ตอนที่ 1490
ตอนที่ 1490 ปีนมาสามปี เพิ่งกลับมาก็ตายซะแล้ว
September 21, 2026
จิ่งจั้นตกสู่ภวังค์ยึดติดอีกครั้ง
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะแซงหน้าและทำให้ซู่เป่าเสียใจให้ได้...
ด้านข้างมีเมฆครึ้มกรีดร้องพร้อมวิ่งพุ่งเข้ามาเขา จิ่งจั้นตะลึงตื่นขึ้นมาด้วยเหงื่อเย็นท่วมร่างอีกครั้ง
เมื่อมองดูดีๆ จึงพบว่านั่นคือหว่านลี่
ที่สามารถมองออก เพราะเธอยังรักษาใบหน้าเอาไว้ได้...
ไม่รู้ว่าเพราะสู้กับตัวอะไร บัดนี้ใบหน้าของเธอถูกฉีกออกไปเกือบครึ่ง
จิ่งจั้นส่งเสียงหึเย็นๆ พร้อมเอ่ยด่าเสียงต่ำ “พวกไร้ประโยชน์”
เขาคิดถึงวันนั้นที่หว่านลี่ถูกชายชุดดำโจมตีตกเหวไปภายในฝ่ามือเดียว และเขาเองก็ตกผาในเวลานั้นเช่นกัน
เขาประเมินหว่านลี่สูงไป เขาคิดว่าเธอเป็นเทพธิดาที่เก่งกาจจริงๆ
ไม่คิดว่าจะมาซวยเพราะเธอ
จิ่งจั้นไม่รู้สึกเขามีปัญหาแต่นิด ที่มีปัญหาคือหว่านลี่ เธอไม่ยอมปกป้องเขาดีๆ
ข้างหูคือเสียงกรีดร้องของหว่านลี่ที่ดังเป็นพักๆ จิ่งจั้นปีนขึ้นไปทีละก้าวได้ภายใต้เสียงกรีดร้องนี้
เมื่อเห็นว่ากำลังจะตกสู่ภวังค์ยึดติด เมฆครึ้มขุ่นมัวจะปกคลุมอีกครั้ง...
จู่ๆ จิ่งจั้นก็เห็นโครงกระดูกเปื้อนเลือด
โครงกระดูกลอยขึ้นมาจากใต้ผาหุบเหวผีร้อง ราวกับครั้งแรกที่เขามาถึงหุบเหวผีร้อง และแย่งโครงกระดูกนั้นกับซืออี้หรัน
จิ่งจั้นรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายของเขา
เขาใช้กำลังทั้งหมดดีดตัวขึ้นมา...ในที่สุดก็กอดโครงกระดูกนั้นเอาไว้ได้
จิ่งจั้นถอนหายใจ แม้จะยังคงมึนงง แต่ความเร็วที่โครงกระดูกพาเขาขึ้นไปนั้นเร็วกว่าเขาปีนเองเยอะเลย
ไม่ถึงสิบนาที เขาก็มาถึงปากผาของหุบเหวผีร้อง ในที่สุดเขาก็สลัดหมอกพิลึกใต้หุบเขาผีร้องได้อย่างสิ้นเชิง
ระยะสั้นๆ สุดท้ายแล้ว...
จิ่งจั้นสมกับเป็นคนใจเหี้ยม เขากระโดดขึ้นไปเลย ขาของเขาหักไปข้างหนึ่ง ในที่สุดก็กลับมาถึงขอบผาหุบเหวผีร้องอย่างปลอดภัย
“ในที่สุด...”
เขาก็ขึ้นมาได้สักที
พ้นจากอุปสรรคยักษ์ ต้องพบกับความสุขอย่างแน่นอน
เขาถูกลิขิตไว้แล้วว่าเป็นผู้แก้ไขชะตา เป็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของชะตา
ตั้งแต่หุบเหวผีร้อง จนถึงหน้าผาของเขาหว่าอูในแดนมนุษย์...
จิ่งจั้นฮึบแรง ใช้ความเร็วที่ไวที่สุดเท้าที่ใช้ได้ ในที่สุดก็กลับมาถึงในโลกมนุษย์เมื่อผ่านไปแล้วสามวันสามคืน
เวลานี้ เป็นเวลาที่ซืออี้หรันแยกกับซู่เป่าและมาที่โลกมนุษย์คนเดียวพอดี
หลังซืออี้หรันกลับบ้านและรู้ว่าคุณพ่ออยู่ที่เขาหว่าอู เขาจึงตั้งใจมาดู
ตอนนี้เขาไม่ว่าจะส่งจิตเทพ หรือวาปไปก็แล้วแต่ ระยะแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป
บัดนี้ ซือเย่กำลังประสบปัญหา การฝึกฝนของทีมเขานั้นเดินทางมาถึงปลายทางแล้ว แต่เขากลับติดผีร้ายสองตัวซะก่อน
หลายปีมานี้ซือเย่ก็ไม่เคยล้มเลิกการฝึกฝนพิเศษ ตอนนี้ทีมของเขาสามารถรับมือกับพลังลับได้อย่างชำนาญแล้ว เช่นผีเฮี้ยนผีตายโหง...
แต่พวกเขาที่เป็นคนธรรมดา ต่อกรกับผีร้ายในป่าลึก ก็ยังคงอันตรายเกินไป
ผีร้ายหมายเลขหนึ่งหัวเราะเย็น “พวกแกน่ะเหรอ คิดว่าตนเองเก่งขนาดนี้เชียว ถึงกล้าพูดว่าจะมาล้างผลาญพวกเรา”
ผีร้ายหมายเลขสอง “เราทำร้ายมนุษย์แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกแก จุ้นจ้านชะมัด”
ผีร้ายกรีดร้องพร้อมตะครุบใส่เซี่ยงซือเย่
วินาทีต่อมา ซืออี้หรันปรากฏ เพียงแค่ยกมือผีร้ายทั้งสองก็สลายเป็นฝุ่นผงในทันที
สมาชิกในทีมสูดหายใจเข้าลึก พวกเขาที่ประสบเรื่องราวขึ้นลงมามาก ยังต้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอึ้งๆ
นี่คือ...ลูกชายของหัวหน้าทีมเหรอ
โตขนาดนี้เชียว
หลังพูดคุยง่ายๆ ไปไม่กี่ประโยค ซือเย่ก็ให้คนในทีมขับรถกลับไป