ตอนที่ 178
บทที่ 178 จุดกำเนิดของความแตกหัก
October 28, 2026
เช้าวันที่สองที่ได้ตื่นขึ้นมา ขาของจางหงหวู่ยังเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงเขียว
“คุณดูสิ่งที่คุณทำกับฉันสิ โชคดีนะที่ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงฮิตใส่กระโปรง ไม่งั้นฉันจะออกไปเจอคนอื่นได้ยังไง!”
“ผมไม่ได้หยิกหรือข่วนอะไรคุณเลยนะ มันแค่เป็นการบีบนวดไปตามธรรมชาติแค่นั้นเลย ใครใช้ให้ผิวของที่รักบอบบางขนาดนี้ละ ที่รัก ถ้างั้นเรามาทำต่ออีกสักครั้งมั้ย?”
“ไม่ !!!”
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ จางหงหวู่ก็ได้เก็บข้าวของและออกจากห้องไป เป็นไปตามคำที่เธอได้บอก เธอกำลังไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของผับหมอชิ่งเมื่อคืนนี้ว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น
ก่อนที่จางหงหวู่จะออกจากห้องไป ผมได้ถามเธอว่า “อีกสักพักผมอาจจะต้องไปหาท่านหยู่ ถ้าแน่ใจว่าเป็นฝีมือของผังบาหยีทำ ก็จะต้องดูว่าจะขอความช่วยเหลือได้ไหม”
จางหงหวู่โบกมือปฏิเสธ “ในเมื่อไม่อนุญาตให้เขาลงมือ งั้นก็ไม่ต้องไปรบกวนท่านหยู่แล้ว
การใช้น้ำใจจากคนอื่น ยิ่งใช้ยิ่งเหลือน้อยลง และในสถานการณ์ที่ไม่อนุญาตให้ลงมือทำอะไรแบบนี้ฉันยังทำให้สถานการณ์สงบไม่ได้อีก สถานบริการกลางคืนแบบนี้นั้นก็ไม่ต้องทำต่อไปแล้ว”
ดุเดือดมาก ผมชอบท่าทีความผยองในความเก่งของจางหงหวู่ แค่ได้กดจางหงหวู่ให้อยู่ใต้ล่างร่างกายของผมได้ ก็รู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แล้ว
หลังจากจางหงหวู่ได้ออกจากบ้านไปราวครึ่งชั่วโมง ผมก็เก็บของ และขับรถออกไป มุ่งหน้าไปยังตระกูลหยู่
สาเหตุที่ไปรับลู่ปู้หนานเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่สาเหตุที่สำคัญคือ ผมอยากรู้ว่าท่านหยู่เป็นยังไงบ้าง
หลังจากถึงตระกูลหยู่ ก็ไม่เลว อยู่เสี้ยงเฉียนอยู่บ้าน ไม่ได้ออกมา
ตอนนี้ เขาอยู่ในลานบ้านกำลังรำไทเก๊ก
สำหรับเรื่องพวกนี้ผมไม่ค่อยเข้าใจนัก ถ้าสิ่งบ้าๆนี้อยู่ที่นี่บางทีเขาน่าจะเห็นหนทาง แต่ผมทำไม่ได้ ผมบังคับตัวเองก็ทำได้แค่มองออกถึงกลิ่นอายของไทเก๊ก
อยู่เสี้ยงเฉียนกำลังรำไทเก๊กอยู่ในลานบ้าน แต่ผมกำลังยืนอยู่นอกลานมองดูเขาอย่างใจจดใจจ่อผ่านประตูรั้วเหล็ก
มันแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาเห็นผมแล้ว แต่เขาก็ยังไม่หยุดที่จะรำ ยังคงร่ายรำออกท่าอย่างพิถีพิถัน
ผมรอเขาจนกระทั่ง 20 กว่านาทีผ่านไปหลังจากที่เขารำเสร็จ ถึงส่งสัญญาณให้ผมเข้าไป
เข้ามาถึงในสวน ผมจุดบุหรี่ยื่นให้อยู่เสี้ยนเฉียน
อยู่เสี้ยงเฉียนมองผม ไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะหยิบบุหรี่ที่ผมยื่นให้ด้วย
“ท่านหยู่ไม่รับบุหรี่ที่คนอื่นยื่นให้มานานแล้วครับ”
เสียงของดงป๋อชวนดังขึ้นมาแต่ไกล ผมจึงหันไปมอง เขากำลังถือผ้าขนหนูเปียกที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยพร้อมกับกำลังก้าวเดินมาทางนี้
ปฏิเสธการรับบุหรี่ แล้วยังไม่เอ่ยปากพูด ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ นี่เป็นเรื่องที่ทำให้คนที่ยื่นบุหรี่ให้เขาอย่างผมรู้สึกอายไปเลย อยู่เสี้ยงเฉียนมีสิทธิ์ที่จะทำให้ผมรู้สึกอับอายก็จริง แต่ในสายตาของคนอื่นที่มอง แค่สามารถมายืนอับอายต่อหน้าอยู่เสี้ยนเฉียนได้นี่ก็ถือเป็นเกียรติแล้ว อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าคุณคือใคร
“ผมไม่ทราบกฎของท่านหยู่ ขอโทษด้วยครับ”
ในขณะที่ผมกำลังเอามวนบุหรี่เก็บเข้ากล่องไป อยู่เสี้ยนเฉียนกลับยื่นมือมา และใช้นิ้วมือสองนิ้วคีบบุหรี่มวนนั้นขึ้นมา
นี่เป็นสิ่งที่ผมคาดไม่ถึง แต่ก็ยังคงหยิบไฟแช็กออกมาเพื่อช่วยจุดไฟให้เขา
“ไม่ได้สูบบุหรี่ที่คนอื่นให้นานแล้ว คุณทราบไหมว่าเพราะอะไร?”
ผมไม่ได้คิดอะไร “ไม่ทราบครับ”
อยู่เสี้ยงเฉียนยิ้มและไอออกมาเพราะบุหรี่ที่เขาพึ่งสูบเข้าไป
ผมช่วยตบหลังให้เขา เขายื่นมือออกมาเพื่อบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่หน้าของเขายังคงมีรอยยิ้มอยู่
“คุณช่างเป็นคนที่ซื่อสัตย์จริงๆ นี่เป็นโอกาสดีที่คุณจะประจบประแจงพูดสิ่งที่อยากพูดออกมาได้หลายประโยค ไม่มีคนที่มีคุณสมบัติมากพอที่ทำให้ฉันรับบุหรี่และฟังเขา นั่นไม่ดีพอเหรอ?”
“ไม่รู้ก็คือไม่รู้ ท่านหยู่อาบน้ำร้อนมาก่อนมีประสบการณ์กว่าผมมาก ถ้าเกิดประจบประแจงออกมาไม่ดีขึ้นมา นั่นก็จะกลายเป็นอยากโอ้อวดแต่กลับแสดงความโง่เขลาออกมา”
อยู่เสี้ยงเฉียนยิ้มอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่อธิบายอยู่ดีว่าทำไมถึงไม่รับบุหรี่ที่คนอื่นมอบให้”
เขาโบกมือไปทางดงป๋อชวน “เอายาตัวใหม่มาให้ฉันเม็ดหนึ่ง ทำดีๆ”
ไม่ช้า ดงป๋อชวนที่ได้รับคำสั่งออกไปและกลับมาพร้อมขวดยา ที่ขวดด้านในมีเม็ดยาสีแดงก้นบุหรี่เม็ดใหญ่
“ไปรอฉันที่รถ”
หลังจากได้รับยามา อยู่เสี้ยงเฉียนก็เอายาที่ดงป๋อชวนให้มาแล้วขึ้นรถไป
ในชั่วพริบตา ยาที่บรรจุในขวดนั้นก็ถูกอยู่เสี้ยงเฉียนส่งมาให้ผม
“เม็ดหนึ่งนี่มีคนให้ราคาเป็นสิบล้านเลยนะ คุณหยิบมาคืนฉันทำไม?”