ตอนที่ 531
บทที่ 531 ดึงพวก
October 28, 2026
"เฮ้อ" กงซุนชิวอวี่ทำเสียงอ้อน ท่าทางไม่พอใจ "พี่กำลังดูถูกหนูเหรอ?"
"ครั้งนี้หนูมาตี้จิง ได้รับคำสั่งจากคุณปู่ ให้รับผิดชอบธุรกิจทั้งหมดของตระกูลกงซุนในเมืองเทียนหลง หนูมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ" กงซุนชิวอวี่ยืดอกพูด ท่าทางเชื่อมั่น
แน่นอน เธอรู้สึกภูมิใจมาก สามารถได้รับอำนาจใหญ่ขนาดนี้จากภายในตระกูลกงซุน รับผิดชอบธุรกิจเมืองเทียนหลงคนเดียว การเดิมพันความเกี่ยวพันในนี้มันใหญ่โตมาก
ไม่ว่าภายในหรือภายนอก ในมือกำผลประโยชน์ชิ้นใหญ่นี้ไว้ ต้องประสานงานกับหัวหน้าของแต่ละตระกูลใหญ่ ตำแหน่งฐานะของกงซุนชิวอวี่ ก็ต้องสูงขึ้นเหมือนดั่งน้ำสูงขึ้นเรือก็ย่อมสูงขึ้นตาม (หมายความว่าอำนาจตำแหน่งเขาจะยิ่งขึ้นไปตามการพัฒนาของตระกูล)
"ปู่ของเธอมอบธุรกิจเมืองเทียนหลงให้เธอมาจัดการ?" หลินอิ่งขมวดคิ้ว ถามอย่างสงสัย
จากการตัดสินใจของกงซุนฉงหลง รู้สึกได้ถึงรสชาติที่ทำให้คนสนใจ
"ใช่ พี่ พี่อย่าเห็นหนูเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ยังไงหนูก็เรียนจบปริญญาเอกจากโรงเรียนธุรกิจระดับโลกมานะ?" กงซุนชิวอวี่พูดอย่างภูมิใจ "คิดว่าหนูไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือไง? จะจัดการเรื่องในวงการธุรกิจพวกนี้ไม่ได้เหรอ?"
"ได้" หลินอิ่งรู้สึกสนใจ "พี่ก็อยากฟังดู นักเรียนปริญญาเอกคนนี้มีความเห็นยังไงกับเมืองเทียนหลง? ยินดีรับฟังอย่างตั้งใจ"
กงซุนชิวอวี่ขึงตาใส่หลินอิ่ง พูดว่า "พี่ หนูทำการบ้านมาแล้ว ตอนนี้ในตี้จิงต่างจับตาดูเมืองเทียนหลงอยู่ ห้าตระกูลใหญ่ชั้นหนึ่งกับพวกตระกูลชั้นหนึ่งหลายตระกูลก็เข้าร่วม พูดตามตรง จากความสามารถทางธุรกิจของแต่ละตระกูล ไม่ว่าใครมาบริหารเมืองเทียนหลงก็ไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งที่สำคัญคือทรัพยากรและผลประโยชน์ควรแบ่งยังไง"
"อืม เราพูดได้ดี พูดต่อเลย" หลินอิ่งพูดอย่างยิ้มแย้ม ยื่นมือบอกกงซุนชิวอวี่ให้พูดต่อไป
เขาก็อยากฟังดู กงซุนชิวอวี่ยังมีความเห็นยังไง
กงซุนชิวอวี่ชะงักเล็กน้อย แล้วพูดต่อ "ในแวดวงธุรกิจตี้จิงมีกฎที่แอบซ่อนอยู่ ตลาดใหญ่อย่างเมืองเทียนหลงนี้ มีแค่สมาคมธุรกิจใหญ่ตี้จิงเท่านั้นที่ตัดสินได้ ตระกูลกงซุนเราก็มีที่นั่งในสมาคมธุรกิจใหญ่เหมือนกัน"
"เพราะฉะนั้น สุดท้ายไม่ว่าใครได้กรรมสิทธิ์ของเมืองเทียนหลงไป ตระกูลกงซุนของเราแค่ไม่โลภ ไม่ว่ายังไงก็สามารถได้ส่วนแบ่งจากเมืองเทียนหลง" กงซุนชิวอวี่ค่อยๆพูดวิเคราะห์
"ความหมายของหนูก็คือ ดูเหมือนพี่จะสนใจเมืองเทียนหลงมาก ตระกูลกงซุนเรายินดีร่วมมือกับพี่ แต่ว่า พี่ยอมให้ส่วนแบ่งเท่าไหร่กับตระกูลกงซุนล่ะ?" กงซุนชิวอวี่พูดอย่างจริงจัง "นี่คือความหมายของปู่หนู ท่านยินดีร่วมงานกับพี่"
หลินอิ่งพยักหน้าเล็กน้อย กงซุนชิวอวี่พูดถูก
แน่นอน ผลกระทบของตระกูลกงซุนอยู่ตรงนั้น ขอแค่ได้ส่วนแบ่งจากเมืองเทียนหลงมา ไม่มีใครอยากไปท้าชนกับตระกูลกงซุน
แต่ว่า เป็นถึงตระกูลชั้นหนึ่งที่สูงสุดของตี้จิง เป็นไปได้ยังไงที่ตระกูลกงซุนจะไม่มีความทะเยอทะยานแม้แต่น้อย?
เรื่องที่คนทั้งโลกแย่งชิงกัน คุณไม่ไปแย่ง คุณจะอยู่เหนือคนอื่นได้อย่างไร?
เป็นไปไม่ได้ที่ตระกูลกงซุนจะไม่รู้เหตุผลนี้
ทุกวันนี้สถานการณ์ในตี้จิงวุ่นวาย สรุปแล้วก็คือ ตระกูลฉีกับตระกูลสวีเปิดศึก แข่งขันกันอย่างเผชิญหน้า
ตระกูลกงซุนเข้าร่วมการแย่งชิงเมืองเทียนหลง เว้นเสียแต่จะกล้าเสี่ยง จะปักธงสู้เอง
มิเช่นนั้น นี่ก็คือปัญหาง่ายๆของการเลือกฝั่งยืนเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่า ตระกูลกงซุนเลือกยืนข้างตัวเอง
"ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเมืองเทียนหลง หรือจะพูดว่าส่วนแบ่ง ส่วนตัวพี่แล้วไม่ได้ใส่ใจ" หลินอิ่งพูดอย่างเรียบเฉย "พี่ต้องการแค่อำนาจเด็ดขาดในการควบคุมเมืองเทียนหลงเท่านั้น"
"เพราะฉะนั้น ถ้าหากตระกูลกงซุนเลือกยืนฝั่งพี่ ส่วนแบ่งของตระกูลกงซุน และตระกูลฉี ตระกูลนิ่ง เท่าเทียมกัน" หลินอิ่งพูดอย่างหนักแน่น
ได้ยินแล้ว กงซุนชิวอวี่ครุ่นคิด คำนึงความหมายในคำพูดของหลินอิ่ง
เธอก็รู้ดี ตอนนี้ตระกูลฉีกับตระกูลสวีต่อสู้กันซึ่งๆหน้า ทุกคนต่างก็รู้กัน อำนาจตระกูลนิ่งก็อยู่ในกำมือของพี่ชาย
พี่ชายยอมให้ตระกูลกงซุนและตระกูลฉี ตระกูลนิ่งได้ผลประโยชน์เท่ากัน นี่ก็มีความจริงใจอย่างมากแล้ว