ตอนที่ 433
บทที่ 433 ราชาแห่งเมืองก่าง องครักษ์มังกรดำ
October 28, 2026
ณ ห้องทำงานท่านประธาน อาคารสุ่ยจิน
หลินอิ่งนั่งลงบนเก้าอี้ ยกชาดำหนึ่งแก้วขึ้นจากโต๊ะทำงานตรงหน้า จิบไปอย่างช้าๆ
“คุณหลิน สารคดีที่คุณให้ผมปล่อยออกไปตามสื่อต่างๆ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมันรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้อีกนะครับ!”
ฉู่สงซานเดินเข้ามาในห้องทำงาน พูดขึ้นด้วยสีหน้าหนักแน่น ดูแล้วอารมณ์ตื่นตัวไม่น้อย
เมื่อคืนเขาไปจัดงานต้อนรับพวกนักข่าว แล้วก็ปล่อยสารคดีเรื่องนั้นออกไปสู่สาธารณะเพื่อแฉเปิดโปงจี้ฉงซานด้วยตัวเอง ตามแผนการของหลินอิ่ง
ผลลัพธ์ที่ได้ ช็อกไปทั่วเมือง เป็นข่าวสะเทือนวงการที่กลายเป็นปรากฏการณ์ไปเรียบร้อยแล้ว
เพราะว่า เรื่องจริงที่หลินอิ่งเปิดโปงออกมา มันโหดเหี้ยมโชกเลือดจริงๆ
มันทำให้ผู้คนต่างพากันอึ้งทึ่ง คนฟังก็พากันโกรธแค้น!คนเห็นต่างก็พากันบ้าคลั่ง!
หลินอิ่งวางแก้วชาลง ยิ้มอย่างนิ่งเฉยพร้อมกับพูดขึ้น“นี่มันปกติมาก ก็แค่พูดเรื่องจริงเท่านั้นเอง”
“ความจริง มันช่างทำให้คนยากที่จะรับไหวจริงๆ แถมยังทำให้รู้สึกช็อกตกใจอีกด้วย”
หลินอิ่งไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
ทุกสิ่งทุกอย่างที่จี้ฉงซานทำ มันลำเส้นที่คนปกติธรรมดาทั่วไปจะเข้าใจได้ไปตั้งนานแล้ว
เห็นๆอยู่เป็นผีดูดเลือดตัวหนึ่ง แต่กลับแสร้งทำเป็นผู้ใจบุญ ทำเป็นพูดสั่งสอนเรื่องแนวคิดการกระทำผิดจรรยาบรรณให้กับสาธารณะอีก
คนประเทศหลุงดั้งเดิมไม่เกลียดชังคนรวยเลย
ดังนั้น วิญญูชนถ้าต้องการเงินทองทรัพย์สิน ก็ต้องได้มาด้วยวิธีที่ถูกต้อง
คนที่เกลียดชัง ก็จะใช้ทุกวิถีทาง ขูดรีดขูดเนื้อ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คน แล้วส่งเงินทุนไปกับพวกขายชาติที่อยู่นอกประเทศ
จากนั้น คนพวกนี้ นิสัยก็จะค่อยๆเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับเงินมากขึ้นทีละนิด แล้วบอกความจริงกับทุกคน ว่ามีเงินเท่านั้นถึงจะสามารถทำอะไรได้ เพื่อทำให้อภิสิทธิ์ที่พวกเขามีมันดูสมเหตุสมผลมากขึ้น ถึงขนาดที่ใช้คำพูดไร้สาระว่าสิ่งที่ดำรงอยู่นั้นมันสมเหตุสมผลอยู่แล้ว มาบิดเบือนความจริงทำให้ดูกำกวม กระตุ้นบรรยากาศในสังคม
พวกมาตรฐานทางศีลธรรมและจรรยาบรรณของสังคม คุณธรรมดั้งเดิมเหล่านี้
ถูกคนประเภทพวกเขาล้มล้างไปจนหมด แค่เอามาใช้อำพรางความหน้าซื่อใจคดของตัวเองเท่านั้น
ศีลธรรม มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว
“คุณหลิน นี่มันเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น แถมยังสร้างผลกระทบที่ใหญ่หลวงอีกด้วย ทำให้ผู้คนรู้ว่าธาตุแท้ของจี้ฉงซานชั่วช้าจริงๆ ผู้คนต่างพากันโกรธแค้นเขา”ฉู่สงซานพูดขึ้นอย่างคิดพิจารณา“แต่ก็คงยากที่จะทำให้ฉู่สงซานสั่นคลอนได้ ไหนจะทรัพย์สินที่หมอนี่ถือเอาไว้ ไหนจะอำนาจในเมืองก่างอีก กะอีแค่ความคิดเห็นคำวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน ยังไม่สามารถล้มเขาลงได้หรอก”
หลินอิ่งยิ้ม พูดขึ้น“นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น จี้ฉงซาน จะต้องพังพินาศลงแน่นอน”
“ต่อไป ประธานฉู่ คุณก็รับผิดชอบเรื่องทางด้านสมาคมธุรกิจเมืองก่างก็แล้วกัน”หลินอิ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง“เรื่องอื่น ผมมีแผนแล้ว”
“ครับ คุณหลิน ในส่วนของสมาคมธุรกิจเมืองก่างอยู่ในกำมือของผมเรียบร้อยแล้วครับ”ฉู่สงซานพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง“ต่อไป ยังไม่รู้เลยว่าพอจี้ฉงซานเจอกับคำวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนที่ถาโถมมากมายขนาดนั้น แล้วจะตอบโต้กลับไปยังไง ทางด้านของคุณ ถ้าต้องการความช่วยเหลือ ก็บอกให้ผมทราบได้เลยนะ”
หลินอิ่งพยักหน้า พูดขึ้น“ประธานฉู่ เมืองก่างในอนาคต จะมีแค่ที่สำหรับตระกูลฉู่เท่านั้น”
พอได้ยินแบบนั้น แววตาของฉู่สงซานก็เปล่งประกายทันที เข้าใจความหมายของหลินอิ่ง พยักหน้าอย่างแรง
“คุณหลิน ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอตัวก่อนนะครับ”ฉู่สงซานบอกลาอย่างเคร่งขรึม
หลังจากที่ฉู่สงซานจากไปแล้ว หลินอิ่งก็ถือแก้วชา สายตาค่อยๆนิ่งลึก
เขาค่อยลุกขึ้นยืน สองมือไขว้หลัง มองออกไปยังอาคารหรูที่สูงตระหง่าเป็นแถว
“เย่เฮยเรื่องที่ให้นายตรวจสอบมา เป็นบังไงบ้าง?”
หลินอิ่งพูดขึ้นอย่างนิ่งๆ
ท่ามกลางความเงียบสงัด เงาของเย่เฮยก็ปรากฏขึ้นมาภายในห้องทำงาน คุกเข่าลงข้างเดียว พร้อมกับก้มหัว