ตอนที่ 188
บทที่ 188 ทำจนกว่าจะเลือดออก
October 28, 2026
ด้ายลี่ม่าวกลับมาแล้วจริงๆ ตอนที่ผ่านมาข้างๆรถของผม โจงเฉียวเฉียวตกใจกลัวเหมือนวิญญาณออกจากร่าง
เวลาช่างเหมาะเจาะกันจริงๆ ผมส่งเธอปีนขึ้นสวรรค์ไปอีกครั้ง
เธอสั่นสะท้าน ไม่รู้ว่านี่คือเธอฟินจริงๆ หรือว่าตกใจกลัวกันแน่
ด้ายลี่ม่าวผ่านด้านข้างไปแล้ว เห็นว่าไม่ได้แอบมอง แต่ละคนอกสั่นขวัญหายกันตามๆกัน ดูเหมือนว่าจะจมอยู่กับความสิ้นหวังตกต่ำที่ถูกไล่ออกมา
“เฉียวเฉียว สามีของคุณถูกจัดให้ไปเมืองหลิน จากนั้นพวกเราก็จะสะดวกขึ้น”
“ไม่ได้นะ ทำอะไรที่มันเกินเลยไม่ได้......”
ไม่มีอะไรที่เกินเลยหรอก พอตอนที่ผมต้องการ ผมจะมาให้คุณแก้ปัญหา
หลังจากการต่อสู้จบลง โจงเฉียวเฉียวมองรอบด้านไม่มีคน ก็รีบลงจากรถ
จากนั้นผมขับรถจากไป กลับไปที่ผับหมอชิ่ง
คืนนี้ไม่มีเรื่องอะไร ดังนั้นผมเลยนอนอยู่ตรงมุม หยิบบุหรี่ขึ้นมา ปิดตาพักผ่อน
เข้าใกล้เวลาห้าทุ่ม ผู้จัดการมาข้างตัวผม “มีงานให้ทำ”
“ไม่ทำ ให้พวกเขาขึ้นเวทีไป ผมอยากพักอีกสักพัก”
“ไม่ทำเกรงว่าจะไม่ได้ มีคนมาหาคุณโดยเฉพาะ”
ผมตกใจ มองตามสายตาของเขา จากนั้นผมก็พบกับผู้หญิงสวยที่เฝ้าปรารถนาเป็นอันดับหนึ่งในหลายวันนี้
เก็บอารมณ์ความรู้สึก หยิบหมากฝรั่งออกมาจากหน้าอก เคี้ยวอยากรวดเร็วจากนั้นคายลงไปในที่เขี่ยบุหรี่ จัดเสื้อผ้า ผมเดินตรงไปหาผู้หญิงสวยอันดับหนึ่งในสายตา
“สวัสดีครับ”
เธอพยักหน้าเบาๆมาที่ผม ผมถูกพาเข้าไปในห้องส่วนตัวด้านในทันที
หลังจากเข้าไปในห้องส่วนตัว เธอถอดแว่นกันแดดอันใหญ่และผ้าปิดปากบนใบหน้าออก เปิดเผยให้เห็นใบหน้าที่อ่อนเพลีย
“พี่ ครั้งก่อนไม่ทันได้ถามว่าจะให้เรียกคุณอย่างไรดี ดังนั้นเมื่อกี้ตอนเจอกันเลยแข็งกระด้างไปหน่อย เพียงแค่สามารถพูดสุภาพมีพิธีรีตองแบบ ‘สวัสดีครับ’”
“หันเจินลู่”
เธอมีความสุขมาก ไม่มีปัญหาการหลีกเลี่ยงชื่อแม้สักนิด
“พี่เจินลู่ ช่วงนี้อารมณ์ดีขึ้นบ้างหรือยัง?”
ผมช่วยเธอเทน้ำอุ่น จากนั้นส่งให้ที่ด้านหน้าตัวเธอ ปิดเพลงกระสับกระส่ายทันที เปิดเพลงภายในห้องเป็นเสียงเปียโนที่สวยงาม
“เฟือร์เอลีเซอ เป็นเพลงที่ไม่เลว” หันเจินลู่ยกแก้วขึ้นมา จิบนิดหน่อย “คุณรู้เรื่องราวเบื้องหลังของเพลงนี้หรือเปล่า?”
พูดจบ ไม่รอให้ผมได้พูดออกมา เธอก็หัวเราะขึ้น “ช่างเถอะ ไม่ควรจะพูดเรื่องนี้กับคุณ”
ผมเองก็หัวเราะเหมือนกัน “จริงๆแล้วไม่ได้สนใจ และไม่มีอะไรที่ไม่สามารถคุยได้ เฟือร์เอลีเซอ จริงๆแล้วเป็นแค่เพียงชื่อที่เข้าใจผิด ควรจะเรียกว่าแด่เอลีเซอ เป็นเพลงยุค40ที่บีโธเฟนแต่ให้กับนักเรียนหญิงของเขา”
บนใบหน้าที่งดงามของหันเจินลู่นั้นปรากฏสีหน้าตกตะลึง ชัดเจนเป็นอย่างมาก เธอไม่มีทางจินตนาการว่าผู้ชายขายบริการคนหนึ่ง จะรู้เรื่องพวกนี้
เธอยิ้มเบาๆและพูดทันที: “ดูถูกคุณซะแล้ว ไม่คิดเลยว่าคุณจะรู้เยอะขนาดนี้”
ผมโบกมือ “ไม่ขนาดนั้น ผิวเผินเท่านั้นเอง เคยอ่านผ่านๆ”
คนอย่างผมนั้นไม่มีความเจียมเนื้อเจียมตัว เมื่อก่อนเวลาที่จะยกระดับตัวเองในแต่ละด้าน เพลงเปียโนที่เป็นสิ่งที่สวยงามแบบนี้เองก็อ่านผ่านๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถนั่งอยู่ร้านอาหารฝรั่งดื่มกาแฟไปฟังเพลงสไตล์พื้นบ้านที่แพรวพราวที่สุด
“ถ้าอย่างนั้นฉันอยากจะคุยกับคุณ คุณเชื่อในความรักของบีโธเฟนที่มีต่อนักเรียนหญิงคนนั้นหรือเปล่า?”
หันเจินลู่ขาทั้งคู่ชิดกัน มือทั้งคู่ประสานไว้ด้วยกัน วางราบไปบนน่อง เต็มไปด้วยสติปัญญาที่สง่างาม