ตอนที่ 93
บทที่ 93 ผู้หญิงคนนี้ดีจริง ๆ
October 28, 2026
บทที่ 93 ผู้หญิงคนนี้ดีจริง ๆ
เดิมทีผมคิดว่าผู้หญิงคนนี้ยิ้มก็มีความสุขแล้ว ก็จะสามารถสื่อสารกับเธอแบบปกติทั่วไปได้ จากนั้นจึงจะได้บรรเทาความเศร้าภายในจิตใจของเธอได้ เพื่อตรวจดูว่าเหตุใดที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นศพเดินได้แบบนี้
แต่หลังจากที่เธอยิ้มแล้วเธอก็ยังคงเป็นศพเดินได้อยู่เช่นเดิม
หากผมก็เป็นจิตแพทย์ ผมก็คงจะรักษาอาการไม่พูดจาของผู้คนได้ อีกอย่างผมก็ไม่ใช่จิตแพทย์
หลังจากแช่น้ำอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง เธอก็เดินออกจากอ่างอาบน้ำ ทำความสะอาดด้วยฝักบัว
ผมอยากจะลองดูจริง ๆ ว่าผู้หญิงที่พกบิกินี่ของตนเองมาด้วยคนนี้ เธอจะพกแชมพูเฮดแอนด์โชว์เดอร์หรือรีจอยส์มาด้วยหรือเปล่า แต่ความเป็นจริงกลับไม่พกอะไรมามากมาย
“นายออกไปได้แล้ว”
เธอเพิ่งจะทำเสร็จสิ้น จากนั้นจึงได้เอ่ยปากให้ผมออกไป
เงินนี้เป็นกำไรมาก แค่ร้องเพลงประโยคเดียว “มหานทีไหลไปยังตะวันออก” จากนั้นก็ดูคนสวยอาบน้ำในอ่างเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ก็จบสิ้นแล้ว
ผมก้าวออกจากห้อง ผมนิ่งอยู่ครู่หนึ่งขณะที่ปิดประตู เดิมทีคิดอยากจะปลอบเธอว่าไม่มีอะไรในชีวิตที่จะคิดแก้ไขไม่ได้ แต่จากนั้นก็รู้สึกขึ้นมาได้ ว่าชีวิตคนหากยังไม่ถึงจุดนั้น บางคำพูดเอ่ยไปก็ไม่เข้าใจ
ดังนั้นจึงปิดประตู
เมื่อกลับไปยังห้องพักผ่อน หลิวทงก็มาถึงแล้ว หมอนวดคนอื่นก็ทยอยมาทีละคน
“ไม่เลว แค่มาทำงานวันที่สอง ก็มาเร็วกลับช้าแล้วหรือ”
ไอ้ผอมก็พูดขึ้นมา ผมไม่สนใจเขาหรอก เขามีความไม่พอใจเรื่องที่ไม่ได้ขึ้นงานเมื่อวานนี้ วันนี้เมื่อผมได้รับงานแต่เริ่มทำงาน เขาจึงได้อิจฉา คำพูดแบบนี้เป็นคำพูดของศัตรูที่แอบพกปืนพร้อมยิงมาด้วย แต่ก็ไม่มีอะไรขัดขวางผมได้
“สมน้ำหน้า แล้วทำไมนายไม่มาให้เร็วล่ะ”
หลิวทงเริ่มไม่ร่าเริง พูดกระแทกไอ้ผอมไปหนึ่งประโยค ไอ้ผอมก็ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่ส่งเสียงอุทาน ฮึ ออกมา
ผมกำลังจะยื่นบุหรี่เพื่อเป็นการขอบคุณหลิวทง จากนั้นผู้หญิงที่เพิ่งจะต้อนรับไปเมื่อกี้นี้ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้องพักผ่อน
ครึ่งหนึ่งของใบหน้าเธอยังคงมีผมปกปิดอยู่ ผมยังไม่ได้เห็นหน้าเต็ม ๆ ของเธอเลยตั้งแต่ต้นจนจบ เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมีปานอยู่ครึ่งหน้าหรือเปล่า
ในขณะที่ผมกำลังคิด เธอก็เดินมาหาผม จากนั้นก็เปิดกระเป๋าและหยิบออกมาหนึ่งพันหยวน วางไว้ในมือของผม ไม่ได้โยนให้ และไม่ใช่วางไว้ตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ แต่วางไว้บนมือของผม
การกระทำไม่ได้ชัดแจ้ง แต่เบื้องหลังนั้นกลับเป็นการให้เกียรติอย่างหนึ่ง
“คุณทำให้ฉันยิ้มได้ ฉันขอบคุณมากนะ ลาก่อน”
จากนั้น เธอก็จากไปอย่างเงียบ ๆ เดินไปอย่างสง่างาม มองดูแล้วไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาอย่างชัดเจน
หลิวทงหยิบเงินในมือของผมออกไป ตบๆ แล้วยัดใส่ลงในกระเป๋าเสื้อของผม
“โคตรเจ๋ง ไอ้ผอมแกเห็นหรือยัง แค่มาเช้าสักหน่อย ก็ได้ทิปไปแล้วตั้งหนึ่งพัน!”
ผมรู้ว่าหลิวทงจงใจทำเช่นนั้น แต่ไอ้ผอมก็หลงกลจริง ๆ หันหัวไปด้านข้างอย่างหงุดหงิด
ผมส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เจ้านี่มันโง่เง่าจริง ๆ ความอึดอัดในใจก็เริ่มก่อตัว ความโกรธก็เริ่มมากขึ้น โกรธกลั้นหายใจ อย่างกับคางคงพองตัว
“คืนนี้หลังเลิกงานทุกคนอย่าเพิ่งรีบกลับ ไปดื่มเบียร์กินปิ้งย่างกันด้วยเงินหนึ่งพันนี้ ใครกลับไปก่อนหลังจากนี้พวกเราก็ไม่รู้จักกัน!”
ทันทีที่พูดแบบนี้ คนที่มีใจอิจฉาอยู่แต่เดิม ก็คาดได้ว่าคงจะต้องอับอาย
สำหรับไอ้ผอมคางคกขี้โมโหนั้น...ผมไม่มีงานอดิเรกที่จะดื่มกินกับพวกสัตว์ตัวเล็ก ๆ
บางทีอาจจะมีสาเหตุมาจากคลื่นใหญ่ ตลอดคืนไม่ได้ขึ้นงานรับแขกเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะเป็นที่พิเศษ แต่คืนนี้มีแขกน้อยจริง ๆ จนถึงเที่ยงคืนเพิ่งจะมีแขกมาสามครั้ง นี่ยังไม่นับกับงานนั้นที่ผมรับงานไปแล้ว
ตอนตีหนึ่ง หลิวทงก็ได้รับเสียงจากอินเตอร์คอม “เลิกงาน ปิดประตู วันนี้พักผ่อนก่อนเวลา”
จากนั้น ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ทำเงินได้หรือไม่ได้ ทุกคนก็ต่างไปดื่มต่อกับผม
และก็มีหนึ่งคนที่ไม่ไป ก็คือคนที่ทุกคนเรียกกันว่าไอ้ผอม และเรียกว่าคางคงพองลม
แค่เดินไปถึงประตู หวงหรุงก็บังเอิญขับรถออกมาจากร้านพอดี เมื่อเห็นความเคลื่อนไหวของพวกเรา จึงรีบหยุดรถ เพราะกลัวว่าพวกเรากำลังจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน