ตอนที่ 193
บทที่193 โทรศัพท์ที่ไม่มีใครรับฟัง
October 28, 2026
จางหงหวู่เคยพูดกับผมว่า พออยู่ในจุดนั้น ผมจะได้เจอผู้หญิงมากหน้าหลายตา ผ่านเรื่องราวที่หลากหลาย ผมเชื่อคำพูดของเขา แต่ไม่ได้เชื่อทั้งหมด ผมคิดว่าผู้หญิงน่ะ ก็แค่เรื่องง่าย ๆ เล็ก ๆ พวกนั้น อารมณ์ความรู้สึกมักจะขึ้น ๆ ลง ๆ แค่พูดโอ๋หน่อยก็หายแล้ว
แต่พอมาตอนนี้ ซูเสี่ยวฉินไม่ใช่ผู้หญิงที่จะโอ๋หน่อยก็หาย เธอไม่เคยสร้างปัญหาให้ผม ไม่เคยบังคับใจผม แล้วยังให้สิทธิ์ผมในการเลือกที่จะเป็นอิสระอีก
แต่ปัญหาคือ สิ่งที่สร้างความยุ่งยากที่แท้จริงคือ เธอกำลังจะตาย
ให้ผมใช้เอาเรื่องความรู้สึกเพียงคืนเดียวมาทำให้เธอเปลี่ยนใจ ผมคงทำไม่ได้
ผมสามารถทำให้เธอชอบผมได้ แต่ผมทำมันให้เป็นอย่างที่หวังภายในคืนเดียวไม่ได้อย่างแน่นอน นอกจากเรื่องความรักความรู้สึกแล้ว ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะมีวิธีไหนอีก ที่สามารถผูกใจกับหญิงที่ต้องการความตายคนนั้นเอาไว้ได้
นอกจากว่าตั่นโก๋ซูนจะกลับใจ แต่มันจะเป็นไปได้เหรอ
ผมหยิบเหรียญออกมา แล้วใช้ปลายนิ้วหมุนมัน ยิ่งเหรียญหมุนเร็วเท่าไหร่ มันยิ่งหมุนได้ไวมากขึ้น สุดท้ายทำให้เกินเป็นภาพเงาที่หมุนไปมา
ผมกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ขณะเดียวกันสมองของผมกลับทำงานได้ไวกว่านิ้วที่กำลังหมุนเหรียญนั่นเสียอีก
สุดท้าย ผมคิดวิธีที่ไม่ใช่วิธีเท่าที่ควรออกมาได้
ผมยกน้ำอุ่นแก้วหนึ่ง ยื่นให้ซูเสี่ยวฉิน ให้เธอเทน้ำให้ผม
เมื่อล้างมือเสร็จ ผมก็ถอดบราของเธอออก แล้วใช้บราของเธอเช็ดมือจนแห้ง
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย " คุณก็มีเสื้อผ้า ทำไมต้องใช้บราฉันเช็ดมือด้วยล่ะ "
" มันซับน้ำดีออก อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าคุณจะตายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ คุณยังจะแคร์อีกเหรอ! "
คำพูดของผม ทำให้เธอพูดอะไรต่อไม่ได้
ผ่านไปสักพัก ผมก็วางเธอลงบนโซฟา
เธอยื่นมือขาวผ่องนั่นออกมาเพื่อจะปลดเข็มขัดของผม ผมกำลังจะห้ามไว้ แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เธอทำ ปล่อยให้เธอถอดมันออกทั้งหมด
ผมนอนขนาบไปบนเรือนร่างและทรวงอกอันขาวผ่องของเธอ ผมค่อยบรรจง ๆ จูบอย่างแผ่วเบา ค่อย ๆ ดูดและเลียมันเรื่อย ๆ
ในขณะเดียวกัน มือของผมก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่เคลื่อนลงไปฉีกกางเกงในตัวจิ๋วของเธอออกแทน จากนั้นค่อย ๆ สัมผัสมันอย่างอ่อนโยน ทำให้ร่างกายอันบอบบางของเธอที่กำลังสั่นเกร็งเพราะความตื่นเต้นนั้นผ่อนคลายลง
จากช้า ๆ ก็ค่อย ๆ เพิ่มความเร็วขึ้น จังหวะเริ่มไวกว่าเดิม
เพียงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่นาที ร่างอันบอบบางของซูเสี่ยวฉินที่อยู่ใต้ร่างของผมก็บิดไปมา ราวกับปลาไหลตัวน้อยที่กำลังขาดน้ำ
ทั้งต่อต้าน และดิ้นไปมา น้ำเสียงเล็ก ๆ ชวนหลงนั่นกำลังกระเส่าเว้าวอนอย่างแหบพร่าอยู่ข้าง ๆ หูผมไม่ขาดสาย
สิบนาทีต่อมา เธอพูดออกมาอย่างติดขัด " เข้ามาสิคะ ฉันจะเอาคุณ รีบ ๆ เข้ามา! "
ยี่สิบนาทีต่อมา เธอขอร้องผมอย่างหมดแรง " เอาหน่า คุณช่วยฉันหน่อยได้โปรด"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เธอร้องวิงวอนต่อผม " ที่รัก ฉันขอร้อง เสียบมันเข้ามาเลยสิคะ "
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ในขณะที่ดนตรีอันเล่าร้อนกำลังบรรเลงก็มีเสียงเธอด่าแทรกออกมา " คุณมันบ้า ทำฉันอีก! "
สองชั่วโมงต่อมา....
สามชั่วโมง....
จนกระทั่งผับปิดในสี่ชั่วโมงต่อมา เธอนอนอยู่บนโซฟาที่เปียกแฉะ ร่างอ้อนแอ้นนั้นขดงอ ไม่หยุดที่จะดีดต้านในความบ้าคลั่งนั้น แม้แต่เส้นผมของผมเองก็โดนเธอจิกจนไม่เป็นทรง ราวกับทรงผมของผีบ้าก็ไม่ปาน
ตอนนี้ แม้แต่คำพูดสักคำก็ไม่หลุดออกจากปากเธอ เหลือเพียงลมหายใจที่รวยรินที่กำลังร้องอ้อนวอนอยู่อย่างนั้น
ขณะที่เอากันผมก็เอานิ้วเข้าไปในปากของเธอ เมื่อทำความสะอาดลิ้นอันอ่อนนุ่มของเธอเรียบร้อยแล้ว
ผมก็ประคองร่างของเธอขึ้นมา ช่วยเธอใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วพาเธอออกมาจากผับ
ส่วนเงินที่ต้องจ่าย เป็นผมที่ออกเองทั้งหมด เพราะแม้แต่แรงจะยกกระเป๋าหนังของตัวเธอเองขึ้นมาก็ยังไม่มี จนทำให้ผมต้องอุ้มเธอขึ้นรถไป
ในขณะที่กำลังขับรถ ผมก็จุดบุหรี่สองมวน มวนหนึ่งให้ตัวเอง ส่วนอีกมวนผมยื่นมันไปเสียบไว้ที่ปากของเธอ
เธอดูดมันอย่างไร้เรี่ยวแรง แม้เถ้าบุหรี่จะตกลงบนตัวเธอ เธอก็ไม่สนใจแต่อย่างใด หรือจริง ๆ เธออาจจะหมดเรี่ยวแรงที่จะสนใจมัน
เมื่อผมขับรถพาเธอมายังโรงแรมเหมือนวันนั้น จากนั้นก็อุ้มเธอเข้าผับแล้ววางเธอลงบนเตียง
ในที่สุดเรี่ยวแรงของเธอก็กลับมาอย่างเก่า เธอรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อด่าผม