความโกรธเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ายังคงไม่พอใจอยู่
เซิงเกอถอนหายใจ อธิบายให้เขาฟังอย่างจริงจัง “ฉันเป็นห่วงทางฝั่งของเสี่ยวฉิงเฉยๆ จึงได้ถามดู ฉันมีลูกกับพี่แล้วนะ ผู้ชายคนอื่นจะมาอยู่ในสายตาได้อย่างไร”
ฟังแล้วรู้สึกสบายขึ้นเยอะเลย จี้ยู่ถิงเห็นดังนั้นจึงเก็บสีหน้าไป
“หนิงเฉิงเอิน เป็นคนเจ้าเล่ห์มาก มีแผนสูงมากมาย ถนัดหน้าไหว้หลังหลอก หลายปีที่รู้จักเขามา ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ มีเหตุผลและอยู่กับความเป็นจริง เรื่องความรักหญิงสาวหรือญาติมิตร มาทีหลังเสมอ
เซิงเกอเข้าใจแล้ว “ถ้าอย่างนั้น ถ้าหากคุณนายหนิงมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของเขา เขาก็อาจจะทำร้ายเธอก็ได้งั้นหรือ?”
“เรื่องนี้…”จี้ยู่ถิงก้มหน้าครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง “เรื่องนี้พูดยาก อย่างไรก็เป็นแม่ คงไม่ถึงกับร้ายกับเธอ”
ยิ่งเป็นแบบนี้ เซิงเกอยิ่งเป็นห่วงฝั่งโจวเสี่ยวฉิงเข้าไปใหญ่ “หวังว่าโจวเสียวฉิงจะผ่านงานเลี้ยงต้อนรับได้ราบรื่นนะ เป็นคุณหนูบ้านเศรษฐีตัวจริง แล้วได้หมั้นหมายแต่งงานกับพี่สามอย่างรวดเร็ว”
จี้ยู่ถิงวางชามข้าวต้มลง โอบเอวของเธอไว้ แล้วพิงหัวลงบนท้องเธอ
“แทนที่เธอจะเป็นห่วงเรื่องงานแต่งของคนอื่น มาคิดว่าจะจัดงานแต่งของเราตอนไหนดีกว่าไหม?”
“เออ…”เซิงเกอ…เล็กน้อย “ตอนนี้เด็กๆเพิ่งจะเดือนกว่าเอง ยังเด็กมากเกินไป รอให้พวกเขาโตกว่านี้ แล้วค่อยจัดงานแต่ง ก็ยังไม่สาย”
เมื่อพูดถึงเรื่องลูก จี้ยู่ถิงก็ไม่อยากพูดอะไรมาก ไม่อยากให้เซิงเกอรู้สึกว่าเขาไม่แคร์ลูก
เขาลูบท้องของเธออย่างบังอาจ แล้วพูดโน้มน้าวต่อ “งานแต่งจะเลื่อนไปก่อนก็ได้ แต่ว่า เราไปฮันนีมูนที่ต่างประเทศกันสักครั้งไหม?”
“ไม่ได้ ลูกๆยังเด็กอยู่เลย ถ้าเรื่องเที่ยว ไปครั้งหนึ่งก็หลายวัน ถ้าป้าหยูดูแลเด็กสองคนพร้อมกัน จะเหนื่อยเกินไป รอให้เด็กๆอายุอย่างน้อยมากกว่าสิบขวบก่อน มีความคิดเป็นของตัวเองแล้วค่อยว่ากันนะ”
“…”อยากจะเที่ยว ต้องรอนานขนาดนี้เลยหรือ!
เขาลำบากเกินไปแล้ว!
เขารู้สึกแย่จนกระวนกระวาย แต่ก็ไม่สามารถโต้แย้งได้ ไม้ลงโทษสีแดงของเซิงเกอวางไว้ในลิ้นชักบนหัวเตียง กระดานซักผ้าอย่างดีก็วางไว้ในตู้เสื้อผ้า
ของเล่นโหดร้ายทั้งสองอย่างนั้น กดขี่เขาไว้
เซิงเกอลูบผมสั้นๆของเขา คิดจนเหม่อลอย
เธอนึกเรื่องที่โจวเสี่ยวฉิงขอร้องเมื่อคืนขึ้นได้ จึงรีบโทรหาลู่ฮั๋ว บอกสิ่งที่โจวเสี่ยวฉิงรบกวน ให้เธอช่วยส่งสารให้ลู่ฮั๋วอย่างละเอียด
“…พี่สาม เรื่องราวคร่าวๆก็ประมาณนี้เลยค่ะ เสี่ยวฉิงคิดว่าความลับของตระกูลหนิงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เธอถูกยึดโทรศัพท์ไป ก็เลยต้องฝากฉันมาบอกพี่”
ทางปลายสาย ผ่านไปสักระยะเสียงทุ้มแหบของลู่ฮั๋วถึงดังขึ้น
“อืม พี่รู้แล้ว ไว้พี่จะไปตรวจสอบเรื่องพวกนี้อย่างละเอียด”
“พี่สามพี่คิดจะไปขอหมั้นหมายกับทางตระกูลหนิงเมื่อไร? ถึงตอนนั้นฉันจะจัดการตารางเวลา ไปเป็นเพื่อนพี่”
ลู่ฮั๋วคิดแล้วคิดอีก “รอให้ผ่านงานเลี้ยงต้อนรับสักสองวัน ก็ไปบ้านตระกูลหนิงกัน”
“ได้ค่ะ”
……
วันเวลาที่รอให้ถึงวันงานเลี้ยงต้อนรับนั้น ผ่านไปด้วยความเงียบสงบกว่าปกติมาก
ปกตินอกจากลู่ซื่อกรุ๊ปแล้ว ก็มีรังรักยู่เซิงที่เซิงเกอไป
ไปกลับเพียงสองที่
ก่อนถึงงานเลี้ยงต้อนรับสองวัน angleได้รับเด็กฝึกที่มีประสบการณ์ชุดใหม่เข้ามา ได้ยินมาว่าหน้าตาใช้ได้เลย เซิงเกอคิดว่าจะไปคุมเอง ไปเชยชมความสวยงาม
เรื่องนี้จะให้จี้ยู่ถิงรู้ไม่ได้ ไม่งั้นเจ้าคนขี้หึงนั้นคงจะแบกเธอกลับบ้านในวันนั้นแน่
เธอทิ้งจี้ยู่ถิงไว้ที่รังรักยู่เซิง ให้ดูแลลูกๆกับป้าหยู แล้วก็จัดการงานไปด้วย
ส่วนตัวเองได้นั่งรถมาถึงอาคารใหญ่ของangleแล้ว
เด็กฝึกหน้าตาหล่อเหลาทั้งยี่สิบสี่คน ยืนเรียงกันสามแถวอย่างมีระเบียบ
เป็นเด็กหน้าอ่อนเหมือนกันทั้งกลุ่ม อิ่มตามาก
สายตาของเซิงเกอ มองเด็กฝึกที่หล่อเหลารอบหนึ่ง สุดท้ายก็ไปโฟกัสที่ชายหนุ่มที่อยู่คนสุดท้ายของแถวสุดท้าย