ตอนที่ 176
บทที่ 176 พี่เถ่ฉวยของพวกเรา
October 28, 2026
จี้หลินในตอนนี้ บนใบหน้าอันมีเสน่ห์ของเธอระเรื่อไปด้วยสีแดงสดดังกลีบกุหลาบอันเย้ายวน สีแดงที่ว่านั้นคือสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความปรารถนา และเสียงออดอ้อนที่พรั่งพรูออกมาจากเรียวปากอันเซ็กซี่นั้น เต็มไปด้วยความต้องการโหยหาในความรัก
ระยะห่างจากร่างกายที่เร้าอารมณ์ที่เธอได้ครอบครองอยู่นั้น ห่างเพียงแค่ก้าวถัดไป
แต่ในขณะที่ผมกำลังจะปลดเปลื้องเข็มขัดที่ถูกรัดเอาไว้ ทันใดนั้น ประตูห้องก็ได้ถูกถีบและเปิดออก ท่าที่ผมกำลังจะเปลื้องเข็มขัดก็กลับกลายเป็นต้องรูดซิปขึ้นในทันที
เพียงชั่วพริบตา ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสามนายพุ่งพรวดเข้ามาและตะโกนใส่ผมอย่างดุดันจับหัวผมให้นั่งยองๆชิดกับผนังห้อง
ซึ่งแน่นอนว่า จี้หลินที่นอนอยู่บนโซฟานั้นก็ไม่รอดไปด้วย
เดาได้เลยว่าตอนนี้หัวใจของเธอคงแหลกสลาย เดินทางมาไกลเป็นหมื่นหลี้เพื่อจะได้ร่วมรักกับผมถึงขนาดว่าตามมาถึงสถานที่แบบนี้ แต่ในสุดท้ายดันถูกตำรวจจับ โชคดีที่เขาไม่ถูกจับเข้าไปเลย
แต่ผมมีความรู้สึกประหลาดใจในบางเรื่อง ว่ากันตามความเป็นจริงสถานที่แบบนี้คงทำข้อตกลงกับทางรัฐไว้แล้วตั้งแต่แรก ทำไมอยู่ดีๆถึงถูกบุกห้องเข้าตรวจสอบแบบนี้ละ?
“ไม่ต้องกลัว ไม่เป็นอะไรแน่นอน”
เมื่อเห็นจี้หลินที่นั่งยองๆอยู่ข้างผมเองก็ถูกคนขู่เช่นกัน ดังนั้นผมจึงปลอบโยนเธอ
ใบหน้าเรียวเล็กอันสวยงามของจี้หลินดูเป็นกังวลเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำปลอบของผม สีหน้าจึงดีขึ้นมาบ้าง
“คุณยังปกป้องตัวเองไม่ได้เลย ยังมีกะจิตกะใจมาปลอบคนอื่นอีก หุบปาก ห้ามพูดอีก”
หลังจากถูกตำหนิไปหลายประโยค ผมก็เบะปากและไม่มีคำพูดเล็ดลอดออกจากปากผมอีก
ในไม่ช้า การตรวจค้นก็สิ้นสุดลง นอกจากคู่ของผมกับจี้หลินภายในห้องรับรองส่วนตัวยังพบคู่รักอีกสามคู่ หลังจากนั้นทั้งหมดก็ถูกนำตัวไปขึ้นรถตำรวจ
ไม่รู้ว่าเป็นสำนักงานใหญ่หรือสำนักย่อยหรือสถานีตำรวจท้องที่ ระหว่างทางไม่อนุญาตให้เงยหน้าขึ้นมามองทางเลย มีน้องชายคนหนึ่งที่ถูกจับมาพร้อมกันเตรียมจะเงยหน้าขึ้นมอง จากนั้นเขาก็ถูกตบบริเวณหลังศีรษะอย่างรุนแรง
หลังจากลงจากรถก็ถูกนำตัวไปยังห้องสอบสวนสามห้อง ผมและจี้หลินเป็น “ผู้ต้องหาร่วม” ซึ่งเป็นปกติที่จะอยู่ในห้องสอบสวนหนึ่งห้อง
ภายในรั้วเหล็กนั้น มีเก้าอี้สองตัวที่แนบสนิทติดอยู่กับพื้นที่เตรียมสำหรับผมกับจี้หลินไว้คนละตัว
หลังจากที่ถามชื่อนามสกุล อายุ เพศ ที่อยู่อาศัยต่างๆเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เริ่มกระบวนการสอบสวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
“คุณบอกว่าพวกคุณไม่ได้ทำอะไรเลย มีอะไรเป็นหลักฐาน?”
ตอนที่ผมพูดว่าพวกเราไม่ได้ทำอะไร ตำรวจที่รับผิดชอบสอบสวนคดีไม่เชื่อคำกล่าว
ผมจึงชี้ไปที่ถุงน่องบนขาของจี้หลินที่อยู่ด้านข้าง “นี่คือหลักฐาน ถ้ามีการทำอะไรกันเกิดขึ้นจริงๆ ถุงน่องนี้ต้องถูกถอดออกตั้งนานแล้ว”
“จริงจังหน่อย นี่มันเป็นแค่หลักฐานที่บอกว่าพวกคุณไม่ทันจะได้ทำมันต่างหาก!”
“ผมจริงจังมาตลอดนะ แต่ผมบอกได้แค่ว่า พวกเราไม่ได้ทำอะไรกันเลย เพียงแค่พูดคุยเรื่องราวของเราก็เท่านั้น”
กัดฟันยืนยันเรื่องนี้ จะเป็นจะตายยังไงผมก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรกันจริงๆ......
เมื่อเห็นท่าทีที่ไม่ยอมอ่อนข้อของผม ตำรวจก็สั่งให้ผมหุบปาก เริ่มสอบสวนจี้หลินแทน
จี้หลินรู้สึกกลัวอย่างเห็นได้ชัด ร้องไห้สะอึกสะอื้น ร่างกายสั่นกลัวไปหมด
“ห้ามร้อง จะร้องทำไม!”
ตำรวจทำเสียงตำหนิดุดัน จากนั้นจี้หลินก็ร้องไห้ออกมาอย่างรุนแรงมากขึ้น ทำให้กระบวนการสอบสวนไม่สามารถดำเนินต่อไปได้
ตำรวจเองก็ทำอะไรไม่ถูก หลังจากปลอบโยน จี้หลินจึงหยุดร้องไห้ และเริ่มร่วมมือให้คำสอบสวนแก่ตำรวจ
“พูดมาสิคนอย่างคุณนะ เป็นนักศึกษาอยู่ดีๆ ไปมั่วสุมในสถานที่แบบนั้น นั่นคือที่ที่คุณควรไปเหรอ?!”
การตำหนิดุดันซึ่งๆหน้าของตำรวจ ทำให้จี้หลินรู้สึกเสียใจและพูดออกไปว่า “เขาเป็นเพื่อนของฉัน ดังนั้นฉันแค่จะไปหาเขา ไม่ได้มีอะไรอื่นเลย”
“ถ้าเขาทำงานที่เมรุ คุณยังก็จะไปหาเขาที่เมรุอยู่มั้ยละ?”
การตำหนิดุดันของตำรวจ ทำให้จี้หลินพูดไม่ออก
หลังจากสิ้นสุดการสอบสวน ตำรวจที่รับผิดสอบการสอบสวนได้เดินจากไป ในห้องเหลือเพียงแค่ผมกับจี้หลินสองคน โดยไม่ต้องกังวลว่าเราจะมีทางหนีได้เลยเพราะถูกขังในรั้วเหล็กนี่ยังถูกล็อกไว้กับเก้าอี้อย่างแน่นหนา
“เฉินเฟิง เราคงไม่ถูกกักขังอยู่ที่นี่ใช่ไหม ฉันยังเป็นนักศึกษา ถ้าเรื่องนี้เกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ...”
“คิดอะไรนะ ไม่เกิดอะไรขึ้นหรอก แต่ถึงเกิดขึ้นมาจริงๆผมมั่นใจว่าผมปกป้องคุณได้”
จี้หลินแสดงออกได้อย่างชัดเจนว่าไม่รู้ว่าผมเอาความมั่นใจนี่มาจากไหน แต่ผมรู้ และผมกล้ารับประกัน ว่าความมั่นใจที่ว่าของผมกำลังจะเดินทางมาที่นี่แล้ว
แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นพิสูจน์ได้ว่าผมคิดผิด ความมั่นใจของผมไม่ใช่กำลังเดินทางมาที่นี่ เพราะเธอถึงเรียบร้อยแล้ว