ตอนที่ 166
บทที่ 166 ไม่คุกเข่าก็กระทืบจนคุกเข่า
October 28, 2026
บทที่ 166 ไม่คุกเข่าก็กระทืบจนคุกเข่า
กงซุนเฟยเทียนและลูเหลียงยู่โดนโจมตีจนมึน พวกเขามองไปที่หลินหยิ่งด้วยความเหลือเชื่อ พวกเขากำลังจะลุกขึ้นยืน แต่กลับรู้สึกว่าเข่าชา ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้
“ไอ้แซ่หลิน นายกำลังทำอะไร? กล้าลงมือกับฉันหรือ?” กงซุนเฟยเทียนตะโกนอย่างโกรธแค้น แล้วตะคอกใส่หลินอิ่ง เขารู้สึกสมเพชมาก
“นายคนบ้าชัดๆ กล้าลงมือในสถานที่แบบนี้ได้อย่างไร! ” ลูเหลียงยู่เองก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ
เหลือเชื่อจริงๆ ไอ้คนไม่เอาไหนที่แซ่หลินกล้าที่จะลงมือกับเขาสองคนจนคุกเข่าลงกับที่ต่อหน้านายท่าน
เพียะ! เพียะ!
หลินอิ่งตบหน้าเขาสองคนจนเลือดกบปาก หน้าบวมไป1ข้าง พวกเขาจ้องมองไปที่หลินอิ่ง แต่กลับไม่กล้าพูดอะไรต่อ
“อ๊า? นี่กำลังทำอะไรกัน? พี่ใหญ่ครับ พี่ต้องจัดการดูแลคนคนนี้หน่อยนะครับ”
“พี่ใหญ่ครับ นี่พี่เชิญคนอะไรมา? กล้าลงมือทุบตีพี่ชายรองในบ้านของกงซุนได้อย่างไร? นี่เขาบ้าไปแล้วรึเปล่า! ”
“ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงแล้ว กล้าลงมือทำร้ายคนอื่นในห้องของนายท่าน รีบโทรเรียกบอดี้การ์ดมาเดี๋ยวนี้”
คนของตระกูลกงซุนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจังจะรู้สึกตัวขึ้นมาได้ แล้วทุกคนก็ไปยืนอยู่ข้างๆ กงซุนฉงหลงกันหมด และรู้สึกหวาดกลัว
กงซุนเฟยหงเองก็ตะลึงเช่นกัน เขาไม่คิดว่าอาจารย์หลินจะเป็นคนนิสัยดื้อและแข็งเช่นนี้ ยังไม่ได้พูดอะไรก็ลงมือจนทำให้อีกฝ่ายคุกเข่าลง
ถ้าเกิดว่าเป็นเมื่อก่อน แน่นอนว่าเขาจะเรียกเหล่ายอดฝีมือที่อยู่นอกวิลล่าเข้ามารักษาศักดิ์ศรีของตระกูลกงซุนไว้แล้ว แต่ว่า สถานการณ์ในวันนี้ กลับพูดยาก
กงซุนชิวอวี่เองก็จ้องมองไปที่หลินอิ่งและทำตาโต เธอรู้สึกว่าลูกพี่ลูกน้องโหดเกินไป
“ผมจะพูดครั้งสุดท้าย กราบเดี๋ยวนี้! ” หลินอิ่งยกมือบีบไปที่คอของลูเหลียงยู่ บีบจนเขาหายใจแรง มีเหงื่อและเส้นเลือกปูดขึ้นที่หน้า สายตาของเขาที่เต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัวมองไปที่หลินอิ่ง
“กล้าพูดผิดเป็นถูกต่อหน้าผม พวกคุณอยากตายหรือ?” หลินอิ่งกล่าวด้วยเสียงที่เย็นชา ความอาฆาตที่เผยออกมานั้นทำให้คนอื่นรู้สึกตื่นเต้นหวาดกลัวจนตัวสั่น
คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็แสดงสีหน้าสงสัยออกมา ราวกับว่า นักต้มตุ๋นที่แซ่หลินคนนี้ไม่ได้ธรรมดาเหมือนภายนอก ถ้าเกิดว่าเขาไม่ใช่คนบ้า แล้วเขาต้องมีความกล้าขนาดไหนกัน? จึงกล้าลงมือทำร้ายกงซุนเฟยเทียน นี่เขากำลังดูหมิ่นตระกูลกงซุนและนายท่านกงซุนหรือ?
“นายท่านครับ ท่านต้องจัดการเรื่องนี้นะครับ” กงซุนเฟยเทียนพูดพร้อมกัดฟัน เขาเป็นถึงคนลำดับรองของตระกูลกงซุน มีทรัพย์สินในมือเป็นหมื่นล้าน เขาไม่เคยโดนดูถูกเช่นนี้มาก่อน
วิธีการของหลินอิ่งนี้มันหยาบคายเกินไป เขาไม่พูดคุยกับใครเลยก็ลงมือทำร้ายพวกเขาจนคุกเข่าลง...
"อะแฮ่ม หนุ่มน้อย นายทำสุดโต่งเกินไปรึเปล่า" กงซุนฉงหลงกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่าง เเข็งแกร่ง ร่างสูงหลายคนเดินมาจากนอกประตู แต่ละคนจ้องมองไปที่หลินอิ่งด้วยสีหน้าเย็นชา เตรียมตัวจะเข้าโจมตี
เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นบอดี้การ์ดชั้นยอดที่จัดอยู่รอบๆ ตัวของนายท่านกงซุน เพียงแค่รอให้นายท่านออกคำสั่ง พวกเขาก็จะรีบวิ่งเข้ามาจับตัวหลินอิ่งทันที
"มีอะไรเราค่อยๆ คุยกัน ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาทั้งสองพูดมันไม่ถูกต้อง คุณสามารถอธิบายได้ ทำไมต้องวู่วามและใจร้อนเช่นนี้ด้วยล่ะ? ” กงซุนฉงหลงกล่าวอย่างจริงจัง
ไม่ว่าเรื่องจะถูกหรือผิด ชายหนุ่มแซ่หลินผู้นี้กล้าทำตัวอวดดีเช่นนี้ในตระกูลกงซุน เช่นนั้นก็ต้องสั่งสอนและให้บทเรียนกับเขา แม้แต่กงซุนเฟยเทียนบุตรชายของตน เขาก็ลงมือทำร้ายจนคุกเข่าลงได้ นี่มันไม่สนใจเรื่องกฎระเบียบกันแล้ว
"อธิบาย? "
หลินอิ่งหันหน้ามาอย่างนิ่งเฉย และมองไปที่กงซุนฉงหลงอย่างเย็นชา
"คุณลองถามหาคำอธิบายจากผมดูอีกสักครั้งซิ” หลินอิ่งกล่าวอย่างเย็นชา เขาไม่ได้ปกปิดจิตแห่งการสังหารของตนไว้แม้แต่น้อย
สันดานแบบนี้ของตระกูลกงซุน ไม่ช้าก็เร็วตระกูลกงซุนก็จะพ่ายแพ้ลง กงซุนฉงหลงเองก็แก่จนสับสนไปหมด เขาไม่อาจควบคุมตระกูลกงซุนได้อีกต่อไป
"นาย! " กงซุนฉงหลงตัวสั่น มองดูสายตาที่มีจิตสังหารอันน่าเกรงขามของหลินอิ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกใจ
พลังนี้เขาไม่ได้เจอมาหลายปีแล้ว