ตอนที่ 179
บทที่ 179 ปีศาจพี่ฉิน
October 28, 2026
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผังเจี้ยนจวินหรือเป็นอยู่เสี้ยงเฉียน ในสายตาของผมตอนนี้เขาเป็นดั่งเทพทั้งคู่ ถึงขนาดพูดได้ว่า ถ้าไม่ได้มีพันธะกับจางหงหวู่ แม้ตัวเธอเองก็ราวดั่งเทพเหมือนกัน
เทพคืออะไร เทพผู้อยู่สูงส่ง จนไม่มีใครอาจเอื้อมสัมผัสได้เลย
ดังนั้นถ้าเทพเกิดการประลองวิทยายุทธกัน คนธรรมดาแบบผมก็ได้แต่แหงนหน้าขึ้นมอง อย่างน้อยก็เหมือนกับสถานการณ์ในตอนนี้
ผมจะไตร่ตรองมากไม่ได้และไม่มีทางให้คิดเยอะด้วย ดังนั้นผมจึงปล่อยความคิดทิ้งไปพร้อมกับก้นบุหรี่ที่โดนบดบี้อยู่บนพื้น ผมมุ่งหน้าเข้าไปหาลู่หย่าฉี จากนั้นก็โค้งคำนับ “สวัสดีครับคุณป้าลู่”
ลู่หย่าฉีมองช้อนขึ้นมาหาผม แต่แววตานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนเหมือนน้ำ ไร้ซึ่งพลังความร้ายกาจใดๆ
แน่นอนว่า สายตาที่อ่อนโยนดังสายน้ำนั้นไม่ได้เกิดจากผม
เธอทรงตัวกับพื้นด้วยขาข้างเดียว เอนตัวไปด้านหน้า พร้อมกับใช้มือขวาจับขาข้างขวา และแขนซ้ายเอนไปข้างหน้าอย่างสุดตัว
ชุดที่ใช้ฝึกโยคะเดิมทีก็รัดรูปอยู่แล้ว แต่ทรวดทรงของเธอมันเต็มเปี่ยมจนดูแน่นเด้งออกมา
ดังนั้นเรือนร่างอันเย้ายวนและเซ็กซี่ของเธอที่ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้ารัดรูปนี้ เป็นธรรมดาที่ไม่จำเป็นต้องบรรยายให้มากเกินไปเลย
ณ จุดนี้ ส่วนที่เด้งชูชันออกมาจากกางเกงของผมมันอธิบายได้ทุกสิ่งแล้ว
แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันถูกจับจ้องอยู่ในสายตาของลู่หย่าฉีอย่างแน่นอน
“ใหญ่มาก แข็งมาก อดทนได้นานมาก”
นี่ไม่ใช่คำพูดของลู่หย่าฉี แต่เป็นคำพูดของผมเอง เธอจึงทรงตัวได้ไม่ค่อยมั่นคงแล้ว แม้กระทั่งลมหายใจที่ต้องประสานกันซึ่งเป็นจุดหลักของการฝึกโยคะก็เริ่มสั่นคลอน
และความตื่นตระหนกของเธอนี่ ก็มากพอที่จะพิสูจน์ได้สิ่งหนึ่งแล้ว
“ดูเหมือนว่า คุณลุงหยู่จะไม่สามารถทำให้คุณพอใจได้อย่างแท้จริง เขาแค่ทำให้คุณกลายเป็นผู้หญิงอีกครั้งก็เท่านั้น แต่ไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกถึงแก่นแท้ที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ
ลู่หย่าฉีไม่สามารถรักษาท่าทางนั้นได้อีกต่อไป เธอหุบขาและยืนนิ่ง พยายามควบคุมลมหายใจเข้าออก ใช้เวลานานกว่าจะสงบลง
แต่สิ่งที่บังเอิญเกิดขึ้นก็คือ ผมก็ได้สงบสติอารมณ์ของตัวเองได้แล้วเช่นกัน
ในที่สุดริมฝีปากแดงระเรื่อทั้งสองกลีบนั้นก็ได้แยกออกจากกันและพรั่งพรูคำพูดออกมา “ถูกทุกอย่าง”
หลังจากนั้น เธอก็ได้จัดแจงเก็บชุดโยคะ แล้วสวมรองเท้ากลับเข้าห้องไป
เธอไม่ได้เชื้อเชิญให้ผมเข้าห้อง แล้วผมเองก็ไม่อยากเข้าไปในห้องกับเธอตอนที่ลู่ปู้หนานก็อยู่ที่บ้านอย่างเหตุการณ์ในตอนนี้
ผมออกจากประตูบ้านเข้าไปในรถ รอตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่มีการติดต่อจากลู่ปู้หนานเลย
ประมาณสิบกว่านาทีหลังจากนั้น ลู่ปู้หนานก็ออกมาจากสวน และขึ้นมาบนรถของผม
ผมมองจากกระจกข้างหลังก็เห็นว่า ใบหน้าของลู่หย่าฉีเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ตกลงว่าเธอหึงลูกสาวของเธอหรือโกรธที่ผมจะมาทำร้ายลูกของเธอกันแน่ นั่นก็ไม่มีใครรู้ และผมก็ไม่สนใจมันด้วย
สิ่งเดียวที่สนใจในตอนนี้คืออยู่เสี้ยงเฉียน ถ้าเกิดอยู่เสี้ยงเฉียนรู้ขึ้นมาว่าผมไม่ได้แค่นอนกับลูกสาวทั้งสองคนของเขา แม้กระทั่งภรรยาของเขาเองก็เล่นมาแล้วทั้งคืน......
ผมคิดว่า ถูกสับเป็นหมื่นชิ้นนั้นถือว่าเป็นบทสรุปที่สวยหรูเกินไป มันจะต้องโหดร้ายกว่านั้น
พาลู่ปู้หนานไปแล้ว พวกเรายังรับจี้หลินไปด้วย แล้วคืนนั้นก็เป็นอีกคืนที่เราสนุกสุดเหวี่ยง
ในเวลานี้ ลู่ปู้หนานไปเข้าห้องน้ำ เหลือแค่ผมที่อยู่กับจี้หลินตามลำพัง
เธอบอกกับผมว่า ที่คุณพูดเมื่อคืนมันก็ถูก นี่ถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาของชีวิตเธอเลย มันเป็นดั่งตัวแต่งแต้มให้โลกของเธอมีสีสันมากขึ้น ดังนั้นเธอจึงไม่กลัวแล้ว และยังรู้สึกได้ว่าเธอมีความตื่นเต้นเล็กน้อย
“งั้นพวกเรามาใช้เวลาให้มันตื่นเต้นอีกสักครั้งกันเถอะ”
“เอาสิ ใครกลัวใคร!”
อยากจะเอาแม่แรงมาอุดปากนั้นจริงๆเลย เป็นเด็กที่ไม่รู้จักเจ็บจักจำอะไรเลย
หลังจากอยู่เล่นกับสองสาวอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ก็ทานอาหารเย็นและถูกผมส่งกลับไปที่โรงแรม หลังจากนั้นผมก็ไปทำงาน
ผับหมอชิ่งยังคงเปิดบริการอยู่ แต่พนักงานชายกลับลดลงไปเยอะมาก
มันชัดเจนมากว่า พวกเขากำลังกลัว รวมทั้งJasonจางซานตั้นก็ไม่ได้มาปรากฏตัวในค่ำคืนนี้
แต่เรื่องพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อธุรกิจผับหมอชิ่งเลย เพราะยังไงซะที่นี่ก็มีนักเต้นชายมืออาชีพ ที่ขายศิลปะแต่ไม่ได้ขายเรือนร่าง ก็สามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ในพื้นที่พักผ่อนของผม ผมวางขาทั้งคู่ลงบนโต๊ะ หูฟังจังหวะเพลง มือคีบมวนบุหรี่ และปล่อยความคิดให้ล่องลอยไป
ผมกำลังนึกถึงภรรยาของท่านผู้การที่สำนักงานย่อยนั้น ถึงแม้ว่าสามีของเธอจะเป็นแค่ท่านผู้การสำนักงานย่อยนั้น แต่ก็ถือเป็นคนที่ใหญ่โตและพละกำลังของผมก็ไม่อาจต่อกรกับเขาได้
ถึงขนาดที่สามารถเรียกได้ว่า เขาคือเทพที่เอื้อมไม่ถึงอีกคนเหมือนกัน