ตอนที่ 497
บทที่ 497 ความผันผวน
October 28, 2026
ชีซิงกรุ๊ปในประเทศเกาหลี เกือบจะเทียบเท่าตระกูลราชวงศ์ อำนาจยิ่งใหญ่ล้นฟ้า
พูดถึงเรื่องทรัพย์สิน ประธานเผียวที่อู่ตรงหน้าคนนี้ก็เกินจำนวนล้านล้าน พูดถึงตำแหน่ง ก็สามารถเทียบเท่ากับนายท่านตระกูลสวีได้แล้ว
เผียวจินฮุนมาตี้จิงด้วยตัวเอง ยังมาเงียบขนาดนี้ ทำให้สวีไป๋เห้อยังรู้สึกตะลึง
“ผู้นำสวี เห็นคุณในสภาพนี้แล้ว ผมก็รู้สึกเสียใจ” เผียวจินฮุนมองสวีไป๋เห้อ พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เรื่องครั้งที่แล้ว ผมได้ยินแล้ว หลินอิ่งหาเรื่องลูกชายทั้งสองของผม ผู้นำสวีก็เพื่อที่จะออกหน้าแทนลูกชายที่ไม่เอาไหนของผม ถึงต้องลำบาก”
พูดถึงเรื่องนี้ เผียวจินฮุนสีหน้าก็เย็นชาขึ้นมาทันที มีแววอาฆาต
สวีไป๋เห้อยิ่งสีหน้าแดงก่ำ ท่าทางโมโหมาก
หลินอิ่งคนนี้ เขาเกลียดจนอยากจะฆ่าทิ้งทันที
จากเดิมเขาเป็นผู้นำตระกูลที่สง่าผ่าเผย ในตี้จิงเดินไปถึงไหนก็มีแต่คนเคารพนับถือ
ปรากฏว่า กลับถูกหลินอิ่งบีบจนคุกเข่าต่อหน้า ยังถูกทำร้ายจนขาหักจนต้องนั่งรถเข็น ชื่อเสียงที่สะสมมาต้องจบสิ้น
ความแค้นถลำลึก แค้นนี้ต้องชำระ
“แต่ว่า ผู้นำสวี คุณวางใจ ผมมาตี้จิงครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะจัดการหลินอิ่งโดยเฉพาะ” เผียวจินฮุนพูดอย่างจริงจัง “เชื่อว่าอีกไม่นาน พวกเราก็สามารถร่วมมือกันจัดการหลินอิ่งได้แล้ว”
สวีไป๋เห้อพยักหน้า พูดว่า “ประธานเผียว หลินอิ่งเป็นศัตรูร่วมกันของเรา จัดการเขา ผมยอมทุ่มเททุกอย่าง สิ่งที่คุณพูดมานั้น มันก็ดูเหมือนคนนอกเกินไป ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเผียวกับตระกูลสวีของเรา ช่วยเหลือกันมันเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว แต่ไอ้หลินอิ่งของตระกูลฉีนั่น ช่างเกลียดจริงๆ”
“ไม่ทราบว่า ลูกชายทั้งสองของประธานเผียว เป็นยังไงบ้าง?” สวีไป๋เห้อถามอย่างจริงจัง
“พิการแล้ว” เผียวจินฮุนถอนหายใจ “ไอ้ลูกไม่เอาไหนทั้งสองคน พิการไปแล้ว ตอนนี้ผมกำลังปลูกฝังทายาทคนใหม่แล้ว”
ลูกชายสองคนเผียวซิ่วชวนและเผียวจื้อจาง ตั้งแต่ถูกหลินอิ่งทำพิการแล้ว ถูกหักแขนหักขายังเรื่องเล็ก แม้แต่จิตใจก็ถูกทำให้หวาดกลัวไปหมดแล้ว ถูกทำร้ายทำเสียสติไปหมดแล้ว ทุกวันนี้ยังใช้ชีวิตอยู่ในความหวาดกลัวจากหลินอิ่ง กลายเป็นคนพิการไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงแล้ว
ก็เพราะว่าเห็นสภาพอันทรหดของลูกชายทั้งสองคนทุกวัน ในใจเผียวจินฮุนก็ลุกเป็นไฟ สุดท้ายก็ทนไม่ไหว จนต้องพาคนมาที่ตี้จิงด้วยตัวเอง มาแก้แค้นหลินอิ่งโดยเฉพาะ
“ท่านทั้งสอง ผมเชิญทั้งสองท่านมาเจรจางานใหญ่ ก็เพราะว่า พวกเรามีศัตรูคนเดียวกัน ก็คือหลินอิ่ง” กงจิ่วสีหน้ายิ้มแย้ม พูดอย่างเรียบเฉย
พูดไป กงจิ่วก็เปิดแชมเปญหนึ่งขวด เอาแก้วทรงสูงมาสามใบ เอาแก้วบริการให้พวกเขาสองคน
ทั้งสามคนก็นั่งลงไปตรงโต๊ะใหญ่ มีเพียงสวีไป๋เห้อนั่งอยู่บนรถเข็น
“ประธานเผียว เราสองคนก็เป็นเพื่อนเก่าแก่แล้ว เมื่อก่อนก็ไปมาหาสู่ประจำ คุณน่าจะรู้วิธีการทำงานของผม” กงจิ่วพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย “ผมให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับหลินอิ่งฉบับหนึ่ง คุณน่าจะเคยดูแล้วนะ”
“ผมดูแล้ว อำนาจของเด็กหนุ่มหลินอิ่งคนนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ ในประเทศหลุง ลำพังอำนาจของตระกูลเผียวเรายังไม่พอที่จะล้มเขาได้ นี่ก็จำเป็นต้องใช้ความช่วยเหลือของสองท่านแล้ว” เผียวจินฮุนพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
สวีไป๋เห้อขมวดคิ้ว ท่าทางเหมือนอยากพูดอะไร
“น้องไป๋เห้อ ข้อมูลฉบับนี้ ผมก็เอาให้นายท่านตระกูลคุณไปแล้วหนึ่งฉบับ” กงจิ่วพูดอย่างใจเย็น “แต่ว่า นายท่านตระกูลคุณ สำหรับเรื่องจัดการหลินอิ่งแล้ว ดูเหมือนยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด”