ตอนที่ 648
ตอนที่ 648 เสื้อกล้ามระบายอากาศ
September 21, 2026
มู่กุยฝานคิด: หน้าร้อนแล้ว จากใส่เสื้อหนาวก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อกล้าม!
แถมยังเป็นเสื้อกล้ามตาข่ายด้วย!
เงินหนึ่งหมื่นสำคัญกว่าพ่ออีกเหรอ?
ที่โต๊ะอาหาร ซูจื่อซีสีหน้าไร้อารมณ์ “เขาวิ่งหนี ยายไล่ตาม ยังไงเขาติดปีกก็หนีไม่รอด”
ซู่เป่างง “ทำไมพ่อต้องวิ่ง? แล้วทำไมยายต้องไล่ตามด้วย?”
หานหานกินไข่ดาวและพูดแบบฟังไม่ชัดไปด้วยว่า “ไม่รู้สิ! ช่างเขา~รีบกินกันเถอะ!”
ซู่เป่ากินไปคำหนึ่ง
เจ้าตัวเล็กไม่มีมโนสำนึกอะไรเลย พ่อก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างบ้าคลั่งส่วนเธอกำลังกินข้าวสบายใจ
ผ่านไปสักพักในที่สุดเธอก็นึกได้และทำหน้าเฉื่อยชา
“ซวยแล้วไง! พ่อบอกว่าไม่ให้พูดเรื่องที่ไปบาร์ แต่เมื่อกี้หนูเพิ่งพูดไป!”
ฮือๆ ขอโทษนะพ่อ!
กินมูมมามไปสองคำ ซู่เป่าก็รีบหยิบกระเป๋าสัตว์เลี้ยงแล้ววิ่งออกไป
เสี่ยวอู่ที่กำลังกินข้าวฟ่างอยู่ “เอ๊ะ?”
“รอฉันด้วยๆ!ฉันยังไม่ได้เข้าไปในกระเป๋าเลยนะ!”
มันรีบกางขา สะบัดตูดแล้วรีบบินไปหาอย่างเร็ว…
ซูเหอเวิ่น ซูจื่อซีและหานหานรีบตามมา แต่ละคนในมือถือเนื้อเอย ไข่เอย แซนวิชเอย
วิวยามเช้านี่ช่างสวยงามจริงๆ…
นักพรตมู่วิ่งอยู่ข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง โดยมีนายหญิงถือกระทะวิ่งไล่ตามอยู่ข้างหลัง ซู่เป่าก็ตามอยู่ข้างหลังอย่างใกล้ชิด ส่วนข้างหลังเธอก็มีเสี่ยวอู่ ข้างหลังอู่ก็มีนักสู้ตัวจิ๋วสามคนวิ่งตามอยู่ข้างหลัง…
สุดท้ายซู่เป่าก็ได้เงินหนึ่งหมื่นของตัวเองคืนมา
อวี่ฉิงที่อยู่ในคุกก็ต้องทำงานเย็บผ้าทั้งวันจนจักรเย็บผ้าควันออกเหมือนติดหนี้สวรรค์อย่างงั้นแหละ…
**
ในตัวเมือง
ซู่เป่าได้เงินหนึ่งหมื่นคืนมาก็ถอนหายใจ “ขาดทุนนี่!”
ซูเหอเวิ่นถาม “เงินก็ได้คืนมาแล้วไม่ใช่เหรอ? จะขาดทุนได้ยังไง”
ซู่เป่านับนิ้วคำนวณ “ดอกเบี้ยของหนึ่งหมื่นต่อเดือนก็คือ 14.5 หยวน สามเดือนก็ต้อง143.5 หยวนสิ…ตั้งหนึ่งร้อยเลยนะ!หายไปแล้ว”
ซูเหอเวิ่นงงว่าคำนวณแบบนี้หรอกเหรอ?
หานหานพยักหน้าเห็นด้วย “เงินร้อยนึงจริงด้วย เฮ้อ คราวหน้าก็จำไว้เป็นบทเรียนนะ!”
ซู่เป่าพยักหน้าอย่างแรง “อื้ม!”
นักพรตมู่ที่อยู่ข้างๆคิด: นี่ๆ…มันใช่เหรอ?
“กลับบ้านกันเถอะ”มู่กุยฝานเอ่ย “ถ้ากลับช้ากว่านี้เดี๋ยวยายของหนูจะมาสับคนอีกแล้ว”
กลับหันไปเห็นซู่เป่ายกอมยิ้มขึ้นมา “พ่อ หนูให้!”
มู่กุยฝานบีบแก้มเธอไปทีหนึ่งแล้วพูดโดยไม่สบอารมณ์ว่า “หนูถึงกับยอมหักหลังพ่อเพื่อเงินหนึ่งหมื่น ตอนนี้จะมาง้อพ่อเหรอ? สายไปแล้วล่ะ”
ซู่เป่าถามอย่างน่าสงสารว่า “แล้วจะให้ทำยังไงพ่อถึงจะหายโกรธซู่เป่าล่ะ”
เธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ!
มู่กุยฝานชี้ไปที่ร้านไอติมข้างทางที่ดูคุ้นเคย “อย่างน้อยก็ขอไอติมสักอัน”
ซู่เป่าพยักหน้าดีใจ “โอเค!”
ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่มายืนออกันอยู่ที่หน้าร้านไอติม
ซู่เป่าควักเงินหนึ่งร้อยออกมาจากกระเป๋าตังค์เล็กๆ ของตัวเอง
“พ่อค้า ขอไอติมห้าอันค่ะ!”
ร้านไอติมเจ้านี้คลาสสิกมาก ไอติมธรรมดา อันละ 20
ซู่เป่าคิดมาเรียบร้อย ห้าคนก็หนึ่งร้อยบาท พอดีเลย!
ใครจะไปรู้ว่ามู่กุยฝานดันไปชี้ๆ ที่ตู้ไอติมว่า “อันนี้ อันนั้น แล้วก็อันโน้นด้วย แล้วก็เอารสวานิลลาเพิ่มอีกสอง เอาสตรอเบอร์รี่อบแห้งเพิ่มด้วย”