ตอนที่ 624
ตอนที่ 624
September 22, 2026
ยามแย้มยิ้มปรากฏลักยิ้มบุ๋มลึก ยังจำได้ว่าปีนั้น ยามที่ดวงตาเขามืดบอด แรกสบพบหน้านาง เขาได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยกล่าวคำเท็จออกไป
ภายหลังเขาจึงตระหนักได้ว่าตนเองถลำลึกเสียแล้ว เป็นการถลำลึกชนิดที่ไม่อาจถอนตัวได้เลย
เขายื่นมือออกไป ซูหว่านวางมือลงบนฝ่ามือเขา ก้าวเดินไปตรงหน้า ทั้งสองสบตากัน แววตาของเขาเอ่อล้นไปด้วยความรักลึกซึ้ง
ซูหว่านเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย ลอบกลืนน้ำลายลงคอ แล้วโพล่งออกมาตรง ๆ ว่า
“วะ วันนี้ท่านดูดีเหลือเกินเจ้าค่ะ!”
เจียงอวี้ได้ยินดังนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา ยามเห็นปฏิกิริยาเช่นนี้ของซูหว่าน เขาก็พึงพอใจยิ่งนัก รอยยิ้มนั้นช่างดูงดงามชวนให้ลุ่มหลงราวกับปีศาจจำแลง
เขาโน้มกายลงมากระซิบที่ข้างหูนางว่า
“ชอบหรือไม่? ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียวแล้ว”
ซูหว่านได้ฟังถึงกับหัวใจกระตุก อดไม่ได้ที่จะตวัดสายตาค้อนใส่เขา ทว่าสายตานี้ในความรู้สึกของเจียงอวี้กลับดูซุกซนและแฝงแววเย้ายวนอยู่หลายส่วน
“เอาล่ะ พวกเราไปกันเถิด อย่าให้เสียฤกษ์มงคล” ซูจิ่งเอ่ยขัดจังหวะการหยอกเย้าของทั้งคู่
เขาค้อมเอวลงเล็กน้อย ย่อกายลงตรงหน้าซูหว่าน
“ขึ้นมาเถิด พี่ใหญ่จะแบกเจ้าออกจากบ้านเอง”
ขอบตาของซูหว่านร้อนผ่าวขึ้นมาทันที น้ำตาสองหยดร่วงเผาะลงมา
นางซบลงบนแผ่นหลังของซูจิ่ง เขาแบกนางขึ้นมาอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสายตาอิจฉาของพี่ชายอีกสี่คน แล้วแบกซูหว่านเดินออกจากเรือนไป
ซุนหลิงเอ๋อร์และคนอื่น ๆ คอยช่วยยกชายกระโปรงอยู่ด้านหลัง เจียงอวี้เดินตามอยู่ข้างกาย สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของซูหว่านตลอดเวลา
ด้วยธรรมเนียมนี้ พี่ชายทั้งห้าต่างโต้เถียงกันไม่หยุดว่าใครจะได้เป็นคนแบกซูหว่านออกจากบ้าน ใคร ๆ ต่างก็อยากแบกนางทั้งสิ้น
แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับประโยคเดียวของซูจิ่งที่ว่า ข้าเป็นพี่ใหญ่ สมควรให้ข้าเป็นคนแบก
ดังนั้น เหล่าพี่ชายจึงทั้งอิจฉาและไม่ยินยอมพร้อมใจนัก เพราะพวกเขาก็อยากแบกหว่านหว่านออกเรือนเช่นกัน
เดินมาได้ครึ่งทาง ซูหว่านเห็นไรเหงื่อผุดซึมที่ขมับของพี่ใหญ่ คิดว่าตนเองตัวหนักเกินไปจนทำให้เขาเหนื่อย จึงซบลงที่ไหล่เขาแล้วเอ่ยถาม
“พี่ใหญ่ ข้าตัวหนักเกินไปหรือไม่เจ้าคะ?”
ทว่าซูจิ่งกลับส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่หนัก หว่านหว่านของข้าไม่หนักเลยสักนิด เป็นเพราะแดดแรงเกินไปต่างหาก”
เดือนเก้าอากาศยังคงร้อนอบอ้าว แบกคนเดินไปไม่กี่ก้าวย่อมอดไม่ได้ที่จะมีเหงื่อออก
เมื่อมาถึงโถงหน้า บิดาซูและมารดาซูนั่งรออยู่บนตำแหน่งหลัก วันนี้ทั้งสองสวมชุดมงคลดูภูมิฐานสง่างามยิ่งนัก
นางเองก็งัดเอาเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับที่ดูดีที่สุดออกมาสวมใส่ สองสามีภรรยาในยามนี้ ไม่หลงเหลือเค้าความเป็นชาวนาในอดีตแม้แต่น้อย ราวกับเกิดมาในตระกูลร่ำรวยก็มิปาน
ดูสุขุมภูมิฐาน รอบรู้มารยาท