ตอนที่ 279
บทที่ 279 ได้ยินว่าเธอแต่งงานกับคนไม่เอาไหน?
October 28, 2026
บทที่ 279 ได้ยินว่าเธอแต่งงานกับคนไม่เอาไหน?
นิ่งเสี่ยวชิงสวมเสื้อเชิ้ตปักลายตามสมัยนิยม รูปหน้างามเฉิดฉาย บุคลิกดูสง่างามเป็นอย่างมาก ที่ข้อมือสวมนาฬิกายี่ห้อปาเต็ก ฟิลิปป์ การแต่งกายตั้งแต่หัวจรดเท้าค่อนข้างพิถีพิถัน คนที่รู้จักสินค้าสามารถมองออกว่า เครื่องแต่งกายทั้งตัวเธออย่างน้อยก็สิบล้านอัพ ดูมีสง่าราศีเป็นอย่างมาก
“นั่นสิ ฉีโม่ เพื่อนๆ ทุกคน หากมีปัญหาอะไรจริงๆ แค่บอกมาก็พอแล้ว ด้วยชื่อเสียงดาวมหาลัยแห่งมหาวิทยาลัยตี้จิงในปีนั้นของฉีโม่ หากมีปัญหายุ่งยากอะไร ยังไม่รู้ว่ามีคนอีกตั้งเท่าไหร่ยอมถวายหัวเพื่อช่วยเหลือกัน” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวยิ้มๆ ระหว่างน้ำเสียงเต็มไปด้วยความประจบประแจง
จริงอยู่ ตอนจางฉีโม่อยู่มหาวิทยาลัยตี้จิงเป็นดาวมหาลัยของรุ่น เรียกได้ว่าโด่งดังไปทั่วมหาลัย ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีสุภาพบุรุษอายุเท่าไหร่มาตามจีบบ้าง
เพียงแต่ ราวกับว่าจางฉีโม่ไม่เคยคิดที่จะมีแฟน จึงปฏิเสธอย่างเย็นชาไปทั้งหมด
หลังจบจากมหาวิทยาลัย จางฉีโม่ก็กลับเมืองตุงไห่ และห่างหายไปจากสายตาของกลุ่มเพื่อนมหาลัย
จนกระทั่งตอนนี้ กลุ่มเพื่อนในตอนนั้น ส่วนใหญ่ยังคงจำได้ไม่ลืม
จางฉีโม่ยิ้มอย่างเก้อเขิน พลางกล่าวว่า “ไม่ได้ขับรถมาตี้จิง ดังนั้นจึงไม่สะดวกเอามากๆ”
อันที่จริงเธอคิดไว้แล้วว่า เพื่อนมหาลัยที่มารวมรุ่นกันที่นี่ แทบทุกคนล้วนขับรถดีๆ ราคาล้านอัพออกจากบ้านกันทั้งนั้น
อีกทั้ง ตัวมหาวิทยาลัยตี้จิงก็คือมหาลัยอันดับต้นๆ ที่รู้จักกันทั่วของประเทศหลง กลุ่มเพื่อนของเธอในมหาลัย แต่ละคนจึงมีฐานะไม่น้อย มีบ้างที่ภูมิหลังเป็นเพียงครอบครัวเล็กๆ แต่นั่นก็ล้วนปะปนอยู่ในแวดวงสังคมราวกับปลาได้น้ำ เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างสมใจ
หากเป็นเมื่อก่อน นิ่งเสี่ยวชิงพูดเช่นนี้ อาจทำให้เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาจริงๆ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
เพราะนี่เป็นความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเองที่หลินอิ่งมอบให้กับเธอ
จริงๆ แล้วก่อนหน้าที่จะมา ประธานถัง ถังฮุยของโรงแรมจงเทียน ตอนแรกจะส่งขบวนรถบอดี้การ์ดขบวนหนึ่งติดตามออกมาด้วย แต่เธอปฏิเสธไป
จางฉีโม่ยังคงไม่ค่อยเหมาะกับความฟุ่มเฟือยเช่นนี้เท่าไหร่นัก
“หากอยู่ในตี้จิงออกไปไหนไม่สะดวก ฉันจะจัดหารถให้เธอสักสองสามคัน นั่นเป็นแค่น้ำใจเล็กน้อย” นิ่งเสี่ยวชิงกล่าวอย่างสง่างาม
“ฉีโม่ ฉันได้ยินมาว่า เธอเป็นเจ้าของบริษัทเครื่องประดับแห่งหนึ่งอยู่ที่ตุงไห่? เป็นมรดกตกทอดของครอบครัวเธอใช่ไหม?” นิ่งเสี่ยวชิงทางหนึ่งดื่มกาแฟ ทางหนึ่งเอ่ยปากพูด “หนนี้มาตี้จิงเพื่อเจรจาธุรกิจเหรอ? ฉันมีเส้นสายกว้างขวางอยู่ในแวดวงเครื่องประดับ สามารถช่วยเธอจัดการได้อย่างง่ายดาย”
นิ่งเสี่ยวชิงพูดราวกับควบคุมทุกอย่าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“ฉีโม่ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี เสี่ยวชิงยังคงยึดถือคุณธรรมอยู่เสมอ พวกเธอสองคนตอนอยู่มหาลัยเป็นพี่น้องสาวสวยที่มีชื่อเสียง หากอยู่ตี้จิงต้องการความช่วยเหลืออะไร ก็มาหาเสี่ยวชิง อิทธิพลของเสี่ยวชิงในตี้จิง ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดประจบประแจง
“ใช่แล้วล่ะ ฐานะของเสี่ยวชิงค่อนข้างสูงศักดิ์เลยทีเดียว” หญิงสาวคนหนึ่งพูดยกยอ
เห็นได้ชัดมากว่านิ่งเสี่ยวชิงเป็นผู้นำในกลุ่มเพื่อน เพื่อนแทบทุกคนต่างรุมล้อมเธอ
แน่นอนว่า นี่ย่อมหนีไม่พ้นเกี่ยวข้องกับฐานะภูมิหลังอันยิ่งใหญ่ของเธอ
นิ่งเสี่ยวชิง ลูกคุณหนูของตระกูลนิ่งอันสูงศักดิ์แห่งตี้จิง อยู่ในตี้จิงต้องการลมได้ลม ต้องการฝนได้ฝน หากเป็นยุคสมัยก่อนนั่นก็เทียบได้กับบรรดาศักดิ์องค์หญิง มีชีวิตสูงส่งจนเอื้อมไม่ถึงโดยสิ้นเชิง
หากไม่ใช่เพราะมีความสัมพันธ์เป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ด้วยคนอย่างพวกเขา ต่อให้ปะปนอยู่ในวงสังคมได้ก็ยังนับว่าไม่เลวแล้ว มีเงินน้อยหน่อย ก็ไม่มีสิทธิ์ดื่มกาแฟร่วมโต๊ะเดียวกับนิ่งเสี่ยวชิงแล้ว