ตอนที่ 191
บทที่ 191 มันเป็นเพราะอะไรกันเเน่
October 28, 2026
ในเวลาห้าวันต่อมา ตอนกลางวันก็อยู่ดูแลหันเจิงลู่ ตอนกลางคืนก็ไปทำงาน ก่อนเที่ยงคืนก็กลับบ้านตรงเวลาดังนั้นความรู้สึกที่มีต่อหันเจิงลู่ ก็เริ่มใกล้เข้าไปอย่างรวดเร็ว มองเผินๆ เหมือนสามีภรรยาคู่หนึ่ง คล้ายคู่รักที่มีความสัมพันธ์หยาดเยิ้ม
แต่แค่ ตัวผมเองรู้สึกว่ามันมากเกินไปหน่อย อะไรที่มันเกินพอดี มันก็ดีไม่เหมาะสม ผมเลยคิดว่าต้องทำตัวเฉยชาเสียหน่อย การตีตัวออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย เฉยชาเกินไปก็ไม่ได้ จะเฉยเมยจนดูผิดแปลกไปก็คงไม่ได้อีกเพราะเรื่องนี้เลยทำให้รู้สึกปวดหัว เป็นเรื่องที่ทำไม่ใช่ง่าย ๆ เลย
ตอนบ่ายที่ออกไปซื้อของ ผมขับรถอยู่ก็ไปเจอเข้ากับเงาของใครบางคนที่ผมคุ้นเคย
เมื่อจอดรถ แล้วมองไปที่กระจกมองหลัง ผมก็เจอเข้ากับเธอ
นานแล้วที่ไม่ได้เจอเธอ มิน่าล่ะว่าทำไมช่วงนี้ผมถึงรู้สึกแปลก ๆ พอเห็นเธอก็นึกขึ้นมาได้ ครึ่งเดือนกว่า ๆ แล้วสินะ ที่ผมไม่ได้แกล้งเธอ นี่คงจะเป็นสาเหตุที่ใจของผมมันกระสับกระส่ายอยู่ไม่นิ่งแบบนี้
เพราะงั้น ผมเลยจุดบุหรี่แล้วสูบเพื่อรอเธอ
ในมือเธอที่ถือฮาเก้นดาสหนึ่งแท่ง เมื่อเธอเดินผ่านข้าง ๆ รถ ผมเลยเปิดประตูที่นั่งข้างตนขับ " ขึ้นรถสิ "
เธอยืนตะลึงอยู่สักพัก ก่อนจะหันหลังแล้ววิ่งไป
" จ้าวเย่นซวน ถ้าคุณกล้าวิ่งผมก็กล้าที่จะไปหาคุณที่บ้านเหมือนกัน! "
ผมมองไปที่กระจกมองหลัง ตะโกนเสร็จก็ค่อย ๆ หลับตาสูบบุหรี่อย่างใจเย็น
เป็นไปตามคาด ไม่นานนัก ก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนขึ้นมาบนรถ จากนั้นก็มีเสียงประตูรถที่เหมือนจะถูกปิดอย่างแรงดัง ' ปัง ' ในนั้นแฝงไปด้วยความน้อยใจปนโกรธเล็ก ๆ
" ทำไมคุณถึงขี้น้อยใจขนาดนั้นล่ะ ผมไม่ได้เลียหรือสัมผัสคุณสักหน่อย แต่ก็นะ เห็นลิ้นของคุณเลียฮาเก้นดาสได้ลื่นไหลขนาดนั้นน่ะ ดูเหมือนว่าพักนี้สกิลการเลียของคุณจะพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ ผมขอลองสักทีได้รึเปล่าล่ะ"
" คนหยาบคาย! "
จ้าวเย่นซวนด่าออกมาอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะมองไปที่ฮาเก้นดาส อารมณ์จะกินก็ไม่มีอีกแล้ว เลยเปิดกระจกรถแล้วทิ้งมันลงไปในถังขยะข้างถนน
ผมไม่ได้ยั่วเธอต่อ ก่อนจะขับรถแล้วลากเธอไปที่ลานจอดรถของห้างแห่งหนึ่ง
" จะทำอะไรของคุณเนี่ย! "
" หุ่นของคุณกับผู้หญิงที่ผมพึ่งเอามาก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นี่ รูปลักษณ์น่ะเหรอ ถึงคุณจะแย่กว่าเธอราวฟ้ากับเหวก็เถอะ แต่ยังไงก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ถ้างั้นคงต้องยืมรสนิยมคุณมาหน่อยละกัน ช่วยซื้อของขวัญให้เธอหน่อยสิ"
จ้าวเย่นซวนถลึงตามองผมอย่างโกรธจัด อย่างกับเสือที่กำลังจะเขมือบคนลงไปอย่างไรอย่างนั้น แต่น่าเสียตรงที่ฟันกับเขี้ยวของเธอมันคงไม่พอนี่สิ
" เลิกมองได้แล้ว รีบพาผมไปซื้อสิ อ้อ แล้วอย่ามาเลือกมั่ว ๆ นะ ต้องตั้งใจเลือกให้มันดี ๆ ด้วยล่ะ ถ้าคุณกล้าแกล้งผมล่ะก็ ผมจะไปสู่ขอคุณที่บ้าน บอกคุณท่านของคุณท้องอยู่! "
จ้าวเย่นซวนกำมือน้อย ๆ นั้นแน่น " เฉินเฟิง คุณมันบัดซบ หยาบคาย เสเพล คนสารเลว! "
ที่ผ่านมาเธอเรียกผมด้วยชื่อเรียกมากมาย ผมเลยไม่รู้สึกรู้สาอะไร
เมื่อเธอด่าจบ ผมก็ลากเธอเข้าไปในห้างนั่น
" อย่าอืดอาดล่ะ รีบ ๆ เลือก เธอไม่ได้ เลือกอันที่ไม่เหมาะสมออกมา ผมบอกเลยว่าคุณต้องเสียใจในสิ่งที่ทำลงไปแน่ ๆ "
เมื่อโดนผมดุ จ้าวเย่นซวนรู้สึกน้อยใจ ก่อนจะรีบก้าวขาสวบ ๆ ไม่ได้บ่งบอกถึงการเดินเลือกอย่างใจเย็น แต่เป็นการเดินตรงดิ่งไปยังชั้นสองที่เป็นร้านขายเครื่องประดับโดยเฉพาะ
ในตู้โชว์เครื่องประดับนั้น เธอชี้ไปที่สร้อยข้อมือเส้นหนึ่ง
" อันนี้ เอาไปห่อเลยค่ะ! "
ผมเหลือบมองไปที่จ้าวเย่นซวน แล้วมองไปที่สร้อยข้อมือเส้นนั้น " เงินแท้ ราคาหมื่นกว่า ตอนนี้ราคาเงินพุ่งขึ้นขนาดนี้เลยเหรอ?! "
" บ้านนอกจริง ๆ ! "
จ้าวเย่นซวนขี้เกียจจะอธิบาย ก่อนจะหันตัวเดินไป แต่ก็ถึงผมฉุดเอาไว้
จากนั้น พนักงานขายก็รีบอธิบายให้ผมฟังอย่างกระตือรือร้น เธอบอกผมว่า มันเรียกว่าสร้อยข้อมือแพนโดร่าคือหนึ่งในเครื่องประดับของตี้หวัง ถึงแม้ตัวของเครื่องประดับจะขึ้นรูปมาจากเงินบริสุทธิ์ แต่บนตัวเครื่องประดับเองถูกเคลือบไปด้วยตัวเคลือบวัสดุสีแดงที่เลี่ยมกรอบเพชรรูปหัวใจ
โดยเฉพาะมันคือแบรนด์ของแพนโดร่า ราคาเลยสูงเป็นพิเศษ
ผมไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ ผมชี้ไปที่จ้าวเย่นซวน แล้วถามพนักงานขายว่า " ถ้าเธอใส่คุณจะอิจฉาไหม "
พนักงานขายพยักหน้า " แน่นอนว่าต้องอิจฉาสิคะ หญิงสาวที่ตามเทรนด์คนไหนจะไม่รู้จักสร้อยข้อมือแพนโดร่ากันล่ะคะ อีกอย่างสร้อยข้อมือรุ่นนี้คือรุ่นเดียวกับดาราหญิงชื่อดังที่ชื่อหลินซิงหรูใส่อีกต่างหาก เป็นที่รู้จักกันมากมายเลยค่ะ แล้วก็...."
" ออกใบเสร็จเลยครับ "