ตอนที่ 172
บทที่ 172 เธอมีจิตใจที่ชั่วร้าย
October 28, 2026
วันชาติ มาถึงอย่างเงียบเชียบ ช่วงนี้ผมงานยุ่งจนลืมไปเลยว่ามีวันชาติอยู่ จนกระทั่งได้รับสายนี้ ผมถึงได้เห็นว่าข้างทางระหว่างไปสถานีรถไฟมีธงชาติเล็กๆ ปักอยู่ กลางจัตุรัสประดับด้วยดอกไม้เป็นตัวอักษร ‘สุขสันต์วันชาติ’
ยี่สิบนาทีหลังจากนั้น ผมรีบไปที่สถานีรถไฟ จากนั้นลู่ปู้หนานก็โทรหาผม
“พี่เฟิง ฉันกลับมาแล้ว ตอนนี้อยู่ที่สถานีรถไปแล้วนะ พี่อยู่ไหน ให้พวกฉันโบกรถไปหาพี่เหรอ?”
“ผมรู้แล้ว ยังมีจี้หลิน ผมอยู่ที่สถานีแล้ว”
“ฮ่า ฉันกะแล้วว่าเจ้าชายไก่ทอดของฉันไม่มีทางลืมเสียงของฉันแน่”
จี้หลินที่กำลังเล่นทวิตเตอร์ พูดไปเรื่อยจนเจอกันถึงได้วางสายลู่ปู้หนาน จากนั้นก็ตัวลอยโผเข้าหาผม
ต่อมา ผมก็เบี่ยงตัวนิดๆ หลบ หน้าอกอวบอิ่มที่จู่โจมมาของเธอ จากนั้นก็กอดลู่ปู้หนานที่อยู่ด้านหลังเธอ และจูบหนักๆ ที่ใบหน้าเล็กแสนน่ารักของเธอ
จูบนี้ ทำให้หน้าของลู่ปู้หนานเต็มไปด้วยความอิ่มเอม ยิ่งปลุกความผยองเล็กๆ ในสายตาของเธอ ให้มองไปทางจี้หลินอย่างหยอกเย้า
“เจ็บปวดเกินไปแล้ว โจมตีกันเกินไปแล้ว ……”
จี้หลินมุ่ยปาก แล้วดึงแขนของลู่ปู้หนานไว้ “ปู้หนาน ให้ฉันยืมกอดหน่อยเป็นไร เป็นผู้ชายที่ดีอะไรอย่างนี้ เธอแบ่งแขนให้ฉันสักข้างก็ได้”
“ไม่มีทาง พี่เฟิงเป็นของฉัน!”
ในที่สุดผมก็ไม่ได้หลบจากหน้าอกทรงเสน่ห์ของจี้หลิน แขนข้างหนึ่งถูกลู่ปู้หนานกอด แขนอีกข้างถูกจี้หลินกอด และไม่รู้ว่าจี้หลินจงใจหรือไม่ ถึงได้เอาหน้าอกอวบอิ่มมาบดเบียดแขนของผม ผมเดาว่าผิวเรียบลื่นของเธออาจจะเสียดสีกันอยู่
“คุณไม่ได้บอกน้าลู่เรื่องที่พี่สาวคุณกลับมาเหรอ?”
บนรถ ผมถามลู่ปู้หนาน
ลู่ปู้หนานตอบ “พี่สาวของฉันบอกจะเลี้ยงอาหารกลางวัน แม่ของฉันไม่มีว่าง ต้องอยู่บ้านดูแลพ่อของฉัน”
ดูเหมือนอยู่เสี้ยงเฉียนจะกลับมาแล้ว ดังนั้นเรื่องของผมที่จะเกิดเร็วๆ นี้ คงต้องหาเวลาไปพบเขา
ลู่ปู้หนานเชิญจี้หลินไปอยู่บ้านของเธอ จี้หลินปฏิเสธไปเพราะไม่คุ้นเคย จากนั้นก็ให้ผมไปส่งเธอที่โรงแรม
โรงแรมเป็นสถานที่ที่ดี สถานที่ที่สามารถปลดปล่อยได้ตามใจ นี่ดีมาก
ช่วยจี้หลินเลือกโรงแรมที่ใกล้กับคฤหาสน์ตระกูลหยู่ และผมก็กลายเป็นคนขับรถของนายหญิงทั้งสองท่านนี้ พวกเธอมีหน้าที่ช้อปปิ้ง ผมมีหน้าที่ถือของ ขาพันกันทั้งเช้า
เมื่อถึงมื้อกลางวัน มาถึงร้านอาหารที่หยู่ถิงจองไว้ จากนั้นผมก็กอดเธอ และจูบอย่างเร่าร้อน
ใบหน้าของลู่ปู้หนานปรากฏรอยยิ้มใจดี ชัดเจนว่าเธอไม่ใส่ใจอะไรแบบนี้ สองสาวพี่น้องแม้แต่ครั้งแรกยังมอบครั้งแรกให้ได้ เรื่องนี้ไม่นับว่าเป็นอะไร
แต่เห็นได้ชัดว่าจี้หลินไม่คิดแบบนี้ เธอรู้สึกสับสน
มองลู่ปู้หนาน มองหยู่ถิง เธอคล้ายจะเจอเรื่องยุ่งยากแล้ว สุดท้ายแล้วก็สับสนไปหมด
“นี่เป็นพี่สาวของเธอ แต่เฉินเฟิงกับเธอ……”
ลู่ปู้หนานมีสีหน้ากระดากอายนิดหน่อย แต่ยังฟุบอยู่ข้างหูของจี้หลิน พูดบางอย่างกับเธอ
จากนั้น ผมก็เห็นว่าจี้หลินตกใจจนอ้าปากค้าง ทุกเรื่องที่ผมทำเป็นเรื่องที่ไม่อาจรับได้
เนิ่นนาน จู่ๆ เธอก็พูด “เจ้าชายไก่ทอด ถ้างั้นนายก็พาฉันไปด้วยสิ ฉันคิดว่าเรื่องนี้น่าสนุกมาก ดูท่าทางจะสนุกสุดๆ!”
จากนั้น ก็มีใบหน้ายิ้มแย้มสองใบหันมองทางเธอ หนึ่งคือหยู่ถิง อีกหนึ่งคือลู่ปู้หนาน ใบหน้ายิ้มแย้มทั้งสองมีท่าทีคุกคามเหมือนกัน
“ล้อเล่น ก็แค่ล้อเล่นเอง ฉันก็แค่ฉวยโอกาสวันชาติมาเที่ยวหาพวกคุณที่นี่กับปู้หนานเท่านั้น”
ทุกคนกินข้าวด้วยกัน เป็นการต้อนรับจี้หลิน พวกเธอทั้งสามคนต่างดื่มเหล้า แต่ไม่มาก ผมมีหน้าที่แค่ขับรถ เป็นธรรมดาที่จะไม่ดื่ม
ระหว่างทานข้าว ทุกคนก็พูดคุยกันเสียงดัง ทั้งคุยทั้งหัวเราะ
ใต้โต๊ะเองก็คึกคัก บางครั้งเท้าก็ทะเลาะกับหยู่ถิง บางครั้งก็เอาเท้าไปเตะเท้าเล็กของลู่ปู้หนานที่อยู่ใต้โต๊ะ บางครั้ง ก็ยั่วเย้าจี้หลินที่อยู่ทางขวา ถูไถกับปลีน่องเรียบเนียนของเธอ
เธอไม่ได้ปฏิเสธ ประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังทานข้าวกลางวัน หยู่ถิงยังต้องทำงานจึงปลีกตัวออกไป กำชับพวกเราเล่นกันให้สนุก ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเธอรับผิดชอบเอง