ตอนที่ 638
บทที่ 638 มาที่ยอดภูเขาเจียงเยว่ตามลำพัง
October 28, 2026
บนที่นั่งเบาะหลังของรถเบนท์ลี่ย์สีดำที่กำลังแล่นอยู่บนถนนทางด่วน
หลินอิ่งสีหน้านิ่งลึกราวกับสายน้ำ ในมือถือโทรศัพท์
ในตาของเขาเย็นชา แฝงไปด้วยแรงอาฆาตอันแรงกล้า มีรังสีแผ่ออกมาจากตัว ทำให้ฮาเดสกับเจียงฉีที่อยู่บนรถต่างก็รู้สึกถึงความหนาวเย็นขึ้นมา
"เป็นอะไรไป? หลินอิ่ง แกตื่นตกใจอย่างนั้นเหรอ?"
ในสาย มีเสียงที่ชั่วร้ายน่ากลัวของเหวินเทียนเฟิ่งดังขึ้นมา
หลินอิ่งนิ่งเงียบ ในตอนนี้ไฟโกรธแค้นที่อยู่ในใจของเขาต่อให้ใช้น้ำทั้งแม่น้ำมาสาดก็ไม่มอดดับไป
เขาคิดไม่ถึงว่า จะได้มาสนทนากับผู้หญิงชั่วร้ายแบบเหวินเทียนเฟิ่งอีกครั้ง ในสถานการณ์แบบนี้
ตระกูลเหวิน ก็เหมือนพวกตะขาบที่ตายยากตายเย็น
หลังจากที่ขจัดตระกูลเหวินในตี้จิงแล้ว
ตระกูลเหวินก็หลบซ่อนอยู่ในที่มืด ต่อมาก็อาศัยจี้ฉงซานแห่งเมืองก่างฉุดขึ้นมาจากสถานการณ์ที่ยากลำบาก
แต่ไม่คิดว่าตระกูลเหวินยังจะสามารถสร้างเรื่องใหญ่โตแบบนี้ได้อีก
"หลินอิ่ง ถ้าแกยังไม่พูดอะไรอีก ฉันก็จะให้จางฉีโม่พูดไม่ได้อีกต่อไป!"
ในสาย เหวินเทียนเฟิ่งพูดขึ้นอย่างชั่วร้ายน่ากลัว ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยเจตนาข่มขู่
"ให้ฉีโม่มาคุยกับฉัน"
หลินอิ่งพูดขึ้นอย่างนิ่งๆ
"เหอะ หลินอิ่ง ฉันยังนึกว่าแกจะไร้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนกับฉีเหอถูพ่อของแกซะอีก ดูท่า สำหรับเรื่องผู้หญิงแล้ว แกไม่ได้เด็ดเดี่ยวเหมือนกับพ่อของแกเลยสักนิด"
เหวินเทียนเฟิ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
เธอหันตัวไป ยิ้มอย่างชั่วร้าย มองไปยังจางฉีโม่ เอาโทรศัพท์ไปข้างๆตัว
ใช่แล้ว สำหรับเหวินเทียนเฟิ่ง จางฉีโม่ก็คือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของหลินอิ่ง
หลินอิ่งผู้ชายคนนี้ ลึกลับและทรงพลัง แทบจะไม่มีจุดอ่อนใดๆเลย
นิสัยก็ไม่มีจุดบกพร่องตรงไหนเลยด้วย แทบจะเป็นคนที่ไร้ที่ติคนหนึ่งเลย
มีจุดบกพร่องแค่จุดเดียวก็คือ ให้ความสำคัญกับภรรยาของเขามากเกินไป
จุดจุดนี้ เมื่อเทียบกับฉีเหอถูพ่อแท้ๆของเขาแล้ว ก็ต่างกันไม่น้อย การจะทำการใหญ่ จะมาหวั่นไหวกับผู้หญิงได้ยังไงกันล่ะ?
"พูดสิ ผู้ชายของเธอยังสนใจเธออยู่ หรือว่าเธอไม่อยากให้เขามาช่วยเธออย่างนั้นเหรอ จะมองเธอถูกทำร้ายร่างกายทั้งอย่างนี้?"
เหวินเทียนเฟิ่งก้มหน้า มองจางฉีโม่อย่างขี้เล่นพร้อมกับพูดขึ้น
จางฉีโม่สีหน้ายุ่งยากซับซ้อน ถูกล่ามเอาไว้กับเก้าอี้ขยับเขยื้อนไม่ได้
ในเวลานี้ ในใจของเธอก็ซับซ้อนเช่นเดียวกัน
เธอได้ยินคำพูดของหลินอิ่ง แล้วก็จินตนาการได้ว่าในตอนนี้อารมณ์ของหลินอิ่งเดือนพลุ่งพล่านขนาดไหน
ในเวลาเดียวกัน เธอก็ซาบซึ้งใจ ว่าหลินอิ่งยังคงให้ความสำคัญกับเธออยู่......
"ฉีโม่ คุณได้ยินผมพูดไหม?"
"มีผมอยู่ด้วย ไม่ต้องกลัว"
ในสาย มีเสียงของหลินอิ่งดังขึ้นมา
พอได้ยินเสียงที่ห่างหายไปนานและคุ้นเคยเป็นอย่างดีเสียงนี้ ใจของจางฉีโม่ก็เริ่มหวั่นไหว
ใช่แล้ว แค่ได้ยินเสียงของหลินอิ่ง เธอก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมามาก ราวกับว่าภัยคุกคามทั้งหมดที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้ เป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระเท่านั้น
จางฉีโม่ขอบตาเริ่มแดงด้วยความผิดหวัง
"ฉัน ฉันได้ยิน"จางฉีโม่พูดตอบ
"ฉันไม่เป็นไร คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉัน"จางฉีโม่พูดคำพูดนี้ออกไปอย่างควบคุมความรู้สึกตัวเองไม่อยู่ ไม่อยากให้หลินอิ่งต้องมาเป็นห่วงเธอ
"ดีๆไว้ ผมจะไปรับคุณเดี๋ยวนี้"
น้ำเสียงที่นิ่งเฉยแฝงไปด้วยความอบอุ่นของหลินอิ่ง ดังเข้ามาในหูของจางฉีโม่
ในเวลานี้ เธออึ้งตะลึงไป รู้สึกแค่ว่าใจอบอุ่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"ฉัน ฉัน......"จางฉีโม่สีหน้าสีหน้าเหม่อลอย ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
"เอาล่ะ"เหวินเทียนเฟิ่งหยิบมือถือขึ้นมา พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น"หลินอิ่ง แกได้ยินเสียงของภรรยาของแกแล้วสินะ? ตอนนี้เธอกำลังถูกฉันดูแลอย่างดี ไม่มีการสูญเสียอะไรแน่นอน"