ตอนที่ 422
บทที่ 422 อำนาจอันขวางไม่ได้
October 28, 2026
“นาย!”
หรงหยังแววตาเฉียบคม จ้องหลินอิ่งตาไม่กะพริบ เหมือนอยากมองหลินอิ่งจนทะลุ
เขาไม่เข้าใจจริงๆ ท่าทางหลินอิ่งอันใจเย็น เฉยชานั้นมาจากไหนกัน
หลินอิ่งเอาความมั่นใจมาจากไหน? เชื่อมั่นขนาดนั้น ว่าสามารถเอาชนะเขาได้?
“คุณนี่อวดดีจริงๆ กล้าบอกว่าท่าเดียวเอาชนะเจ้าสำนักได้?” หงต้าสีหน้ามีรอยยิ้มอย่างเย็นชา จ้องหลินอิ่งด้วยแววตาเย็นชา “คุณอย่าคิดว่าเอาชนะพวกเราได้แล้ว จะสามารถสู้กับหัวหน้าแก๊งหรงได้”
“หัวหน้าแก๊ง รับคำท้าไอ้อวดดีนี่เลย ท่าเดียวให้มันพิการไปเลย”
“หัวหน้าแก๊ง คนคนนี้อวดดีจนถึงที่สุดแล้ว ไม่จัดการมันดีๆหน่อย ชื่อเสียงแก๊งหยางเหมินของเราคงจะถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว”
จอมพลสิบสามต่างก็สีหน้าหน้าโมโห ไม่พอใจอย่างมาก ต่างก็พูดจาอย่างไม่พอใจ
พฤติกรรมของหลินอิ่งนั้น ไม่ได้เห็นคนของแก๊งหยางเหมินเป็นคนด้วยซ้ำ
กลับพูดออกมาได้ว่าหากหัวหน้าแก๊งนับชนะเขาได้เพียงแค่รับท่าเดียวก็พอ?
ยโสอวดดีได้ถึงขนาดนี้?
ต้องรู้ว่า หัวหน้าแก๊งหรงมีอำนาจบารมีในเมืองก่างมานานขนาดนี้ ในเมืองก่างที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ไม่ว่าในประเทศหรือนอกประเทศ ก็มีคู่ต่อสู้น้อยมาก
ในรายการแห่งคนของประเทศหลุง หัวหน้าแก๊งหรงจัดอยู่ในลำดับที่แปดสิบสอง
หากไม่นับเหล่ายอดฝีมือที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกในรายการแห่งฟ้า มองไปทั่วประเทศหลุง คนที่เป็นคู่ต่อสู้กับหัวหน้าแก๊งหรงได้นั้นมีเพียงไม่กี่คน
ยอดฝีมือในรายการแห่งคน นั้นหายากและมีน้อยยิ่งนัก
คนที่สามารถสู้กับหัวหน้าแก๊งหรงนั้นก็มีเพียงไม่กี่คน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ท่าเดียวเอาชนะหัวหน้าแก๊งหรง
หลินอิ่งคนนี้ นั่นก็คือหาความอับอายเอง
“เหอะ......” หลินอิ่งหัวเราะเย็นชา ส่ายหัว “พังตึกเข้ามาแบบนี้ ยังนึกว่าหัวหน้าแก๊งหรงแห่งกลุ่มย่อยแก๊งหยางเหมิน จะมีศักดิ์ศรีมากแค่ไหนกัน”
“รับมือผมท่าเดียว ยังลังเลขนาดนี้ วิชาที่คุณฝึกนั้นมันวิชาอะไรกัน?”
คนฝึกวิชาการต่อสู้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจิตวิญญาณ
กล้าหาญ ไม่เกรงกลัวสิ่งใด วิชาการต่อสู้ถึงจะพัฒนา
หากไร้จิตวิญญาณแบบนี้ ความสามารถมากแค่ไหน เวลาเผชิญต่อหน้าศัตรูก็จะลดความสามารถในการต่อสู้
“อวดดี นึกว่าฉันทำอะไรแกไม่ได้หรือไง?” หรงหยังโกรธมาก สีหน้าโมโห
“วันนี้อย่าบอกแค่ท่าเดียวเลย ร้อยท่าแล้วยังไง?”
“ฉันหรงหยังทั้งคน ต้องพนันกับนายเรื่องแค่ท่าเดียว? ไม่ต้องมัดมือมัดเท้า สู้กันยกหนึ่งเลย”
“ชนะนายแค่ท่าเดียว? ถ้าลือออกไปแล้ว ก็มีแต่ให้คนอื่นหัวเราะฉัน”
หรงหยังพูดอย่างยโส แขนสองข้างสะเทือน มีแรงสะเทือนภายใต้ชุดจีนสีแดงนั้น แขนเสื้อปลิวขึ้น ใต้ฝ่าเท้าสะเทือนจนมีเสียง พื้นหินแตกออก
เสียงดังอึ้ง เหมือนดั่งเสียงสายฟ้าแลบดังขึ้นในร่างเขา
นี่เป็นเสียงของกระดูก ผู้ฝึกวิชาการต่อสู้มาถึงระดับหนึ่ง ยามเคลื่อนไหวกระดูกข้อ กระดูกก็จะมีเสียงดังสะเทือนกึกก้อง
นี่ก็หมายความว่า ร่างกายของหรงหยัง ฝึกจนเป็นกระดูกเหล็กแล้ว ตัดมีดมือเปล่า เนื้อขวางมีดก็ไม่มีปัญหา
หลินอิ่งสีหน้าเรียบเฉย ส่ายหัว
“ผมบอกว่าท่าเดียว นั้นก็คือท่าเดียว”
หรงหยังแววตานิ่ง ประกายความเย็นชา ส่อแววอาฆาต
จากนั้น ร่างเขาเคลื่อนไหว เหมือนดั่งสายฟ้าแลบ พุ่งเข้าหาหลินอิ่งทันที