ตอนที่ 366
บทที่366 ใครไม่อยากตายก็ไสหัวไป
October 28, 2026
“แกกล้าใช้กำลังที่หน้าร้านอาหารหลุยกงอย่างนั้นเหรอ? แกได้ตายแน่!”
“โทรหาเลขาใหญ่ฟาง! บอกเขาว่าเกิดเรื่องขึ้นที่หน้าร้านอาหารหลุยกงแล้ว!”
รปภ.ที่อยู่หน้าประตูร้านอาหารหลุยกงเริ่มรู้สึกร้อนรนขึ้นมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความโมโห
อย่างที่โบราณว่าไว้ ว่าคนเฝ้าประตูของขุนนางก็พลอยมียศที่สูงศักดิ์ไปด้วย เหมือนกันคนพวกนี้ที่เป็นคนเฝ้าประตูของร้านอาหารหลุยกงแขกที่ต้อนรับทุกวันก็มีแต่พวกคนใหญ่คนโตกับพวกมหาเศรษฐี ต่างก็ให้ความเกรงใจกับพวกเขาทั้งนั้น มันจึงทำให้พวกเขาติดเป็นนิสัยวางท่าใหญ่โต ไม่มีทางที่จะทนกับการกระทำที่หยิ่งยโสของหลินอิ่งได้อยู่แล้ว
พรึบพรับ
บอดี้การ์ดที่ดูทะมัดทะแมงกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากในร้านอาหารหลุยกง ทุกคนต่างก็ทำหน้าทำตาดุดัน ดูแล้วน่าจะเป็นทหารมือดีที่ปลดประจำการการแล้วแน่ๆ
“แกเป็นใคร? มาหาคุณท่านจี้ทำไม?”
ชายวัยกลางคนร่างผอมบางที่เป็นหัวหน้า เขาสวมแว่นกับชุดสูทที่ดูเรียบร้อย สีหน้ามั่นใจแล้วใช้สายตาพิจารณาหลินอิ่ง
“วันนี้ ผมมาหาแค่จี้ฉงซานเท่านั้น คนที่ไม่เกี่ยวหลบไป” หลินอิ่งพูดด้วยนำเสียงที่เรียบเฉย แต่มันกลับแฝงไปด้วยความน่าเกรงขามอันยากที่จะขัดขืนได้
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขากำลังอึ้งกับบรรยากาศที่หลินอิ่งส่งออกมา
“แกจี้เป็นแขกคนสำคัญของร้านอาหารหลุยกง การที่แกมาก่อความวุ่นวายเพื่อหาเรื่องคุณท่านจี้ มันก็เท่ากับไม่ให้เกียรติร้านอาหารหลุยกงแห่งนี้!” ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “แกคิดให้ดีๆ นะ ว่าแกกล้ามีเรื่องกับคุณหลุยกงรึเปล่า?”
คนที่เป็นเลขาคนสนิทของหลุยกง การที่เขาติดตามหลุยกงมาตั้งหลายปีไม่รู้ว่าเคยผ่านเหตุการณ์ใหญ่มาแล้วเท่าไหร่
แต่ก็ยังไม่เคยเคยวัยรุ่นที่ไม่รู้จะที่ต่ำที่สูงแบบนี้มาก่อนเลย
ล้อเล่นอะไรกัน การมาทำตัวเหิมเกริมอยู่หน้าร้านอาหารหลุยกงและท้าทายอำนาจของหลุยกงแบบนี้ เขาคิดว่าตัวเองมีกี่ชีวิตกัน?
“เลขาใหญ่ฟางเกิดอะไรขึ้นครับ? มีคนมาหาเรื่องคุณท่านจี้เหรอครับ?”
ตอนนั้นเอง ก็ได้มีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น
เห็นแต่บอดี้การ์ดที่แผ่รังสีอำมหิตจากร่างกายเดินออกจากร้านอาหารหลุยกงมา คนที่เป็นหัวหน้า ดูจากหน้าตาแล้วเห็นได้ชัดว่าเป็นคนอาเซียน แววตาที่เยือกเย็นเหมือนงูกำลังจับจ้องมาที่หลินอิ่ง
“คุณลู่หนันครับ คนคนนี้ประกาศว่าจะมาจะคุณท่านจี้ คุณรู้จักเขารึเปล่าครับ?” เลขาใหญ่ฟางถาม
ลู่หนุนหรี่ตาพิจารณาหลินอิ่งด้วยสีหน้าที่ดูถูก จากนั้นก็ขำออกมาอย่างไม่ชอบใจแล้วพูดขึ้นว่า “แกเป็นพวกเดียวกับหยูจื๋อเฉิงใช่มั้ย? มาหาหยูจื๋อเฉิงสินะ?”
“ฉันจะบอกให้แกรู้ไว้แล้วกัน ฉันเป็นคนกระทืบคนของหยูจื๋อเฉิงเอง และฉันนี่แหละที่เป็นคนเอาตัวหยูจื๋อเฉิงมาเองแล้วแกจะทำอะไรได้? ไอ้ขยะ!” ลู่หนันมองหลินอิ่งด้วยสายตาที่เหยียดหยาม เขาตะคอกใส่หลินอิ่ง พร้อมกับใบหน้าที่ไม่หวั่นเกรงใดๆ
เขาไม่สนใจหรอกว่าหลินอิ่งเป็นใคร เพราะเมื่ออยู่ในร้านอาหารหลุยกงใครก็ทำอะไรเขาไม่ได้ทั้งนั้น!
“ประธานหลิน ไอ้ต่างชาตินี่แหละครับที่เป็นคนพาลูกพี่หยูไป คนคนนี้ค่อนข้างแข็งแกร่งเลยครับ” บอดี้การ์ดใส่สูทคนหนึ่งเดินมาข้างๆ หลินอิ่ง เขาจ้องเขม็งไปที่ลู่หนัน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
หลินอิ่งยังคงทำหน้าดังเดิม สายตาจับจ้องไปยังลู่หนัน
“ลูกพี่ลู่พูดถูก แกมันไอ้หน้าโง่ ปัญญาอ่อนรึไง? ถึงได้มาก่อความวุ่นวายที่ร้านอาหารหลุยกงแบบนี้? ช่างน่าขันสิ้นดีจะบอกแกให้รู้ไว้นะ เรานี่แหละที่กระทืบหยูจื๋อเฉิงลูกพี่ของแกน่ะ แล้วแกจะทำอะไรพวกเราได้ห๊ะ?”
“ฮ่าฮ่าไอ้ไก่อ่อน ยังกล้ามาหาเรื่องคุณท่านจี้อีก โง่เง่าสิ้นดี!ไม่รู้จักมองดูตัวเองบ้างเลยว่าอยู่ในฐานะอะไร เป็นแค่เศษเดนที่เข้าไปในร้านอาหารหลุยกงยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!”
“ด่าแกแบบนี้แล้วรู้สึกไม่พอใจใช่มั้ย? ฉันจะด่าลูกหมาอย่างแกแล้วมันจะยังไง? อยากทำอะไรเราแต่ก็ไม่กล้าใช่มั้ย? รู้สึกโกรธมาใช่มั้ย?”
หลังจากที่ลู่หนันตะคอกไป พวกลูกน้องที่อยู่ข้างเขาก็พากันพูดจาเหยียบหยามอย่างเหิมเกริม พร้อมกับใบหน้าที่ได้ใจ
“พอแล้ว ไอ้หนู แกตามพวกไร้ค่ามาเยอะขนาดนี้คิดว่ามีประโยชน์เหรอ? รีบไสหัวไปซะ! ร้านอาหารหลุยกง ไม่ใช่ที่ที่คนต่ำต้อยอย่างแกจะเข้าไปได้ ยังกล้าคิดว่าจะไปพบคุณท่านจี้อีก? แกมีคุณสมบัติมากพอที่จะเข้าไปพบคุณท่านจี้มั้ย?” ลู่หนันพูดด้วยท่าทางที่ดูถูก
มุมปากของหลินอิ่งส่งผ่านความรู้สึกที่อำมหิตออกมา พอร่างกายขยับ เขาก็พุ่งตัวออกไปทันที
ป๊าบ!
เสียงที่ลู่หนันถูกตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว ตบจนลู่หนันถึงกับหน้าหันจนทรงตัวแทบไม่อยู่ กระอักเลือดออกมา จากนั้นก็เสียหลักกลิ้งลงบันไดไป
“อ้า!”