ตอนที่ 436
บทที่ 436 แข็งแกร่งกว่าใคร?
October 28, 2026
“คุณหลิน โปรดระวังคำพูดคำจาของคุณด้วยนะครับ!”ติงยี่จ้องมองหลินอิ่งด้วยสายตาแหลมคม สีหน้าโมโหเล็กน้อย
ตั้งแต่ที่เขามาเป็นตัวแทนพูดเจรจาแทนนายกเทศมนตรีถัง ยังไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนด้วย!
ไม่คิดว่าจะถูกคนพูดเตือนต่อหน้าต่อตาแบบนี้
หลินอิ่งคนนี้ แม้แต่ความน่าเกรงขามของนายกเทศมนตรีถังก็ยังไม่แยแสเลยสักนิด
“คุณควรจะรู้ซะนะ ว่าที่นี่คือเมืองก่าง!ไม่ใช่ตี้จิง!ที่คุณจะมาทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้น่ะ”ติงยี่พูดขึ้นด้วยความโมโห“ถ้าคุณยังดื้อดึงทำตามใจไม่สนอะไรแบบนี้ต่อไป เกรงว่าจะไม่จบดีแน่ๆ!”
ติงยี่โมโหสุดขีด รู้สึกเหมือนโดนดูถูก!
กะอีแค่คุณชายจากตระกูลร่ำรวยที่มาจากตี้จิงแค่คนเดียว ไม่คิดว่าจะกล้าดูถูกศักดิ์ศรีความน่าเกรงขามของท่านนายกเทศมนตรีได้ขนาดนี้?
หลินอิ่งขำเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นอย่างนิ่งเฉย“คำพูดนี้ของคุณ นายกเทศมนตรีถังก็เป็นคนให้คุณมาพูดเหมือนกันเหรอ?”
“หือ?”
พูดพลาง หลินอิ่งจ้องมองติงยี่ด้วยสายตาเยือกเย็น ติงยี่สีหน้าเปลี่ยนทันที ราวกับถูกฟ้าผ่า พอเผชิญหน้ากับท่าทีที่ดุร้ายแบบนี้ของหลินอิ่งแล้ว เขาก็สั่นสะดุ้งไปทั้งตัวอย่างไม่หยุดหย่อน
“ไม่……”ติงยี่รู้สึกตึงดเครียดกดดัน พูดติดๆขัดๆ
คำพูดที่นายกเทศมนตรีถังให้เขามาพูด จริงๆแล้วไม่มีประโยคนี้เลย พอเจอคำถามที่รุนแรงของหลินอิ่งเข้าไป มันทำให้เขาหมดความมั่นใจไปในทันที
“คุณ กลับไปบอกถังคังเจิ้นตามเดิม”
“สิ่งที่สื่อข่าวรายงาน ล้วนแต่เป็นหลักฐานของจริงทั้งนั้น”
“ผมหวังว่าเขา จะทำตัวเป็นกลางนะ!”
ติงยี่พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง“คุณหลิน ผมจะกลับไปบอกกับนายกเทศมนตรีถังให้!ส่วนคุณก็ทำตัวให้มันดีๆล่ะ!”
หลังจากพูดจิกกัดทิ้งท้ายไปหนึ่งประโยค ติงยี่ก็พาชายสวมเสื้อธรรมดาออกไปจากอาคารสุ่ยจินอย่างรีบร้อนด้วยสีหน้าไม่ที่ไม่ยอมแพ้
พอติงยี่จากไปแล้ว ฉู่สงซานก็สีหน้าตึงเครียดทันที ครุ่นคิดอะไรอยู่ ก่อนจะพูดขึ้น“ประธานหลิน ถังคังเจิ้นท่าทางแข็งแกร่งขนาดนี้ ดูท่าความสัมพันธ์ระหว่างจี้ฉงซานคงจะไม่ธรรมดาแล้วล่ะครับ”
“ตระกูลฉู่ของพวกเรา มีคนที่พอจะพูดกับถังคังเจิ้นได้อยู่ คุณหลิน ไม่ทราบว่าจะให้ผมติดต่อให้ไหมครับ?”ฉู่สงซานถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมขอบคุณความเจตนาดีของประธานฉู่มากครับ แผนของผมไม่จำเป็นต้องไปติดต่อถังคังเจิ้นเลย”หลินอิ่งตอบอย่างนิ่งๆ
ฉู่สงซานมีสถานะเป็นคนของตระกูลฉู่แห่งเตียนหนาน ถ้าใช้กำลังความสามารถของตระกูลฉู่จริงๆล่ะก็ แค่นายกเทศมนตรีของเมืองก่างคนเดียวเอาอยู่แน่นอน
แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ เขาไม่จำเป็นต้องให้ฉู่สงซานมามาช่วยเหลือหรอก
ขนาดผู้คุมพระราชเสาวนีย์แห่งตี้จิง ท่านหลุยกงที่ทรงเกียรติ ก็ยังไม่กล้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องของจี้ฉงซานเลย เพราะเกรงกลัวความน่าเกรงขามของหลินอิ่ง แล้วถังคังเจิ้น นายกเทศมนตรีของเมืองก่างแค่คนเดียว จะมาทำอะไรหลินอิ่งได้?
“ถ้าอย่างนั้นประธานหลิน ตอนนี้สื่อข่าวต่างๆไม่สามารถรายงานข่าวได้ แผนการก่อนหน้านี้ของพวกเรา ก็เท่ากับว่าทำไปเปล่าประโยชน์เลยน่ะสิครับ”ฉู่สงซานพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
หลินอิ่งพูดอธิบายไปอย่างง่ายๆ“ผมบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าผมให้เวลาถังคังเจิ้นแค่สามวัน”
“ภายในเวลาสามวัน ถ้าคำวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าประชาชนยังคงถูกปิดกั้นอยู่ จะมีคนไปคุยเจรจากับเขาอย่างแน่นอน”
ฉู่สงซานสีหน้าจริงจัง ทำความเข้าใจความหมายคำพูดของหลินอิ่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน
……
ณ ศาลากลาง ของเมืองก่าง
ติงยี่โค้งคำนับอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน พูดรายงานสถานการณ์อย่างเคารพนอบน้อม
“ให้ฉันทำตัวเป็นกลาง?”
ถังคังเจิ้นถอดแว่นออก ใช้มือเช็ดๆเลนส์แว่นตา สีหน้านิ่งขรึมบึ้งตึง
“ใช่ครับ หลินอิ่งพูดแบบนี้”ติงยี่พูดรายงานด้วยความเคารพนอบน้อม“ท่าน ไอ้คนสกลุหลินกำลังดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีของท่านชัดๆเลยนะครับ เตือนท่านว่าอย่าเข้าไปยุ่งแทรกแซงเรื่องของพวกสื่อต่างๆอีกด้วย”
“หลินอิ่งอาศัยว่าตัวเองเป็นคุณชายจากตระกูลร่ำรวยของตี้จิง ถึงได้ยโสโอหังขนาดนี้ ผมแนะนำให้ท่านจัดการสั่งสอนมันซะ ให้มันรู้ว่า เมืองก่างไม่ใช่สวนสนุกของมัน ถึงคิดจะมาเล่นอะไรได้ตามใจชอบแบบนี้ได้”
ติงยี่พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงไม่พอใจหลินอิ่งสุดๆ
“เหอะๆ”ถังคังเจิ้นขำแห้งออกมาสองที ก่อนจะพูดขึ้นอย่างช้าๆไม่รีบไม่ร้อน“วัยรุ่นไฟแรง มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”
“แต่ก็แค่ไฟแรงเท่านั้น จะทำอะไรได้ล่ะ?”
“ท่านครับ หลินอิ่งยังบอกอีกว่า ถ้าท่านยังไปยุ่งเรื่องของเขาอีก เขาจะทำให้ท่านนั่งอยู่ในตำแหน่งนายกเทศมนตรีของเมืองก่างได้แค่สามวันเท่านั้น”ติงยี่พูดขึ้นด้วยสีหน้าตึงเครียด