ตอนที่ 1324
ตอนที่ 1324 ยกระดับจิต
September 21, 2026
ซู่เป่ากินยาลูกกลอนไปหลายเม็ดระหว่างทางหนีเข้าภูเขาหลี แต่เธอยังคงรู้สึกว่าไม่มีอะไรเยียวยาร่างกายและจิตใจได้ดีไปกว่าการกินข้าวแล้ว
ในร่างกายของเธอค่อยๆ มีเรี่ยวแรง แต่จุดตันเถียนม่วงของเธอกลับแตกต่างจากคนอื่นๆ คนอื่นอาจจะฟื้นฟูร่างกายได้เร็วมากหลังจากกินยาไปตั้งหลายเม็ด แต่เธอกลับรู้สึกว่ายาลูกกลอนนี้ไม่มีผลกับเธอมากนัก
หรืออาจเป็นไปได้ว่ายาลูกกลอนเหล่านี้ถูกจินตันม่วงในจุดตันเถียนม่วงของเธอย่อยสลายจนไม่เหลือแม้แต่กากไว้ให้เธอ
ซู่เป่าเคยคิดจะหลอมยาลูกกลอนไว้เยอะๆ เมื่อหมดแรงก็กินหนึ่งเม็ด หรือไม่ก็กินมันทั้งขวด แต่ตอนนี้แผนการของเธอล้มเหลวแล้ว
เธอต้องพึ่งพาตัวเอง เธอมักรู้สึกว่าจะใช้ทางลัดไม่ได้
และครั้งนี้ยิ่งแปลกประหลาดมาก... เธอกินยาลูกกลอนไปมากขนาดนั้น แต่กลับไม่ได้ผลเลยสักนิด
นอกจากแผลบนร่างกายที่ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ภายในจุดตันเถียนม่วงยังคงไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ ไม่สามารถกักเก็บพลังหยินได้เลย
“เกิดอะไรขึ้น...” ซู่เป่าประหลาดใจมาก “ทำไมครั้งนี้ถึงใช้พลังหยินหมดไวจัง...”
พระแม่ธรณีชำเลืองมองเธอแวบหนึ่งพร้อมพูดว่า “เจ้าลองมองออกไปข้างนอกสิ”
ซู่เป่าเงยหน้าขึ้นจากจิตใต้สำนึกและมองออกไปที่ปากถ้ำ แล้วพูดว่า “ข้างนอกมีอะไรเหรอคะ ไม่มีอะไรเลยนี่นา”
พระแม่ธรณีพูดว่า “มองเห็นอะไร?”
ซู่เป่าตอบว่า “เห็นต้นไม้ มีดอกไม้และพุ่มหญ้าบนพื้นที่โล่งๆ สองสามพุ่ม นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเลยค่ะ”
หุบเขาแห่งนี้ว่างเปล่า ไม่มีอสุรกายแม้แต่ตัวเดียว และไม่มีหมอกลึกลับล้อมรอบด้วย
เมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมทั้งหมดของภูเขาหลี รู้สึกว่าที่นี่ว่างเปล่าไปเลย
พระแม่ธรณีพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ถ้ำนี้คือดินแดนของข้า คนข้างนอกที่ผ่านไปมาจะมองไม่เห็น และสายตาของเจ้าก็ไม่มีทางมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกินอิ่มแล้วหรือเปล่า พระแม่ธรณีถึงพูดมากขึ้น นอกจากน้ำเสียงที่ยังคงแหบแห้งมากก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากคนปกติ
ซู่เป่าพูดว่า “เป็นไปไม่ได้ หนูมองเห็นแล้ว”
เธอหันหน้าไปมองพระแม่ธรณีพร้อมกับชี้ไปยังด้านนอกพลางพูดว่า “ต้นไม้ต้นนั้นมีใบสีม่วง แล้วยังมีโพรงๆ หนึ่งอยู่ที่โคนต้นไม้ด้วย”
จะบอกว่ามองไม่เห็นข้างนอกได้ยังไง
พระแม่ธรณีจ้องมองเธอพลางพูดว่า “เจ้าอย่าหันหลังกลับ มองต่อไป”
ซู่เป่าคิดในใจว่าไม่หันหลังกลับแล้วจะมองยังไง แต่ทันใดนั้นเองเธอก็ต้องตกตะลึง
ในขณะที่เธอกำลังคิดจะมองออกไปด้านนอก จู่ๆ ภาพทิวทัศน์ภายนอกก็ผุดขึ้นในหัวของเธอราวกับฉายภาพยนตร์
ซู่เป่าอุทานด้วยความตกใจว่า “นี่ มี่มันเกิดอะไรขึ้น”
พระแม่ธรณีพูดว่า “นี่คือพลังจิต”
ตอนที่ซู่เป่าจับเธอเป็นครั้งที่สาม พระแม่ธรณีก็รู้แล้วว่าเด็กน้อยคนนี้มีพลังจิต
นอกจากจักรพรรดิตงเยว่แล้ว พวกเขาสี่คนไม่มีใครมีความสามารถนี้เลย บุตรสาวของจักรพรรดิเฟิงตูช่างมีพรสวรรค์ล้ำเลิศจริงๆ
“พลังจิตคืออะไรเหรอคะ...” ซู่เป่าทำสมาธิเพื่อรับรู้ เธอคิดในใจว่า “มองออกไปข้างนอก” และแล้วภาพทิวทัศน์ภายนอกก็ปรากฏขึ้นในหัวของเธออย่างชัดเจนราวกับเห็นด้วยตาตัวเอง
เธอรู้สึกประหลาดใจมากราวกับได้พบโลกใหม่ และอยากจะเห็นให้มากกว่านี้